Tag: ธุรกิจเปลี่ยน

  • ปัจจุบันโลกเปลี่ยนเร็ว การมองไปในอนาคต 3-5 ปี ยังใช้ได้อยู่มั้ย ?

    ปัจจุบันโลกเปลี่ยนเร็ว การมองไปในอนาคต 3-5 ปี ยังใช้ได้อยู่มั้ย ?

    มีคนถามขึ้นมาว่าปัจจุบันโลกเปลี่ยนเร็วมาก  วิธีการลงทุนที่บอกว่ามองไปในอนาคต 5 ปีมันยังใช้ได้อยู่หรือเปล่า

    ผมเห็นด้วยว่าเดี๋ยวนี้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็ว  และก็เข้าใจความกังวลของคนถามว่าถ้ามันเปลี่ยนแปลงเร็วงั้นการมองไปอนาคต 5 ปีมันก็ไม่แม่นอยู่แล้วหรือเปล่า  ถ้ามันยังไงก็ไม่แม่นงั้นควรมองสั้นกว่านั้นมั้ย  โดยส่วนตัวผมก็ยังเชื่อว่าเวลาลงทุนเราควรจะพยายามมองไปในอนาคตซัก 3-5 ปีอยู่  แล้วก็อาศัยการคอยดูอย่างใกล้ชิดว่ามันเป็นไปตามคาดมั้ยเอาครับ

    1. ทำให้มองข้ามปัญหาชั่วคราวได้ง่ายขึ้น  ไม่ตกใจง่ายเกินไป
    2. จริงอยู่ที่เราไม่มีทางเดาอนาคตได้แม่น  แต่โชคดีที่เราก็ไม่ได้จำเป็นต้องเป๊ะขนาดนั้น  สิ่งที่เราต้องการคือแค่ทิศทางคร่าวๆ  เราอยากรู้ว่ามันจะยังทำได้ดีขึ้นหรืออย่างน้อยใกล้เคียงเดิมหรือเปล่าเท่านั้นเอง  แล้วมันสอดคล้องกับราคาตอนนี้มั้ย
    3. เป็นการบังคับให้เรามองหาจุดเด่นสำคัญของบริษัท  และเมื่อเราเข้าใจสิ่งที่เป็นจุดเด่นสำคัญเหล่านั้นแล้ว  มันจะทำให้เราติดตามสถานการณ์ของบริษัทได้ง่ายขึ้น  เราจะรู้ว่าต้องสังเกตอะไร

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • พื้นฐานเปลี่ยน สังเกตุจากอะไร ?

    พื้นฐานเปลี่ยน สังเกตุจากอะไร ?

    มีคนถามเราว่าบริษัทพื้นฐานเปลี่ยนไปจะสังเกตจากอะไร  ยอดขายหรือกำไรต้องตกเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าผิดปกติ เรามาตอบคำถามนี่กันครับ

    หลักๆแล้วสิ่งที่เราต้องการจะรู้มีอย่างเดียวเลยคือคนมันยังจะซื้อสินค้าหรือบริการของบริษัทอยู่หรือเปล่า  พื้นฐานเปลี่ยนมันก็คือคนจะไม่ซื้อน่ะครับ และนั่นคืออะไรที่เราไม่อยากให้เกิดกับบริษัทที่เราเป็นเจ้าของ

    ทีนี้แล้วเราจะสังเกตจากอะไร

    ถ้าเราจะเอาแบบรู้ก่อนที่ผลประกอบการจะเริ่มส่งสัญญาณได้ก็มีได้อย่างเดียวเราต้องเข้าใจธุรกิจและคลุกคลีอยู่ในวงการนั้นๆไม่ว่าจะเป็นทำงานอยู่หรือเป็นผู้บริโภคที่สนใจ  เราถึงจะเห็นว่าสาระสำคัญของธุรกิจนั้นกำลังมีความเปลี่ยนแปลงอะไรเข้ามาหรือมีคู่แข่งใหม่ที่ร้ายกาจเข้ามาหรือเปล่า เช่นอย่างเรื่องกล้อง ผมเริ่มเห็นว่าตัวเองและคนอื่นรอบตัวเริ่มขี้เกียจถือกล้องถ่ายรูปเวลาไปเที่ยวและใช้มือถือถ่ายรูปแทน

    ทีนี้สมมติเป็นธุรกิจที่เราไม่ได้คลุกคลีมาก  การจะไปรู้ล่วงหน้ามันเริ่มลำบากละ อาจจะต้องอาศัยตัวเลขบางตัวที่เป็นตัวบ่งชี้แทน  โดยปกติก็คือตัวเลขอะไรก็ได้ที่บอกเราเกี่ยวกับความนิยมของลูกค้าแหละเช่น ตัวเลขระดับความพึงพอใจ, จำนวนคน Google ชื่อยี่ห้อสินค้า, ยอดขายต่อพื้นที่, จำนวนผู้ใช้งานจริง, ตัวเลขการใช้งานต่อความจุ, เปอร์เซนต์ลูกค้าที่ต่อสัญญา, ฯลฯ

    และสุดท้ายสมมติเราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้  เราก็จะมารู้ตอนมันเริ่มมีผลกับตัวเลขผลประกอบการละ  เช่นยอดขายตกหรือกำไรตก ทีนี้ผมก็แนะนำว่าพิจารณาตามนี้

    1. มันเกิดขึ้นนานยัง ?
    2. ถ้านี่เพิ่งไตรมาสเดียว  อย่าเพิ่งตัดสินครับ มันเร็วเกินไป  ปกติผมว่ามันก็ต้องเกิน 1 ปีนะ  

    3. มันเป็นเฉพาะบริษัทนี้หรือเปล่า ?
    4. ดูตัวเลขเทียบกับทั้งอุตสาหกรรม  ถ้ามันเติบโตแต่บริษัทที่เราดูอยู่นี่แย่ลงสวนทางคนอื่น  ต้องรีบหาเหตุผลละ เริ่มแข่งขันไม่ได้หรืออะไร หรือแค่มีปัญหาชั่วคราว

    5. ตกทั้งอุตสาหกรรม  เป็นปกติของอุตสาหกรรมนี้หรือเปล่า ?
    6. บางธุรกิจมันก็มีการขึ้นลงเป็นเรื่องปกติ  หรือบางทีอาจจะแค่เศรษฐกิจของประเทศ แต่ถ้าอุตสาหกรรมดูตกต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานก็อาจจะเป็นว่ามีสินค้าอื่นมาทดแทนและทำให้ขนาดอุตสาหกรรมลดลงหรือเปล่า

    จะสังเกตว่ายอดขายกับกำไรตกเยอะหรือน้อยไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญ  สิ่งสำคัญสุดคือมันเป็นการตกที่มาจากเหตุอะไรมากกว่านะ