Author: admin

  • เวลาอ่านรายงานประจำปี..ตัดคำสาธยายออก

    มักมีคนถามว่าเชื่อถือพวกรายงานประจำปีได้แค่ไหน  ต้องบอกว่าส่วนตัวแล้วผมเชื่อถือตัวรายงานประจำปี  โดยเฉพาะถ้างบการเงินมีการรับรองความถูกต้องโดยผู้สอบบัญชีจาก 4 บริษัทใหญ่ที่มีมาตรฐานคือ Deloitte, KPMG, PWC และ EY  ผมก็จะไม่กังวลเรื่องตัวข้อมูลในงบละ  แต่สิ่งที่ผมว่าน่าระวังคือภาษาที่เค้าเขียนมากกว่า

    ภาษาที่เขียนนี่หมายถึงพวกคำที่เลือกใช้บรรยาย  พวกนี้มีผลเยอะเหมือนกันครับ  การใช้คำที่เป็นภาษาด้านบวก  มันทำให้เวลาอ่านนี่วาดภาพจินตนาการตามสวยหรูมาก บางทีเมาเหมือนกันนะผมต้องยอมรับ (more…)

  • เจ้าของบ่อนกับลูกค้าบ่อน

    ในการลงทุนในตลาดหุ้น  ผมแบ่งนักลงทุนออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ  เพื่อให้เข้าใจง่ายเราจะเปรียบเทียบว่าสองประเภทนี้กลุ่มหนึ่งเหมือนเจ้าของบ่อน  กับอีกกลุ่มหนึ่งเหมือนลูกค้าบ่อน

    ลูกค้าบ่อนเล่นการพนัน  ส่วนเจ้าของบ่อนเค้าทำธุรกิจ  เจ้าของบ่อนรู้ว่าสุดท้ายเฉลี่ยแล้วเขาจะกำไร  เพราะเกมของบ่อนออกแบบมาให้เจ้าของบ่อนชนะอยู่แล้ว  ส่วนลูกค้าบ่อนก็มีได้มีเสียเหมือนกัน  แต่ในระยะยาวแล้วเสียเงินเพราะเกมมันออกแบบมาให้โดยเฉลี่ยแล้วแพ้

    กลยุทธ์ในการลงทุนเราเป็นตัวกำหนดว่าเราเป็นเจ้าของบ่อนหรือเป็นลูกค้าบ่อน  เราลงทุนแบบมองมันเป็นธุรกิจ  หรือไม่ก็มองเป็นการพนันอันใดอันหนึ่ง (more…)

  • ซื้อแล้วถือตลอดกาลนานเทอญ?

    อันนี้เป็นสุดขั้วอีกฝั่งหนึ่ง  ตรงกันข้ามกับสายเก็งกำไรรายวัน (Day trader)  คือการซื้อหุ้นเอาไว้แล้วถือไปตลอดโดยไม่ขาย  โดยเป็นความเชื่อว่าเป็นวิธีที่ลงทุนยังไงก็กำไร  เป็นการลงทุนแบบเน้นหุ้นพื้นฐานดีอย่างแท้จริง  แต่จริงๆแล้วมันใช่แบบนั้นหรือไม่  วันนี้ผมจะชวนคุยเรื่องนี้  ว่าสรุปการถือหุ้นยาวชั่วฟ้าดินสลายนี่ใช่วิธีที่ถูกต้องจริงหรือ

    การลงทุนแบบเลือกซื้อกิจการที่ดีจำนวนหนึ่ง  ซื้อเฉลี่ยๆ  แล้วถือเก็บยาวโลดโดยไม่ต้องสนอะไรทั้งสิ้น  ต้องยอมรับว่าจริงๆก็เป็นวิธีการที่ถูกพิสูจน์แล้วว่าผลลัพธ์ใช้ได้  มีสถิติย้อนหลังพิสูจน์ชัดเจนว่าโดยเฉลี่ยแล้ว  วิธีการนี้ให้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก, ธนบัตรรัฐบาล, อสังหาริมทรัพย์  และการลงทุนสายเก็งกำไรระยะสั้น

    แต่การที่ผลลัพธ์มันโอเคใช้ได้  ไม่ได้แปลว่ามันเป็นวิธีที่ดีที่สุด  เพราะมันมีจุดอ่อนหลักๆอยู่ดังต่อไปนี้ (more…)

  • มันต้องทั้งคู่ ไม่ใช่อันใดอันหนึ่ง

    ผมว่าเราทุกคนเคยได้ยินนิทานเรื่องคนตาบอดคลำช้าง  ที่ว่าคนนึงคลำเจอขาช้างแล้วก็เลยบอกว่านี่คือต้นไม้  อีกคนคลำเจอหางช้างก็เลยบอกว่านี่คือเชือก  คนนึ่งคลำเจอหูช้างก็บอกน่าจะเป็นพัด  ฯลฯ  สุดท้ายผิดหมดเพราะไม่มีใครเห็นภาพรวมทั้งหมดของช้าง  เห็นอยู่มุมเดียว  เหมือนกับการลงทุนเหมือนกัน  เราเลือกพิจารณาคุณภาพกิจการอย่างเดียว  หรือเลือกพิจารณาราคาหุ้นอย่างเดียว  มันเหมือนเราตาบอดคลำหุ้นอยู่ครับ

    ส่วนใหญ่ไอเดียการลงทุนมักจะแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ (more…)

  • จงกล้าที่จะแตกต่าง

    Dare to be different

    จงกล้าคิดแตกต่าง  และลงมือทำแตกต่าง  เพราะคนสำเร็จระดับโลกไม่มีคนไหนทำอะไรตามๆชาวบ้าน

    เรื่องนี้ฝากให้ลูกศิษย์ที่เรียนกับผมไปแล้วเป็นพิเศษเลย  อย่ากลัวเวลาการตัดสินใจของเราไม่มีคนอื่นเห็นด้วย  ตั้งสติแล้วเอาเหตุผลที่คนไม่เห็นด้วยกับเรามาคิดดูดีๆ  ถ้าเราพิจารณาถี่ถ้วนแล้วเห็นว่าสมควรลงทุน  ก็อย่าหวั่นไหวเด็ดขาด  อย่าลืมว่าต่อให้เป็นนักลงทุนระดับเทพของโลก  เวลาลงทุนอะไรไปก็จะมีคนไม่เห็นด้วยอยู่ตลอดเหมือนกัน  ถ้าเราจะเป็นคนนึงที่ตั้งเป้าจะมีผลลัพธ์เหนือค่าเฉลี่ยตลาด  แต่ไปคิดเหมือนๆชาวบ้าน  ตัดสินใจแห่ซื้อขายตามๆกัน  แล้วมันจะไปมีผลลัพธ์ยอดเยี่ยมได้ยังไง  (more…)

  • ประเภทบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์และค่าธรรมเนียม

    ในการขอเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น  เค้าจะมีช่องให้เลือกว่าจะเปิดบัญชีประเภทไหน  ทีนี้ชื่อมันจะคล้ายๆกันและทำให้คนจำนวนมากสับสน  ในหัวข้อนี้ผมจะอธิบายแต่ละประเภทเพื่อให้เข้าใจว่ามันต่างกันอย่างไร

    1. บัญชีเงินสด (Cash Account)

    เป็นบัญชีที่เวลาเราสั่งซื้อเราต้องมีเงินหรือหลักประกันเป็นหุ้นอยู่ในบัญชีแค่ 15% ของมูลค่าที่ซื้อ  แล้วหลังจากนั้น 3 วันถึงจะต้องมีเงินสดในบัญชีจริง  และเวลาขายก็คล้ายๆกันคือถ้าสั่งขายวันนี้  จะได้เงินอีกที 3 วันหลังจากวันที่สั่งขาย  หุ้นที่อยู่ในพอร์ตก็นับเป็นหลักประกันแบบเดียวกันตามมูลค่าในวันที่เราสั่งซื้อ

    หลักๆมันจะมีประโยชน์อยู่สองอย่าง  อย่างแรกสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาว่างไม่สะดวกจะไปโอนเงินและไม่ต้องการจะทิ้งเงินสดไว้ในบัญชีหุ้นเยอะๆ  กรณีที่เกิดจะซื้อหุ้นขึ้นมากระทันหันก็จะสามารถสั่งซื้อได้ทันทีโดยไม่ต้องวิ่งไปโอนเงินหรือพลาดโอกาสไป

    หรือแบบที่สองจะเป็นสำหรับคนที่ซื้อขายเก็งกำไรวันต่อวัน  เนื่องจากถ้าคุณซื้อและขายในวันเดียวกัน  เค้าจะไปทำรายการรวมกันทีเดียว 3 วันหลังจากนั้นและคำนวณเป็นส่วนต่างให้เลย  แปลว่าคุณเหมือนคุณซื้อขายหลักทรัพย์ได้จำนวนมากโดยที่คุณใช้เงินเป็นหลักประกันแค่ 15% ของมูลค่าจริง  เช่นสมมติคุณมีเงินหลักประกัน 15,000 บาท  และจริงๆคุณก็มีเงินทั้งหมดเท่านี้แหละ  แต่ด้วยบัญชีประเภทนี้คุณสามารถสั่งซื้อหุ้นมูลค่า 100,000 บาทได้  สมมติราคาหุ้นสุดท้ายตอนขายเพิ่มขึ้น 5% มูลค่าขายเป็น 105,000 บาท  คุณจะเหมือนได้กำไร 5,000 บาท  คิดเป็น 33% จาก 15,000 บาท  (ยังไม่หักค่าบริการ)  แต่ส่วนตัวผมไม่สนับสนุนการซื้อๆขายๆรายวันแนวเก็งกำไร

    1. บัญชีเงินฝาก (Cash Balance Account)

    บัญขีนี้เข้าใจง่ายครับ  เวลาเราสั่งซื้อเราต้องมีเงินฝากไว้ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ 100% ของมูลค่าหลักทรัพย์ที่ซื้อ  ถ้าเราไม่มีเงินในบัญชีอยู่เราจะสั่งซื้อไม่ได้  เวลาโอนเงินเข้าบัญชีถ้าเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนหนึ่งของธนาคารปกติแล้วจะสามารถสั่งซื้อขายได้ในทันที  แต่ถ้าเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ไม่ได้เป็นเครือธนาคารปกติใช้เวลาไม่เกิน 1 ชม.ก็จะซื้อขายได้  เข้าใจว่าในอนาคตก็น่าจะได้ทันทีเหมือนเครือธนาคาร

    1. บัญชีเครดิตบาลานซ์ (Credit Balance Account)

    อันนี้เป็นบัญชีที่เหมือนคุณยืมเงินบริษัทหลักทรัพย์มาซื้อหุ้น  โดยที่คุณจ่ายส่วนที่เป็นดอกเบี้ยเพิ่มเติมด้วย  แต่บัญชีนี้ปกติแล้วเค้าไม่อนุมัติเปิดให้แล้ว  ดังนั้นจึงไม่ต้องสนใจอะไร

    1. บัญชีซื้อขายตราสารอนุพันธ์ (Derivatives Trading Account)

    บัญชีนี้ใช้สำหรับซื้อขาย Futures หรือ Options ซึ่งเป็นลักษณะสัญญาที่ราคาอ้างอิงตามหลักทรัพย์

    1. บัญชีซื้อขายหุ้นต่างประเทศ (Global Trade Account)

    ตามชื่อครับ  เอาไว้ซื้อหุ้นในตลาดต่างประเทศ  แต่ละบริษัทหลักทรัพย์ไปลงทุนได้ตลาดไม่เหมือนกันแล้วแต่ว่ามีการติดต่อไว้หรือไม่

    อัตราค่าคอมมิชชั่นของบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์แต่ละประเภท

    ให้มาร์เก็ตติ้งทำ

    จัดการเอง

    บัญชีเงินสด

    0.25%

    0.2%

    บัญชีเงินฝาก

    0.2%

    0.15%

    บัญชีซื้อขายตราสารอนุพันธ์

    แล้วแต่ประเภทสัญญา

    แล้วแต่ประเภทสัญญา

    บัญชีซื้อขายหุ้นต่างประเทศ

    แล้วแต่ประเทศ

    แล้วแต่ประเทศ

    (บางประเทศสั่งซื้อเองไม่ได้)

  • สัญญานเตือนพฤติกรรมของกิจการที่เราไม่ควรไปลงทุน

    แน่นอนว่าโดยทั่วไปแล้วเราจะทำการพิจารณาว่าบริษัทดีหรือไม่ดีจากการความสามารถในการทำกำไรเป็นหลัก อย่างที่ทราบว่าปกติวิธีการที่ผมแนะนำคือให้ข้ามบริษัทที่มีผลประกอบการขาดทุนหรือพวกดีบ้างไม่ดีบ้างขึ้นๆลงๆไปซะ แล้วพิจารณาใส่ใจเฉพาะกิจการที่ยอดเยี่ยมมีกำไรสม่ำเสมอ ทีนี้มันจะมีรายละเอียดบางเรื่องที่ไม่อยู่ในรายงานผลประกอบการหรืองบบัญชีแต่มันสำคัญมากทีเดียว ดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องพวกนี้กัน

    เรื่องแรกคือพฤติกรรมของทีมผู้บริหาร เนื่องจากเราคงไม่สามารถไปตามติดสิ่งที่ผู้บริหารทำได้ทุกวัน แต่อย่างน้อยเราก็เช็คได้ครับว่า ในอดีตที่ผ่านเค้าทำตามที่เคยพูดไว้หรือไม่ ลองไปอ่านรายงานประจำปีหรือบทสัมภาษณ์เมื่อปีก่อนๆ แล้วดูซิว่าได้มีการลงมือทำตามที่พูดหรือไม่ แล้วทำแล้วเป็นอย่างไรบ้าง นอกเหนือจากนั้นเราควรจะใส่ใจปีที่เกิดปัญหาหรือกำไรน้อยกว่าปกติดูว่าผู้บริหารยอมรับความผิดพลาดหรือไม่ พูดถึงกรณีแบบนั้นว่าอะไร เป็นลักษณะกล่าวโทษบอกเศรษฐกิจไม่ดี หรืออะไรพวกนี้หรือเปล่า (more…)

  • กฎ 72 : วิธีหาว่า “เมื่อไหร่เงินของเราจะโตเป็นสองเท่า”

    เหมาะกับคนไม่ชอบเลขสุดๆครับวิธีนี้ และจริงๆก็เป็นวิธีการประมาณการที่ได้ผลใกล้เคียงมากซะด้วย ผมจะเริ่มจากอธิบายวิธียากก่อน จากนั้นเราจะแสดงให้เห็นว่ากฏ 72 นี้ใช้อย่างไร คุณจะได้เห็นว่ามันง่ายกว่าขนาดไหน โดยเราลองคำนวณหาว่า กองทุนที่ได้ดอกเบี้ยอยู่ 7% ต่อปี ต้องลงทุนไว้กี่ปีเงินที่ฝากจึงจะโตเป็นสองเท่า

    ถ้าคุณได้อ่านบทความก่อนหน้าที่ผมพูดถึงสูตรเลขคำนวณ PV ตอนนี้คุณรู้เข้าใจสูตรคำนวณ PV,FV แล้ว วิธีการที่ถูกต้องที่สุดในการคำนวณจำนวนปีก็ใช้สูตรเดิมอันนี้แหละ  PV (1+r)n  =  FV  โดยเราตั้งสมการเพื่อหา n แบบนี้ครับ (more…)

  • ลงทุนสไตล์ไหนที่เหมาะกับคุณ?

    ผมว่าป่านนี้คุณพอจะรู้แล้วล่ะ ว่าในปัจจุบันมันมีสไตล์การลงทุนอยู่หลากหลายเหมือนกัน สังเกตได้จากว่าคนที่มาพูดทางทีวีนี่เค้าบางทีพูดกันไปคนละเรื่องเลย แต่ทีนี้สำคัญกว่าคืออันไหนมันเหมาะกับคุณล่ะ เพราะลงทุนสไตล์ไม่เหมาะนี่มันจะยากเหมือนกันนะ ลงทุนแบบไม่ถูกจริตกับตัวเองนี่มันจะทำได้ยากครับเพราะมันฝืน แล้วส่วนใหญ่จะขาดทุนด้วย ตอนสมัยเริ่มหัดนี่ผมงงกับเรื่องพวกนี้เหมือนกัน วันนี้ผมเลยไปรวบรวมแนวลงทุนหลายๆแบบมาคุยให้ฟังเผื่อว่าคุณจะค้นพบตัวเองเร็วขึ้นครับ (more…)

  • รู้ไว้ใช่ว่า – มาตรการ QE

    เรียกว่าเป็นข่าวอยู่พักใหญ่ทีเดียวครับไอตัว QE เนี่ย จะมีอยู่ช่วงหนึ่งครับที่ออกข่าวทุกวันเรื่องนี้ หุ้นขึ้นก็บอกเพราะเค้าใช้ QE หุ้นตกก็บอกเพราะเค้าจะเลิกใช้ QE คือเรียกว่าเป็นประเด็นที่มีการไปสัมภาษณ์คนนู้นคนนี้ เดากันไปต่างๆนาๆว่าจะเลิกมั้ยเลิกเมื่อไหร่อะไรเต็มไปหมด ผมเลยอยากจะอธิบายไว้คร่าวๆเผื่อว่ามีคนที่ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้

    QE หรือ Quantitative Easing นี่มันเป็นนโยบายทางการเงินที่ใช้กรณีพิเศษอันหนึ่งครับ มีไว้กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยวิธีการเพิ่มเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ ถ้าเป็นวิธีการเพิ่มเงินในระบบปกติเค้าจะซื้อพันธบัตรรัฐบาล ส่วนที่เรียกว่าพิเศษนี่คือเพราะเค้าจะไปซื้อตราสารหนี้จากภาคเอกชนเทน ไอเดียมันก็เหมือนๆกันครับ คือทำเพื่อให้ธนาคารพาณิชย์มีเงินสดเยอะๆสามารถไปปล่อยกู้ต่อให้กับธุรกิจได้ พอธุรกิจสามารถมีเงินทุนมีการกู้ก็จะมีการผลิตมีการจ้างงาน และดังนั้นก็จะทำให้ไม่เกิดสภาพเงินฝืดหรืออะไรพวกนั้น จริงๆถ้าพูดเรื่องผลต่อสภาพเศรษฐกิจไม่มีใครทราบแน่นอนครับ บางคนก็บอกว่าดีเพราะทำให้วิกฤติเศรษฐกิจไม่ลุกลามคนตั้งตัวได้ทันไม่ตกใจ บางคนก็บอกว่าไม่ดีเพราะธนาคารพาณิชย์ก็อาจจะไม่ปล่อยกู้ก็ได้ แล้วยังจะไปทำให้เกิดเงินเฟ้อและปัญหาอื่นในอนาคตอีกด้วย (more…)