Tag: ธนาคารแห่งประเทศไทย

  • เงินเฟ้อมีผลยังไงกับตลาดหุ้น ?

    เงินเฟ้อมีผลยังไงกับตลาดหุ้น ?

    มีคนถามว่าเงินเฟ้อมีผลยังไงกับตลาดหุ้น  ถ้าเงินเฟ้อสูงจะทำให้หุ้นตกทั้งตลาดเหรอ  ทำไมคนถึงดูให้ความสนใจกับเงินเฟ้อ

    เรื่องนี้เราแยกตอบสองประเด็น  ก่อนอื่นเลยต้องเข้าใจก่อนว่าที่คนเค้าพูดถึงเงินเฟ้อกันช่วงนี้  ไม่ใช่เพราะเค้ากังวลว่าเงินเฟ้อจะมีผลโดยตรงกับตลาดหุ้นนะ  เค้าแค่กังวลว่าเงินเฟ้อจะทำให้ธนาคารกลางหยุดกระตุ้นเศรษฐกิจเริ่มปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น  และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะมีผลต่อตลาดหุ้นอีกที  การปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นทำให้ผลตอบแทนในสินทรัพย์อย่างพันธบัตรสูงขึ้น  ทำให้โดยเปรียบเทียบแล้วความน่าสนใจของหุ้นน้อยลง

    ทีนี้ถ้าถามว่า  แล้วจริงๆเงินเฟ้อสูงขึ้นโดยตัวมันเองมีผลกระทบต่อตลาดหุ้นยังไง  อันนี้ยากนิดนึง  เพราะมันยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน  ที่ผ่านมามันมีความพยายามในการศึกษาและมีคนเก็บข้อมูลได้ข้อสรุปต่างๆกันไป

    โดยรวมแล้ว  ถ้าเป็นมุมมองระยะยาวมาก  เงินเฟ้อไม่มีผล  เพราะสุดท้ายในระยะยาวบริษัทก็สามารถปรับตัวตามเงินเฟ้อได้  ถ้าเงินเฟ้อสูงขึ้นต้นทุนสินค้าหรือบริการสูงขึ้น  บริษัทก็ขึ้นราคาขายสูงขึ้นตาม  ไม่ได้มีผลกระทบอะไร

    แต่พอเป็นระยะสั้นมันเริ่มไม่แน่ละ  ส่วนใหญ่หลักฐานที่เค้าเจอคือเงินเฟ้อที่สูงราคาหุ้นก็มักจะตก  แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้เป็นทุกตลาดหุ้น  มีบางตลาดหุ้นที่ดูเหมือนเงินเฟ้อสูงขึ้นราคาหุ้นสูงขึ้นตามก็มี  (Sathyanarayana, S., Gargesa, S. (2018). An Analytical Study of the Effect of Inflation on Stock Market Returns. IRA-International Journal of Management & Social Sciences (ISSN 2455-2267), 13(2), 48-64. doi:http://dx.doi.org/10.21013/jmss.v13.n2.p3)

    แต่ทั้งนี้มันก็มีความซับซ้อนจากปัจจัยอื่นๆอีกเช่น  เป็นหุ้นกลุ่มไหนบริษัทขนาดใหญ่หรือเล็ก, เงินเฟ้อสูงที่ว่านี่คือสูงแบบคนคาดอยู่แล้วมั้ยหรือว่าสูงกว่าที่คาด, เงินเฟ้อสูงที่ว่าคือสูงมากมั้ยเป็น hyperinflation เลยหรือเปล่า, เป็นเงินเฟ้อในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจเติบโตหรือเป็นเงินเฟ้อช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ, ฯลฯ

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแบบไหน เหมาะกับสถานการณ์แบบโควิด (นโยบายการเงิน vs นโยบายการคลัง) ?

    นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแบบไหน เหมาะกับสถานการณ์แบบโควิด (นโยบายการเงิน vs นโยบายการคลัง) ?

    ช่วงนี้กำลังเป็นช่วงที่มีเหตุการณ์โรคระบาดและเศรษฐกิจหดตัว  หลายประเทศก็จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเพื่อช่วยลดผลกระทบจากโรคระบาด  เป็นโอกาสดีที่เราจะทำความรู้จักกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจให้ละเอียดขึ้นอีกนิดนึง  วันนี้ผมมาอธิบายความแตกต่างระหว่างนโยบายการเงิน (Monetary policy) กับนโยบายการคลัง (Fiscal policy) กันครับ  เผื่อคนที่ยังไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนจะได้เข้าใจภาพรวมมากขึ้นและเห็นภาพว่านโยบายที่เค้าพยายามทำกันอยู่มันมีที่มาที่ไปยังไงและทำไมเค้าถึงทำ

    Monetary policy เป็นนโยบายที่ทำงานผ่านปริมาณเงิน (money supply) ในระบบเศรษฐกิจ  โดยมีคนบริหารจัดการเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย  เวลาที่เราได้ยินข่าวบอกว่าลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรือมีการซื้อพันธบัตร (bond buying) พวกนี้คือ monetary policy  ทำไปเพื่อกระตุ้นให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อมากขึ้น, ให้ภาคธุรกิจกู้ยืมเงินได้ถูกลงจะได้ลงทุนเยอะขึ้น, ให้คนเอาเงินออกมาใช้จ่าย

    Fiscal policy เป็นนโยบายที่ทำงานผ่านภาษีและการใช้จ่ายของรัฐบาล  คนที่เป็นคนทำก็จะเป็นรัฐบาล  การกระตุ้นเศรษฐกิจก็ทำได้ทั้งโดยการลดภาษีเพื่อให้คนมีรายได้เยอะขึ้นจะได้ใช้จ่ายได้เยอะขึ้น  หรือไม่ก็ใช้จ่ายกับโครงการต่างๆเยอะขึ้นซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นการใช้จ่ายกับ public goods (สินค้าสาธารณะ) เช่นซ่อมถนน, ทำโรงเรียน, ปรับปรุงระบบประปา, ทำทางรถไฟความเร็วสูง, ฯลฯ  แต่สองแบบนี้มันมักจะระยะยาวและไม่ได้เกิดผลทันที  บางครั้งเพื่อให้เกิดผลอย่างรวดเร็วก็จะมี fiscal policy ที่ใช้จ่ายกับโครงการระยะสั้นเพื่อให้กระตุ้นเศรษฐกิจทันทีเช่น ช็อปช่วยชาติ, ให้เงินช่วยเหลือคนที่ตกงานช่วงโรคระบาด, ฯลฯ

    สังเกตว่าวิธีการของ monetary policy พยายามกระตุ้นเศรษฐกิจโดยให้เอกชนเป็นคนใช้จ่าย  ส่วน fiscal policy คือรัฐบาลเป็นคนใช้จ่ายก่อนเลย

    ทีนี้อย่างกรณีของ COVID-19  นโยบายที่จะได้ผลมากกว่าจะเป็น fiscal policy  เพราะในเวลานี้ต่อให้ใช้ monetary policy ปรับอัตราดอกเบี้ยต่ำลงธนาคารก็ไม่ได้อยากจะปล่อยกู้อะไรนักหนาเพราะตัวเองก็ต้องระวัง NPL ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน  บริษัทก็ไม่มีใครอยากลงทุนอะไรเพิ่มเยอะเพราะสถานการณ์ไม่ปกตินักท่องเที่ยวไม่มี, ช่วงก่อนห้างร้านอะไรก็ถูกสั่งปิด  และคนเองก็ไม่พร้อมจะออกมาใช้จ่ายเพราะบางคนก็ขาดรายได้ไปช่วงนึงและบางส่วนก็ยังใช้จ่ายระมัดระวังไม่ซื้ออะไรใหญ่ๆ  

    แต่ถ้าเป็น fiscal policy ก็ไม่เป็นปัญหาเพราะรัฐบาลเป็นคนใช้จ่ายโดยตรง  และโครงการอย่างการให้เงินช่วยเหลือคนที่ตกงานจากโรคระบาดก็เป็นการช่วยพยุงให้คนยังสามารถใช้จ่ายซื้อสินค้าจำเป็นได้อยู่  ช่วยบรรเทาปัญหาได้ชั่วคราวแล้วก็ภาวนาว่าเมื่อเปิดเศรษฐกิจกลับมาคนจะกลับมาใช้จ่ายปกติ

    ล่าสุดอย่างนโยบายที่ออกมาสนับสนุนให้คนไปท่องเที่ยวแล้วรัฐบาลช่วยออก  ผมก็เห็นด้วยนะ  มันก็คือรัฐบาลพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจแบบที่รัฐไม่ได้ออกเงินอยู่คนเดียวแล้วให้คนทั่วไปช่วยออกเงินด้วย  ถือว่าฉลาดดีอยู่  ในเวลาปกติผมอาจจะด่าเพราะมองว่า fiscal policy แบบนี้มันได้ผลอยู่แวบเดียวไม่เหมือนพวกที่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างอื่น  แต่ตอนนี้มันสถานการณ์ผิดปกติจริงๆครับ

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/courses