Tag: อัตราส่วนทางการเงิน

  • หา EBITDA ยังไง ?

    หา EBITDA ยังไง ?

    มีคนถามว่าเราจะหา EBITDA จากไหน

    หลักๆก็มีอยู่สองแบบคือ

    1. บางบริษัทมีอยู่ในรายงานประจำปี
    2. ถ้าไม่มีก็คำนวณเอง

    ถ้ามันมีบอกอยู่แล้วก็ง่ายสุด  รายการนี้ไม่ได้เป็นรายการทั่วไปที่จะอยู่บนงบการเงิน  แต่บางบริษัทอาจจะพูดถึง  ดังนั้นโอกาสสูงสุดที่จะเจอคือเจอในรายงานประจำปี  ตัวอย่างบริษัทที่มีก็เช่น Minor International, National Express, etc.  ตัวอย่างบริษัทที่ไม่มีก็เช่น TFMAMA, Costco, etc.

    แต่ถ้าบางบริษัทไม่มีก็คำนวณเองเลย  EBITDA มันก็คือกำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงินกับภาษีเงินได้ + ค่าเสื่อม + ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน  ซึ่งเลขพวกนี้หาได้บนงบการเงินอยู่แล้ว  กำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงินกับภาษีเงินได้อยู่บนงบกำไรขาดทุน  ส่วนค่าเสื่อมกับค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนจะอยู่ในงบกระแสเงินสดต้นๆเลยเป็นรายการบวกกลับมา  อยู่ในหมวดกิจกรรมดำเนินงานแน่นอน

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • อัตราส่วนทางการเงินอันไหนสำคัญสุด ?

    อัตราส่วนทางการเงินอันไหนสำคัญสุด ?

    มีคนถามว่าอัตราส่วนทางการเงินอันไหนสำคัญสุด  ต้องดูอันไหนบ้าง  รู้สึกมันมีเยอะไปหมด  ในวีดิโอนี้ผมพูดถึงอันที่ผมมองว่าสำคัญสุดละกัน  โดยเราจะพูดถึงสำคัญ 3 อันดับแรกนะ  เพราะถ้าพูดถึงเยอะกว่านั้นมันก็จะปัญหาเดิมคือรู้สึกมันมีเยอะไปหมด

    1. Return on Equity

    อันนี้สำคัญสุดละ  เพราะอัตราส่วนนี้สื่อว่าเงินของผู้ถือหุ้นทุกๆ 100 บาทที่บริษัทเก็บไว้เอาไปทำให้เกิดกำไรได้กี่บาท  อัตราส่วนนี้ยิ่งเยอะยิ่งดีเป็นธรรมดา  ตัวเลขนี้อาจจะสูงได้ด้วยการที่บริษัทจ่ายปันผลออกมาเยอะๆทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเล็กก็เป็นไปได้  กรณีแบบนั้นก็ไม่ได้แปลว่าบริษัทแย่นะแค่ว่าไม่ได้แปลว่าดีมากเฉยๆ

    2. Net Profit Margin

    Net Profit Margin คือสื่อว่าจากทุกรายได้ 100 บาทที่บริษัททำได้  เมื่อหักต้นทุนและค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้วเหลือกี่บาท  ตัวเลขนี้มันต่างกันแล้วแต่ลักษณะธุรกิจ  ผมให้ความสำคัญกับความสม่ำเสมอมากกว่า  กับดูว่ามันไม่ต่ำจนไม่สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจ

    3. Interest Coverage

    อัตราส่วนนี้มันก็อยู่ในหมวด liquidity ratio  วัตถุประสงค์คือไว้ดูว่าบริษัทน่าจะจ่ายหนี้ได้มั้ย  ที่ผมนิยมใช้คือ EBIT/Interest expense  ผมไม่นิยมใช้ EBITDA/Interest expense  สิ่งที่อัตราส่วนนี้สื่อคือกำไรจากการดำเนินงานเป็นกี่เท่าของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย  ถ้ากำไรจากการดำเนินงานเป็นหลายเท่าของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย  ก็แปลว่าน่าจะสามารถจ่ายดอกเบี้ยได้  ก็คือเสี่ยงน้อย  ดังนั้นอัตราส่วนนี้ยิ่งเยอะก็ยิ่งดี

    สามอันนี้ส่วนตัวผมว่าสำคัญสุดครับ  ไม่ใช่บอกว่าอันอื่นไม่สำคัญนะ  แค่บอกว่าสามอันนี้สำคัญสุด  เป็นอันที่ยังไงผมต้องดูแน่ๆ

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • ตัวอย่างการคำนวณ Free Cash Flow to Equity (FCFE)

    ตัวอย่างการคำนวณ Free Cash Flow to Equity (FCFE)

    อันนี้ก็ต่อเนื่องจากวีดิโอที่เราเคยอธิบายวิธีการ Discounted Cash Flow ไป  ปรากฎว่ามีคนมีปัญหาในการลงมือทำจริงแล้วถามเข้ามาเยอะมาก  เท่าที่ดูคือคนส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องการคำนวณ Free cash flow ตั้งแต่แรก  ก็คือสูตรคำนวณน่ะรู้ละ  อ่านหนังสือเอาหรือไม่ก็ดูวีดิโอเราก็บอกสูตรอยู่  แต่ไม่รู้ว่าเอารายการไหนจากงบการเงินมาทำกันแน่  วีดิโอนี้ก็เดี๋ยวจะทำให้ดูเป็นตัวอย่างเอาเป็น Free cash flow to equity (FCFE) ละกัน

    ทวนอย่างเร็ว  สูตร FCFE คือ

    Net income + Net non-cash charges – Change in NWC – Capital expenditure + Net borrowing

    ตัวอย่างที่ใช้คืองบการเงินบริษัท President Bakery ปี 2563

    Net income  =  1,678,665,276

    Net non-cash charges  =  492,803,775 – 1,990,697  =  490,813,078

    Change in NWC  =   – 180,761,020 – 5,939,523 – 408,413 – 467,788 + 55,393,397 + 29,052,172 – 760 + 11,561,264  =  – 91,570,671

    Capital expenditure  =  113,346,674 – 3,515,980 – 571,350 + 2,457,323  =  111,716,667

    Net borrowing  =  0

    สรุปคือ FCFE ปี 2563 ของ PB เท่ากับ 2,149,332,358

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • คำนวณกำไรต่อหุ้น (EPS) ยังไง ? ทำไมลองทำเองแล้วไม่ตรง ?

    คำนวณกำไรต่อหุ้น (EPS) ยังไง ? ทำไมลองทำเองแล้วไม่ตรง ?

    มีคนสงสัยเรื่องวิธีคำนวณกำไรต่อหุ้น  เพราะรู้สึกว่าลองคำนวณเองดูแล้วมันได้ไม่ตรงกับเวปตลาดหลักทรัพย์หรืองบกการเงินของบริษัท

    คือสาเหตุที่คำนวณไม่ตรงเป็นเพราะส่วนใหญ่ใช้กำไรสุทธิตั้งหารด้วยจำนวนหุ้นที่ออกชำระแล้วตอนสิ้นปีครับ  ในขณะที่ถ้าเอาแบบถูกต้องจริงๆคือเค้าคำนวณด้วยจำนวนหุ้นเฉลี่ยระหว่างปีครับ

    ตัวอย่าง

    เพื่อเป็นตัวอย่างเราใช้ STGT ที่เคยมีคนถามคำนวณให้ดูละกัน

    • กำไรปี 2563 คือ 14,400,868,953 บาท  
    • จำนวนหุ้นตอนสิ้นปี 2563 คือ 2,857,560,000 หุ้น  พาร์ 0.5 บาท
    • จำนวนหุ้นตอนสิ้นปี 2562 คือ 990,000,000 หุ้น  พาร์ 1 บาท

    วิธีคำนวณ

    • วิธีการคือแปลงหน่วยพาร์ให้มันเท่ากันก่อน  ปรับจำนวนหุ้นของปี 2562 ให้มันเป็นพาร์ 0.5 บาทก่อนจะได้เปรียบเทียบกับปี 2563 และหาจำนวนเฉลี่ยได้
    • จำนวนหุ้นสิ้นปี 2562 ถ้าพาร์ 0.5 บาทมันควรจะเป็น 990,000,000*2 = 1,980,000,000 หุ้น
    • หลังจากนั้นก็หาจำนวนหุ้นเฉลี่ยระหว่างปี 2563 ซึ่งคือ (2,857,560,000+1980,000,000)/2 = 2,418,780,000 หุ้น
    • แล้วก็คำนวณ EPS  14,400,868,953/2,418,780,000 = 5.95 บาท / หุ้น

    บนรายงานประจำปีเค้าได้เลขต่างกันนิดหน่อย  มาจากจำนวนหุ้นเฉลี่ยต่างกันเล็กน้อย  ไม่แน่ใจว่าเค้าคิดเลขมายังไง  แต่คาดว่าอาจจะถ่วงน้ำหนักถัวเฉลี่ยต่างกันเล็กน้อยครับ  แต่โดยไอเดียวิธีการคำนวณก็คือแบบที่คำนวณให้ดูเนี่ยครับ

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี