Tag: งบกระแสเงินสด

  • งบกระแสเงินสด รายการหลักๆที่ควรรู้

    งบกระแสเงินสด รายการหลักๆที่ควรรู้

    งบกระแสเงินสดวัตถุประสงค์หลักก็คืออธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นกับเงินสดบ้าง  เพิ่มหรือลดลงเพราะอะไร  ซึ่งสำคัญแหละเพราะสุดท้ายบริษัทดำเนินธุรกิจไปก็ต้องมีกระแสเงินสดเป็นบวกนะไม่งั้นก็เจ๊ง

    หน้าตาการรายงานงบกระแสเงินสดมันจะมีแบบ direct กับ indirect method ซึ่งมันจะนำเสนอต่างกันตรงกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน  เท่าที่เห็นมาเจอแต่ indirect method  เคยได้ยินว่าบริษัทส่วนใหญ่นิยมเตรียมแบบ indirect method เพราะทำได้ง่ายกว่า  แต่ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะมันแค่การนำเสนอเฉยๆ  ยังไงตัวกระแสเงินสดก็ต้องออกมาเท่ากันอยู่ดี

    งบกระแสเงินสดจะมีรายการหลักๆเรียงตามนี้

    1. ส่วนแรกจะเป็นกระแสเงินสดที่เกี่ยวกับกิจกรรมดำเนินงาน

    • เริ่มต้นจากกำไรสุทธิ  บางทีก็จะเห็นเริ่มต้นจากกำไรจากการดำเนินงาน  อันนี้ก็เอามาจากงบกำไรขาดทุนตรงๆ
    •  

    • ปรับรายการด้วยรายได้หรือค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่เงินสด
    • รายการแถวนี้ก็จะเยอะไปหมด  ใหญ่ๆก็มักจะเป็นค่าเสื่อมกับการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียนที่ใช้ในธุรกิจ  มันจะมีบางอันที่ทำการกลับรายการเพื่อจะไปบันทึกในหมวดอื่น  เช่นอย่างค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย  เค้าจะไปบันทึกเงินสดที่จ่ายไปจริงอีกที

       

    • กระแสเงินสดสุทธิที่ได้จากกิจกรรมดำเนินงาน
    • รายการนี้ก็คือสรุปสุดท้ายว่าดำเนินธุรกิจไปนี่สรุปกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นหรือลดลง  โดยปกติแล้วสิ่งที่เราต้องการคือมันควรจะไปในทางเดียวกันกับกำไรสุทธิของงบกำไรขาดทุน  ไม่ใช่เลขต้องเท่ากันนะ  แต่มันต้องไปทางเดียวกัน

    2. ส่วนที่สองจะเป็นหมวดกิจกรรมการลงทุน

    • รายได้หรือเงินที่จ่ายไปสำหรับการลงทุน
    • บางทีก็เป็นเงินลงทุนระยะสั้น, ระยะยาวหรือลงทุนในธุรกิจร่วมอะไรก็แล้วแต่
       

    • ลงทุนในที่ดิน, อาคารและอุปกรณ์
    • อันนี้คือที่ปกติเค้าเรียกว่า CAPEX ซึ่งย่อจาก capital expenditure ครับ  มันคือเงินลงทุนที่บริษัทใช้ไปเพื่อซื้อสินทรัพย์ใหญ่ๆเพื่อมาขยายธุรกิจ  ถ้าสมมติเป็นธุรกิจที่ต้องมีลงทุนในใบอนุญาตหรือซื้อสัมปทานรายการมันจะชื่อสอดคล้องกับธุรกิจครับ  และอันนั้นก็เรียกว่าเป็น CAPEX เหมือนกัน
       

    • กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกกรรมการลงทุน

    3. ส่วนที่สามคือหมวดกิจกรรมจัดหาเงิน

    • ดอกเบี้ยจ่าย
    • เงินสดรับจากการกู้ยืมเงิน
    • เงินสดจ่ายชำระเงินกู้ที่ยืมมา
    • จ่ายปันผล
    • เงินสดรับจากการออกหุ้นใหม่
    • เงินสดจ่ายเพื่อซื้อหุ้นคืน
    • กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกกรรมการลงทุน

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • Cash Flow (กระแสเงินสด) กับ Free Cash Flow (กระแสเงินสดอิสระ) คืออะไร ? ต่างกันยังไง ?

    Cash Flow (กระแสเงินสด) กับ Free Cash Flow (กระแสเงินสดอิสระ) คืออะไร ? ต่างกันยังไง ?

    มีคนถามเกี่ยวกับ cash flow (กระแสเงินสด) และ free cash flow (กระแสเงินสดอิสระ) ว่ามันคืออะไร  ต่างกันยังไงชื่อฟังคล้ายๆกัน

    เริ่มจาก cash flow ก่อน  ความหมายมันก็ตามชื่อเลยคือเงินสดเข้าหรือออกจากบริษัท  ซึ่งมันเป็นอะไรที่สมควรให้ความสำคัญมากเพราะว่าสุดท้ายแล้วบริษัทจะรอดแล้วทำธุรกิจต่อไปได้ก็ต้องมีเงินสดเข้ามามากกว่าออกไปถูกมะ

    ขอให้เข้าใจว่าในการบันทึกกำไรขาดทุนเค้าบันทึกแบบเกณฑ์คงค้าง (accrual basis)  ซึ่งก็คืออิงตามกิจกรรมทางธุรกรรมทางธุรกิจเป็นหลักไม่ได้อิงตามเงินสด  เวลาบริษัทขายของได้บริษัทจะบันทึกว่ามีรายได้เกิดขึ้นมีกำไรเกิดขึ้นทันทีไม่ว่าจะได้รับเงินจากลูกค้าหรือยังไม่ได้รับ  และดังนั้นสมมติเราดูงบกำไรขาดทุนอย่างเดียวแล้วไม่ได้ดูตัว cash flow เลยมันก็จะมีจุดบอดเพราะว่าต่อให้บริษัทบันทึกว่ามีกำไรเยอะแค่ไหนแต่ถ้าบริษัทไม่เคยเก็บได้เลยซักบาทมันก็เจ๊งอยู่ดีป้ะ

    ทีนี้ตัว cash flow นี่มันแบ่งออกเป็น 3 ประเภทตามเหตุคือ

    1. กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (cash flow from operating activities)
    2. กระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุน (cash flow from investing activities) 
    3. กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน (cash flow from financing activities)

    อันที่เค้าให้ความสำคัญมากสุดก็จะเป็นกระแสเงินสดจากการดำเนินงานแหละ  หลักๆที่ควรจะต้องสังเกตก็คือที่บอกขายของได้มีกำไรนี่เก็บเงินได้หรือเปล่า  เงินสดไม่ได้ไปจมอยู่กับสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นพรวดใช่มั้ย  ส่วนกระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุนก็ไว้สังเกตว่าบริษัทมีการใช้เงินไปซื้อที่ดิน, อาคารอุปกรณ์, เครื่องจักร, ฯลฯ อะไรพวกนี้เยอะมั้ย  ถ้าเยอะโดดขึ้นมาก็ต้องถามว่านั่นคือทำอะไร  ส่วนกิจกรรมจัดหาเงินก็ดูว่ามีการกู้เงินหรืออะไรพรวดขึ้นมาหรือเปล่า  เช่นกันถ้าเยอะขึ้นมาก็ต้องถามว่านั่นมันเอาไปทำอะไรเหรอ

    ทีนี้มาตัว free cash flow ละ  free cash flow นี่เค้าหมายถึงเงินสดที่สามารถเอาออกมาจากบริษัทได้โดยที่บริษัทไม่กระทบและยังเติบโตต่อได้ตามปกติ  หรือพูดอีกแบบนึงก็คือเป็นเงินสดที่เหลือจากการที่บริษัทดำเนินธุรกิจได้มาแล้วหักส่วนที่ต้องใช้ในการลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจไปแล้ว  มันเป็นเงินสดส่วนที่บริษัทมีอิสระที่จะเอาไปทำอะไรก็ได้  จะเก็บไว้สำรองก็ได้, จ่ายชำระคืนเงินกู้ที่ยืมมาก็ได้, จ่ายเป็นปันผลให้กับผู้ถือหุ้นก็ได้หรือจะเอาไปซื้อหุ้นคืนก็ได้  

    Free cash flow มันก็เลยสำคัญมากเพราะการที่ตั้งบริษัทมาก็เพื่อสร้างให้เกิด free cash flow เยอะๆไง  และดังนั้นเวลาที่เราได้ยินคนพูดถึงวิธีประเมินมูลค่าบริษัท  เราก็จะเคยได้ยินคนพูดถึงการคิดลดตัว free cash flow ก็เพราะเหตุผลนี้ครับ

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี