Tag: กระแสธุรกิจ

  • ธุรกิจกลุ่มไหนเป็นผู้ชนะ ในช่วงเงินเฟ้อสูง ?

    ธุรกิจกลุ่มไหนเป็นผู้ชนะ ในช่วงเงินเฟ้อสูง ?

    ธุรกิจกลุ่มไหนทำได้ดีในช่วงเงินเฟ้อ ?

    เงินเฟ้อที่สูงและดูเหมือนจะสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ถ้าสมมติเงินเฟ้อจะสูงแบบนี้เป็นระยะเวลานานเราควรจะลงทุนในหุ้นธุรกิจกลุ่มไหนดี

    ที่มาของเงินเฟ้อที่สูงในครั้งนี้ แต่แรกเริ่มเลยมาจาก
    • ความต้องการสินค้าและบริการของคนจำนวนมาก เกิดขึ้นในระยะเวลาเดียวกันช่วงหลังปี 2021 ที่หลายประเทศคลาย lockdown และคนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติ
    • รัฐบาลทั่วโลกกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งนโยบายการคลังและการเงิน
    • ภาคการผลิตและ supply chain รองรับไม่ทัน

    แล้วก็มาเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดซ้ำเข้าไปอีก
    • สงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ราคาพลังงานและสินค้าเกษตรสำคัญอย่างข้าวสาลีสูงขึ้นมาก
    • โควิดระบาดในจีน รัฐบาลจีนใช้นโยบาย lockdown ต้องการให้ zero-COVID ซึ่งจะกระทบกับโรงงานและ supply chain แน่ๆ และอาจจะทำให้ราคาสินค้าข้าวของแพงขึ้นไปอีก

    ในทางทฤษฎีแล้ว การลงทุนในหุ้นควรจะสามารถป้องกันผลของเงินเฟ้อได้ระดับหนึ่ง เป็นเพราะบริษัทต่างๆก็ควรจะสามารถปรับราคาสินค้าขึ้นได้ ดังนั้นรายได้ก็ควรจะเติบโตและกำไรก็ควรจะสูงขึ้นเป็นการชดเชยผลของเงินเฟ้อที่สูงขึ้นได้

    แต่ในทางปฏิบัติ ความสามารถในการผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไปให้ลูกค้าไม่ได้ทำได้เท่ากันทุกบริษัท บางบริษัทที่ผลักภาระได้น้อยก็จะกลายเป็นว่าต้นทุนราคาสูงขึ้นเร็วกว่ารายได้ที่เติบโต บริษัทพวกนี้ Net Profit Margin ก็จะหดน้อยลง ส่วนบริษัทที่ผลักภาระได้ดีเป็นพิเศษบางทีต้นทุนที่สูงขึ้นโตช้ากว่าราคาขายกลายเป็นว่า Net Profit Margin ขยายดีขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นในสถานการณ์ที่เงินเฟ้อสูงผิดปกติ หุ้นบางกลุ่มธุรกิจก็อาจจะได้เปรียบอีกกลุ่ม ไม่ได้ว่าทำได้ดีทุกธุรกิจ

    คำถามสำคัญต่อมาก็คือ ถ้าสมมติไม่ได้ดูหุ้นเป็นรายตัวนะ ดูเป็นกลุ่มธุรกิจ กลุ่มไหนนะที่ทำได้ดีในช่วงเงินเฟ้อสูง ?

    เราก็ไปเจอว่ามีคนทำ study เรื่องนี้เหมือนกัน อันนี้กราฟของ Schroders ครับ เป็นกราฟที่แสดงผลตอบแทนของหุ้นใน US แบ่งตามกลุ่มธุรกิจในช่วงที่มีเงินเฟ้อสูงหรือช่วงที่เงินเฟ้อกำลังสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงปี 1973-2020

    แกน X แสดงว่ามีช่วงที่ผลตอบแทนสูงกว่าเงินเฟ้อเป็นกี่ % ของทั้งหมด หรือก็คือวัดว่าธุรกิจกลุ่มนั้นชนะเงินเฟ้อสูงบ่อยแค่ไหน

    ส่วนแกน Y วัดผลตอบแทนว่าผลตอบแทนเทียบกับเงินเฟ้อเป็นเท่าไหร่


    ผลคือกลุ่มธุรกิจ Energy ที่่รวมพวกที่ทำเกี่ยวน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทำได้ดีมาก ทั้งในแง่ว่ามีโอกาสสูงที่จะชนะและชนะเป็น % ที่สูง ซึ่งอันนี้ก็น่าจะเข้าใจได้เพราะที่ผ่านมาเวลาที่เงินเฟ้อสูงมันมักจะมาจากสาเหตุคือต้นทุนพลังงานที่สูง ดังนั้นกลุ่มธุรกิจนี้จะเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์ก็ไม่ได้เป็นเรื่องแปลก


    แต่ที่น่าตื่นเต้นคือ Equity REITs ซึ่งก็ผลตอบแทนดีกว่าเงินเฟ้อบ่อยอยู่ แสดงว่าที่ผ่านมาพวกกลุ่มนี้สามารถที่จะผลักภาระต่อให้กับลูกค้าได้ในแง่ของการขึ้นค่าเช่า และอาจจะได้ประโยชน์จากมุมที่ว่าราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นเจ้าของอยู่ก็สูงขึ้นตามเงินเฟ้อด้วย เป็นอะไรที่ทำได้ดีกว่าที่เราคาดนะ

    กลับกัน REIT ที่แย่คือ Mortgage REITs ซึ่งไม่ได้เป็นเจ้าของตัวอสังหาริมทรัพย์แต่เป็นการลงทุนแบบให้ยืมเงินแล้วค้ำประกันด้วยอสังหาริมทรัพย์แทน พวกนี้ก็จะลำบากเพราะอัตราผลตอบแทนมัน fixed ไปแล้วในระดับนึง โดนผลกระทบของเงินเฟ้อกินเข้าไปในผลตอบแทนเต็มๆ

    ส่วนที่ชัวร์อยู่แล้วอย่าง Consumer Discretionary ก็เข้าใจได้ สินค้าฟุ่มเฟือยที่ไม่ได้ต้องจำเป็นต้องซื้อ ในเวลาที่เงินเฟ้อสูงก็จะเป็นอย่างแรกๆที่ผู้บริโภคหยุดซื้อ

    กลุ่มที่เป็น IT เป็นเทคโนโลยีก็ดูเหมือนจะทำได้ไม่ดี เข้าใจว่าเป็นเพราะกระแสเงินสดที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมันอยู่ในอนาคตไกลออกไป พอเงินเฟ้อสูงเลยทำให้ discount rate ที่ใช้สูงตาม คิดลดกลับมาก็เลยทำให้มูลค่าของบริษัทกลุ่มนี้ลดลงเยอะ


    ส่วนอันที่เราแปลกใจก็จะเป็นกลุ่ม Utilities ที่ดูเหมือนจะชนะแค่ 50% เท่านั้น ทั้งที่ปกติน่าจะเป็นกลุ่มที่ผูกขาด เข้าใจว่าเป็นเพราะข้อจำกัดเรื่องการขึ้นราคาที่มาจากสัญญาที่ทำกับรัฐ


    กลุ่ม Consumer Staples นี่ก็ตามคาดคือน่าจะชนะเงินเฟ้อได้ เพราะเป็นกลุ่มสินค้าจำเป็นที่คนต้องใช้และโดยปกติก็ไม่ใช่สินค้าราคาสูงอยู่แล้ว แต่ก็แปลกใจนิดนึงที่สู้เงินเฟ้อได้น้อยกว่า Equity REITs นะ

    สรุปแล้วถ้าเราคาดว่าเงินเฟ้อจะสูงกว่าที่คาด การลงทุนในหุ้นกลุ่ม Energy, Equity REITs และ Consumer Staples ก็ดูเป็นทางเลือกที่ดี
     
    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • กระแสลดโลกร้อน – อุตสาหกรรมที่จะเติบโตไปอีกเป็นสิบปี

    กระแสลดโลกร้อน – อุตสาหกรรมที่จะเติบโตไปอีกเป็นสิบปี

    มีคนขอให้ทำวีดิโอเกี่ยวกับการ disrupt  เอาจริงๆผมก็ไม่ได้มีไอเดียอะไรเป็นพิเศษกับหัวข้อนี้  แต่ถ้าพูดถึงเทรนด์ที่พูดถึงกันเยอะในโลกการลงทุนและคิดว่าจะมีผลต่ออนาคตน่าจะเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม

    กระแสเรื่องโลกร้อนจริงๆมันก็มีมาหลายปีละ  แต่เพิ่งจะไม่กี่ปีมานี้ที่คนในหลายประเทศเริ่มรู้สึกถึงปัญหาจริงๆจังๆ  เริ่มตื่นตัวว่าถ้าปล่อยแบบนี้แบบนี้ต่อไปหายนะแน่  มันก็เลยเป็นเรื่องที่คนเริ่มให้ความสนใจเยอะขึ้นเยอะ  กองทุนหรือแนวการลงทุนที่ให้ความสำคัญกับ ESG ก็มีเยอะขึ้นเยอะได้รับความสนใจ  หลายธุรกิจเองก็ตื่นตัวนะ  มีบางบริษัทที่ออกมาประกาศเป้าหมายว่าจะ carbon neutral บ้าง  หรืออย่างบริษัทอย่าง Microsoft ออกมาประกาศว่าจะทำให้ตัวเอง carbon negative ในปี 2030

    ในช่วงแรกๆการตั้งเป้าหมายแบบนี้ก็อาจจะไม่ได้มีผลเยอะ  แต่ถ้ามีบริษัทหรือรัฐบาลจำนวนมากขึ้นที่พยายามจะลดการปล่อยก๊าซหรือพยายามจะ carbon neutral เยอะขึ้น  มันก็จะทำให้ตลาดสำหรับนวัตกรรมในด้านนี้มีความต้องการเยอะขึ้น  และผมเชื่อว่าความต้องการที่มีเยอะขึ้นจะทำให้มีคนคิดนวัตกรรมใหม่ๆสำหรับการลดการปล่อยก๊าซหรือทำให้ carbon neutral เยอะขึ้น

    ในอนาคตผมเชื่อว่าธุรกิจที่เป็นตัวปล่อยก๊าซเรือนกระจกก็จะถูก disrupt  สองกลุ่มธุรกิจหลักที่ยังไงคิดว่าเปลี่ยนแปลงแน่ก็คือธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้ากับธุรกิจยานพาหนะ  โรงไฟฟ้าถ่านหินหรือรถยนต์ที่ใช้ระบบเผาไหม้เชื้อเพลิงก็จะถูกแทนที่ด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดกับรถไฟฟ้า  ปัจจุบันพลังงานจากแสงอาทิตย์กับลมถูกลงเรื่อยๆ  เคยได้ยินว่าปัจจุบันถูกกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วด้วยซ้ำ  และก็มีคนใช้เยอะขึ้เพียงแต่มันยังติดปัญหาอื่นเช่นการจัดเก็บกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้กับความสม่ำเสมอในการผลิตกระแสไฟฟ้า

    ธุรกิจที่น่าจะได้ประโยชน์จากเทรนด์นี้ก็น่าจะเป็นพวกโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด, บริษัทที่ทำการเก็บกระแสไฟฟ้า, ระบบเครื่องยนต์ไฟฟ้า, ระบบวัดการปล่อยก๊าซและอะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องกับการดักจับคอร์บอน  ในเวลานี้ธุรกิจพวกนี้ก็เริ่มมาแล้วนะไม่ใช่ว่าใหม่กิ๊ก  แต่เชื่อว่าอนาคตเทรนด์ธุรกิจกลุ่มนี้น่าจะมีไปอีกยาวครับ

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี