Tag: กราฟหุ้น

  • ซื้อแพง ขายแพงกว่า ทำได้มั้ย ?

    ซื้อแพง ขายแพงกว่า ทำได้มั้ย ?

    จากแต่ก่อนที่ได้ยินคำพูดว่าซื้อถูกขายแพง  เดี๋ยวนี้เริ่มมีคำพูดว่าซื้อแพงขายแพงกว่า  แทนที่จะพยายามซื้อหุ้นที่ราคาต่ำก็ไปซื้อหุ้นที่ราคาขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วเชื่อว่าราคาจะสูงขึ้นไปอีกแทน  มีคนถามว่าเรามีความเห็นยังไงกับกลยุทธ์นี้

    เอาจริงๆก็ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่  ผมว่ามันดูมีความเสี่ยงโดยไม่จำเป็นยังไงไม่รู้  ที่ผ่านมาต่อให้ไม่นับช่วงโควิดผมก็เห็นว่าหุ้นบริษัทที่ทำได้ดีแต่ราคาตกเพราะคนตกใจก็ยังหาได้อยู่เป็นระยะไม่ใช่หาไม่ได้เลย  ส่วนตัวก็เลยมองว่าเราคอยฉวยโอกาสจะดีกว่า

    ทั้งนี้ผมก็เข้าใจว่าไอเดียการซื้อแพงแล้วขายแพงกว่ามันมีที่มามีหลักวิชาการอยู่นะ  ที่มาน่าจะมาจาก Momentum factor ซึ่งคือเค้าพบว่าหุ้นที่ขึ้นมาเยอะกว่าตลาดมีแนวโน้มที่จะขึ้นต่อไปอีกในระยะสั้น 3 เดือนถึง 1 ปี  และในแง่นึงการซื้อลักษณะแบบนี้ก็จะรวมถึงหุ้นที่ราคาสูงขึ้นต่อเนื่องอย่างพวกหุ้น tech หรือหุ้นนวัตกรรมที่ยังไม่มีกำไรได้  ซึ่งถ้าใช้วิธีที่ปกติผมทำหุ้นประเภทแบบ start-up แนวนี้ก็จะถูกตัดออกไป  ดังนั้นการซื้อแพงแล้วขายแพงกว่าก็คงเป็นไปได้อยู่  ใครอยากทำก็ลองทำดูได้ไม่มีปัญหา

    แต่ขอให้ใช้ความระวัง

    • Momentum factor ที่เค้าศึกษานั่นคือเค้าใช้หุ้นจำนวนมาก  ผลที่ได้มันเป็นเฉลี่ยภาพรวม  ซึ่งเวลาเราซื้อหุ้นอยู่ไม่กี่ตัวผลลัพธ์มันไม่ได้จำเป็นต้องเหมือนกัน  แล้วจะบอกว่า Momentum factor การศึกษาพบว่าให้ผลตอบแทนดีกว่าค่าเฉลี่ยก็จริง  แต่ผลตอบแทนก็ยังแพ้ Value factor อยู่ดีนะ
    • หลีกเลี่ยงหุ้นที่ไม่ใช่หุ้นพื้นฐานดี  หุ้นพื้นฐานห่วยแต่ราคาสูงขึ้นอย่างเร็วมันผิดปกติ
    • ซื้อหุ้นแนวนี้เรามักต้องหวังว่าบริษัททำได้ดีกว่าที่คาดหรือไม่ก็ให้คนคาดหวังสูงขึ้นไปอีกจากที่ตอนนี้ก็สูงอยู่แล้ว  ถ้าอนาคตบริษัททำได้ดีแต่ไม่ดีอย่างที่คาดหวังราคาหุ้นก็ตกได้

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • ลงทุนแบบ VI ระยะสั้นได้มั้ย ?

    ลงทุนแบบ VI ระยะสั้นได้มั้ย ?

    ขึ้นอยู่กับว่าพูดถึงระยะสั้นขนาดไหน  แต่โดยรวมแล้วยิ่งลงทุนระยะสั้นมาก VI ก็ยิ่งไม่ได้ผล

    เพื่อให้เข้าใจตรงกัน  คือ VI สำหรับผมมันต้องมีองค์ประกอบ 2 อย่าง

    1. มีการพิจารณาปัจจัยพื้นฐานของหุ้น (fundamental analysis)
    2. ซื้อเมื่อเห็นว่าราคาหุ้นต่ำกว่าราคาที่เหมาะสม

    ถ้ามีแค่อย่างใดอย่างหนึ่งก็ไม่นับว่าเป็น VI  เช่นบางคนอาจจะเลือกลงทุนโดยมองที่ปัจจัยพื้นฐานของหุ้น  แต่เมื่อเลือกหุ้นที่ชอบแล้วอาจจะซื้อแบบ DCA หรือ Momentum ก็ได้  แบบนี้ก็ไม่ได้เรียกว่าลงทุนแบบ VI  หรือบางคนเน้นซื้อหุ้นที่ P/E ต่ำหรือราคาตกรุนแรงโดยที่ไม่ได้พิจารณาปัจจัยพื้นฐาน  แบบนี้ก็เรียกว่าลงทุนแบบ contrarian เฉยๆ  ไม่ได้เป็น VI

    ทีนี้ประเด็นที่ทำให้ลงทุนแบบ VI ใช้กับระยะสั้นมากเช่นหลักวัน, สัปดาห์ หรือไม่กี่เดือนไม่ได้ผลเป็นเพราะว่า  โดยปกติแล้วการที่ราคาหุ้นต่ำกว่าราคาที่เหมาะสมได้ตั้งแต่แรกมักจะเป็นเพราะคนในตลาดมีมุมมองเชิงลบกับหุ้นนั้นเว่อร์เกินไป  หรือไม่ก็เพราะคนในตลาดอาจจะไม่ค่อยรู้จักหุ้นนั้นมันยังไม่ดัง  ดังนั้นโดยปกติมันต้องใช้เวลากว่าคนในตลาดจะเอะใจว่าบริษัทมันดีกว่าที่คาดนี่หว่าหรือเริ่มรู้จักมากขึ้นจนราคาหุ้นสูงขึ้นไปอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับคุณภาพของบริษัท  บางทีใช้เวลาเป็นปีเพราะต้องรอผลประกอบการออกมาดีต่อเนื่องกว่าจะคนมั่นใจว่าดีจริง  ก็เลยเป็นเหตุให้ลงทุนระยะสั้นมากด้วยวิธี VI ก็จะไม่ค่อยได้เรื่องอะไรเท่าไหร่

    แต่สำหรับคนที่จะลงทุนระยะสั้น  ผมมองว่าก็เอาบางส่วนของ VI มาใช้ก็ได้นี่  ไม่น่าจะเป็นเรื่องเสียหายตรงไหน  คือเอาการพิจารณาปัจจัยพื้นฐานมาใช้  อย่างเช่นคนที่ลงทุนแบบสายเทคนิคดูกราฟเป็นหลัก  ก็ไม่เสียหายที่จะจำกัดหุ้นที่จะลงทุนด้วยปัจจัยพื้นฐานก่อน  คือตัดสินใจด้วยกราฟแหละแต่ใช้กับหุ้นที่พื้นฐานดีเท่านั้น  โดยรวมหุ้นที่พื้นฐานดีก็น่าจะทำให้ปลอดภัยมากขึ้น  ถ้าพลาดจริงๆก็สามารถที่จะถือยาวได้เพราะบริษัทที่ทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆราคาหุ้นก็จะมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆในระยะยาวอยู่แล้ว

    หรือสำหรับบางคนที่คำว่าลงทุนระยะสั้นหมายถึงซักเกือบปีถึงสองปี  VI ก็ยังพอใช้การได้อยู่นะ  อย่างวิธีการลงทุนที่ผมทำอยู่คือเน้นซื้อหุ้นที่รู้จักดีอยู่แล้วว่าดีแต่ซื้อตอนคนตกใจจากปัญหาชั่วคราว  เท่าที่ทำมาถ้ามีเวลารอได้ซัก 1-2 ปีมันก็ใช้ได้อยู่นะ  ส่วนใหญ่แล้วถ้าเป็นปัญหาชั่วคราวเช่นอย่างโควิดหรือที่ตลาดตกเพราะสงครามการค้าจีนอเมริกาหรืออะไรก็แล้วแต่ที่คนตกใจเฉยๆ  พวกนี้ไม่ได้ใช้เวลานานมากคนก็หายตกใจ  ดังนั้นถ้าสำหรับบางคนที่ระยะสั้นคือ 1-2 ปีก็ใช้ VI ได้อยู่ครับ

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี