Tag: ปันผล

  • REIT ประเภทไหน Dividend Yield สูงสุด ?

    REIT ประเภทไหน Dividend Yield สูงสุด ?

    อันนี้มีคนถามทิ้งไว้นานละเพิ่งจะได้มาทำ  ตอนแรกก็ว่าจะลองไปเอา Dividend yield ของทุก REIT มาเทียบกัน  แต่รู้สึกยุ่งยากไปนิดบวกกับปีที่ผ่านมามันปีผิดปกติด้วย  บาง REIT ที่โดนผลกระทบจังๆงดจ่ายปันผลหรือจ่ายลดไปเยอะมาก  ก็เลยทำให้เทียบกันยากอีก

    สุดท้ายก็เลยเอาเป็นว่าผมตอบคำถามโดย

    • อิงจากความรู้สึกส่วนตัวที่ไล่ดูแล้วเจอ  ไม่ใช่จาก stat ทั้งหมด
    • อิง Normalized yield หรือก็คืออิงปันผลในปี 2019 ซึ่งเป็นปีปกติ

    ไทย

    REIT กลุ่มที่ yield สูงสุดนี่ต้องเป็นพวกที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวแน่นอนโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มโรงแรม  โดยรวม yield 10% นี่หาได้เลยแหละ

    พวกที่รองลงมาก็กลุ่มที่เกี่ยวข้องอื่นอย่างเช่นพวกห้างนี่ก็สูงมาก  yield เกือบ 10% เช่นกัน

    เหตุผลที่ yield สูงก็เข้าใจได้เพราะพวกนี้โดนโควิดกระทบจังๆและตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้น

    US

    อันดับหนึ่งจะเป็นพวก mortgage REIT  พวกนี้ต่างจาก REIT ปกติตรงที่รายได้ไม่ได้มาจากค่าเช่า  โมเดลธุรกิจเค้าคือเข้าไปเป็นเจ้าหนี้ให้สินเชื่อ  รายได้มาจากรายได้ดอกเบี้ย  โดยมีตัวอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน  พวกนี้ yield สูงเกือบ 10% ก็ยังหาได้อยู่  นี่ขนาดว่าราคาจะฟื้นมาจากโควิดเยอะแล้วนะ

    กลุ่มรองลงมาก็จะเป็นพวกที่เกี่ยวกับคนแก่  แต่ไม่ใช่โรงพยาบาลนะ  REIT พวกบ้านพักคนชรากับพวกศูนย์พักฟื้นผู้ป่วยที่ดูแลตัวเองไม่ได้ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือคนแก่  พวกนี้ yield 7% กว่าได้

    สาเหตุที่ yield สูงก็เข้าใจได้  Mortgage REIT ปกติมันเสี่ยงกว่าอยู่แล้ว  ส่วนพวกบ้านพักคนชรากับพักฟื้นผู้ป่วยก็โดนโควิดจังๆทำให้ผู้ประกอบการหลายรายเสี่ยงเจ๊งมากขึ้น  บวกกับอุตสาหกรรมนี้ก็แข่งกันโหดแต่แรกอยู่แล้วก็เลยทำให้ REIT เสี่ยงกว่าเพื่อน yield เลยสูงครับ

    ยุโรป

    อันดับหนึ่งนี่พวกห้างเลย  yield แถวๆ 10% นี่หาได้  เกิน 10% ไปอีกก็ยังมี

    กลุ่มที่รองลงมานี่ไม่แน่ใจละ  อาจจะพวกค้าปลีกที่ไม่ใช่ห้างนะ  พวกที่ทำ retail parks ประมาณนั้น  เคยเห็น 7% ได้

    ที่ yield สูงขนาดนั้นเข้าใจว่าเพราะช่วงหลังๆเทรนด์ของซื้อของออนไลน์เริ่มเยอะ  คนกังวลว่าพวกห้างนี่จะเหมือนใน US ที่ห้างเจ๊ง  ก็เลยทำให้ yield สูงพิเศษกว่ากลุ่มอื่นเลย

     

    ส่วนที่อื่นๆไม่รู้ละไม่ได้ติดตาม  ในญี่ปุ่นหรือสิงคโปร์ก็มี REIT เยอะนะ  แต่ไม่รู้เลยว่าช่วงนี้เป็นไงบ้าง

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • จะหาหุ้นปันผลสูงของต่างประเทศได้ที่ไหน ?

    จะหาหุ้นปันผลสูงของต่างประเทศได้ที่ไหน ?

    มีคนถามเข้ามาก็นึกได้ว่าหัวข้อนี้เคยทำไปสำหรับหุ้นไทยแต่ยังไม่เคยทำสำหรับหุ้นต่างประเทศ

    วิธีการที่ตรงประเด็นสุดคือใช้พวก Stock Screener เลยครับ  ผมพบว่าของ Tradingview ก็ใช้ง่ายดี  ไปที่ลิ้งค์นี้ https://www.tradingview.com/screener/

    วิธีการใช้ก็ง่ายมาก  ตอนนี้มันจะ default หุ้นอเมริกาอยู่  สมมติเราต้องการจะเปลี่ยนประเทศก็กด Filter ที่อยู่ทางขวามือเปลี่ยนเป็นตลาดประเทศที่เราต้องการ  จากนั้นก็เลือกแถบ Dividends  แล้วก็กดให้มันเรียงปันผลจากมากไปน้อยเท่านั้นเองครับ  แค่นี้ก็ได้รายชื่อหุ้นปันผลสูงในประเทศที่เราต้องการละ

    เวลาเราเลือกนี่ก็อย่าลืมว่าใช้ความระมัดระวังนะ  คืออย่าเห็นแค่ว่าปันผลสูง  ต้องดูด้วยว่ามันมีความสามารถในการทำกำไรสม่ำเสมอมั้ย  ไม่งั้นปันผลที่เห็นว่าสูงนั่นมันก็อาจจะลดลงหรือไม่มีได้ในอนาคต

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • ซื้อก่อนหรือหลัง XD อันไหนดีกว่ากัน ? มันต่างกันหรือเปล่า ?

    ซื้อก่อนหรือหลัง XD อันไหนดีกว่ากัน ? มันต่างกันหรือเปล่า ?

    ผมเจอคนถามเรื่องอะไรที่มันเกี่ยวกับ XD  โดยเฉพาะเรื่องกลยุทธ์ว่าควรซื้อหุ้นก่อนหรือหลัง XD หลายทีละ  เลยรวมมาตอบ

    ก่อนอื่น XD คืออะไรก่อน  XD นี่คือ ex-dividend หรือก็คือแปลว่าหลังปันผล  เวลาบริษัทประกาศปันผลให้ผู้ถือหุ้น  เนื่องจากผู้ถือหุ้นมันมีเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาใช่มะ  ดังนั้นเค้าก็จะมีกำหนดวันที่ปิดบัญชีว่าสรุปนี่มันต้องจ่ายปันผลให้ใครกันแน่  วันที่ขึ้นสัญลักษณ์ XD ก็คือวันที่หลังปันผลคือเลยมาแล้ว  ถ้าเราจะมีสิทธิได้รับปันผลก็คือต้องมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ตอนตลาดปิดของวันก่อนหน้านี้

    ทีนี้มาเรื่องซื้อก่อนหรือหลัง XD

    มันก็มีคนที่มองว่างั้นเราก็ซื้อหุ้นตอนวันก่อน XD ให้มีสิทธิได้รับปันผล  แล้ววันถัดมาที่ XD แล้วก็ขายทันทีเลย  เหมือนเราได้ปันผลมาฟรีๆ  สุดยอดมะ  กลยุทธ์อะไรพวกนี้เรียกว่า dividend capture

    แต่ปัญหาคือ  คนอื่นมันก็คิดได้แบบนี้เหมือนกัน  ดังนั้นราคาหุ้นช่วงวันสุดท้ายก่อน XD ราคาก็จะสูงขึ้นไปกว่าปกติไปรออยู่แล้ว  และโดยปกติราคาหุ้นที่สูงขึ้นไปกว่าปกติมันก็คือสูงขึ้นไปเท่าจำนวนปันผลที่จะจ่ายนี่แหละ  พอมาวัน XD ปุ๊บหุ้นไม่มีสิทธิได้รับปันผลละ  ราคาหุ้นมันก็ตกลงมาเท่าๆกับที่ปันผลออกมานี่แหละ

    เราก็อาจจะบอกงั้นต้องมองการณ์ไกลขึ้น  อย่าไปซื้อหุ้นตอนวันสุดท้ายก่อน XD สิ  ก็ซื้อก่อนซัก 2-3 อาทิตย์ได้มะ

    เหมือนเดิม  คนอื่นมันก็คิดได้เหมือนกัน  ดังนั้นราคาหุ้นมันไม่ได้พรวดขึ้นไปรอ XD ในวันเดียว  ราคาหุ้นทยอยสูงขึ้นไปก่อนแล้วล่วงหน้าบางทีเป็นเดือนๆ  

    หรือบางไอเดียก็บอกว่า  ซื้อหุ้นก่อน XD ไปแหละ  ตามทฤษฎีพอวัน XD ราคามันจะตกเท่าปันผลใช่มะ  แต่จริงๆแล้วในทางปฏิบัติอาจจะไม่เป็นแบบนั้น  มันอาจจะตกแต่ตกไม่เท่าปันผลและดังนั้นเราก็กำไรได้

    ซึ่งก็ถูกน่ะนะที่ว่าราคาหุ้นที่ตกอาจจะไม่เท่ากับที่จ่ายปันผล  แต่มันก็อาจจะกลับทิศไปอีกทางก็ได้คือพอวัน XD ปั๊บ  ราคามันตกรุนแรงกว่าปันผลที่จ่ายออกมา  เราก็กลายเป็นขาดทุนแทน

    แล้วก็มีอีกไอเดียนึงที่มองว่าควรซื้อหุ้นก่อน XD เพราะเค้าบอกว่าพอถึงวัน XD หุ้นมันก็ตกจริงๆแหละ  แต่หลังจากนั้นถ้ารอไปอีกหน่อยหุ้นมันจะฟื้นกลับขึ้นมา  แล้วค่อยขายตอนนั้นก็ได้

    ซึ่งอันนี้ก็ไม่ได้มีอะไรการันตีว่ามันจะเป็นแบบนั้นอีกเหมือนกัน  พอตกวัน XD แล้วหลังจากนั้นหุ้นก็อาจจะตกต่ำลงไปอีกก็ได้

    ดังนั้นในความเห็นผมนะ  ซื้อก่อนหรือหลัง XD นี่ไม่ได้เกี่ยวหรือมีสาระสำคัญอะไรกับผลตอบแทนเราและดังนั้นไม่ได้เอามาใช้ในการตัดสินใจซื้อผมเลย  บอกตามตรงคือผมไม่เคยดูด้วยซ้ำตั้งแต่ลงทุนมา

    ผมยังมีความสงสัยว่าไอเดียนี้มันยังมีคนพูดถึงกันอยู่ได้ไง  ถ้าสมมติคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังสงสัยว่าควรจะซื้อขายทำ dividend capture มั้ยนะ  ลองเช็คดูซิว่าคนที่มาเสนอไอเดียนี้คุณนี่เป็น Broker ป่าว  คือที่เค้าเสนอนี่อาจจะแค่ให้คุณซื้อขายบ่อยๆเฉยๆนะครับต้องระวัง

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/courses

  • REIT Dividend Yield สูง ผลตอบแทนจริงอาจไม่ใช่ ดูด้วยว่าเป็น Leasehold หรือ Freehold

    REIT Dividend Yield สูง ผลตอบแทนจริงอาจไม่ใช่ ดูด้วยว่าเป็น Leasehold หรือ Freehold

    เร็วๆนี้มีลูกศิษย์ผมคนนึงเค้าเล่าให้ฟังว่ามีไปซื้อ REIT อันนึงที่คาดหวัง dividend yield 10%  พอดีผมจำได้ว่า REIT อันนั้นมันเป็น leasehold และน่าจะมีสิทธิ์ได้รับรายได้อีกประมาณ 13 ปีเลยต้องรีบบอกเค้าว่า REIT นี้อาจจะไม่ได้คาดหวังผลตอบแทน 10% อย่างที่เค้าคิดครับ

    Leasehold กับ freehold มันมีความแตกต่างกันตรงที่ leasehold เป็นเจ้าของสิทธิการเช่า  ซึ่งมันมีวันสิ้นสุดตามสัญญาดังนั้นแปลว่าถ้าเราถือ REIT leasehold ไปจนสิ้นสุดสัญญาตัวมูลค่าสุดท้ายมันจะเป็น 0  แต่ freehold คือเป็นเจ้าของตัวทรัพย์สินเลย  แปลว่าก็จะมีสิทธิ์รับรายได้ไปตลอดจนกว่าทรัพย์สินนั้นเสื่อมซึ่งโดยปกติอายุนานกว่า leasehold มาก  ดังนั้นถึงแม้ว่าจะถือ REIT freehold ไปหลายปีแต่ถ้าทรัพย์สินยังสภาพดีอยู่มูลค่าของมันก็จะไม่เป็น 0

    ดังนั้นเวลาคำนวณผลตอบแทนของ REIT leasehold ก็ต้องคิดเผื่อว่าเราได้ผลตอบแทนจากปันผลจริงแต่ตัวราคาของ REIT ก็จะลดลงเรื่อยๆด้วยเมื่อใกล้หมดสัญญา

    เราจะแสดงวิธีคิด real yield ให้ดูครับ

    Case 1: เราทำให้ดูกรณีที่ไม่มี growth ก่อน

    Case 2: เราสมมติว่ามี growth

    สิ่งที่อยากให้สังเกตคือ dividend yield ของ leasehold ไม่ใช่ real yield  และ leasehold เสียเปรียบ freehold เสมอถ้าปันผลเท่ากันเติบโตเท่ากัน

    สรุปสุดท้ายคือผมไม่ได้จะบอกว่าต้องลงทุน freehold เท่านั้นหรืออะไรนะ  เพราะปกติแล้ว dividend yield ของ freehold ก็จะต่ำกว่า leasehold สะท้อนความได้เปรียบตรงนี้อยู่แล้ว  วีดิโอนี้คือต้องการให้เห็นภาพว่าผลตอบแทนของ REIT สองแบบนี้ไม่เหมือนกันและมีวิธีการคำนวณยังไงเท่านั้นเอง

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/courses

  • ไอเดียหุ้นปันผลสม่ำเสมอ

    ไอเดียหุ้นปันผลสม่ำเสมอ

    ก่อนหน้านี้เราเคยมีทำวีดิโอวิธีเลือกหุ้นปันผลไปก็ปรากฏว่าผลตอบรับดีมีคนสนใจเยอะ  ภายหลังก็มีคนถามเพิ่มเข้ามาว่าหุ้นที่ Dividend Yield เกิน 5% มีอะไรบ้างซึ่งเราก็ทำวีดิโอให้ดูไปแล้วว่าสามารถไปหาดูเองได้จากที่ไหน  รอบนี้ก็มีคำถามใหม่เข้ามาว่าอยากหาหุ้นปันผลที่เน้นจ่ายปันผลสม่ำเสมอไว้ก่อนไม่ต้องปันผลสูงมากก็ได้ แต่เค้าไม่รู้จะเริ่มจากไหน เรามีไอเดียมั้ยว่ามันมีหุ้นอะไรบ้าง ?

    ตอบตามตรงคือผมก็ไม่รู้เหมือนกัน  แต่ในเมื่อมีคำถามเข้ามาผมก็ไปลองหาดู

    ในหุ้นอเมริกาผมจำได้ว่ามันจะมีคนจัดกลุ่มหุ้นที่มีการจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นทุกปีอยู่ซึ่งเค้าจะเรียกว่าเป็นกลุ่ม Dividend Aristocrats  แต่เท่าที่ Google หาดูเหมือนตลาดหุ้นไทยจะไม่ได้มีการจัดกลุ่มอะไรลักษณะนี้

    เท่าที่เจอก็จะมีดัชนี SETHD (SET High Dividend 30 Index)

    ข้อมูลเพิ่มเติม – https://www.set.or.th/en/products/index/SETHD.html

    ซึ่งเป็นดัชนีที่เอาหุ้น 30 ตัวที่มีขนาดใหญ่มีสภาพคล่องการซื้อขายและมีการจ่ายปันผล Dividend Yield ที่สูงสม่ำเสมอ (ไม่รู้เค้าใช้ย้อนหลังกี่ปีถึงเรียกว่าสม่ำเสมอ)  อันนี้เป็นลิ้งค์เข้าไปดูว่าหุ้น 30 ตัวที่ว่านี่มีอะไรบ้าง https://www.set.or.th/en/market/constituents.html

    แต่ของ SETHD นี่คงต้องเลือกดีๆนิดนึงนะ  เพราะเท่าที่ดูผลตอบแทนย้อนหลังของดัชนีนี้สู้ดัชนีหุ้นปกติโดยรวมไม่ได้

    https://www.set.or.th/th/products/index/files/2019/2019_10_SETHD_Index_MthlyReport.pdf

    แล้วก็อีกอันที่เจอแล้วดูน่าสนใจจะเป็นบทความของตลาดหลักทรัพย์เช่นกัน  เขียนโดยคุณฐิติเมธ โภคชัย  บทความเก่านิดนึงแต่ในบทความเค้ามีพูดถึงหุ้นที่มีการจ่ายปันผลตลอดตั้งแต่ปี 2535-2560  อาจจะไม่ได้จ่ายเพิ่มขึ้นตลอดนะแต่อย่างน้อยๆก็มีการจ่ายปันผลบ้างมาโดยตลอดแม้บางปีจะเป็นช่วงปีวิกฤติเศรษฐกิจ  ลองดูก็ดีในรายชื่อบริษัทพวกนี้อาจจะมีอะไรน่าสนใจ https://www.set.or.th/set/education/knowledgedetail.do?contentId=5246&type=article

    เสร็จเรียบร้อย  ผมก็ช่วยได้ประมาณนี้แหละนะครับ  ที่เหลือคงต้องไปดูเอาเองและอย่าลืมว่าสุดท้ายหุ้นปันผลจะจ่ายปันผลได้มั้ยมันขึ้นอยู่กับผลประกอบการ  ดังนั้นควรจะดูว่าบริษัททำอะไรแล้วลักษณะธุรกิจสม่ำเสมอมั้ยเป็นหลัก อย่าไปคิดว่าแค่มันอยู่ในดัชนี SETHD หรือจ่ายปันผลมาตลอดจะแปลว่าอนาคตมันจะดีเสมอไป

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

  • มีหุ้นอะไรให้ปันผล (Dividend Yield) เกิน 5% บ้าง ??

    มีหุ้นอะไรให้ปันผล (Dividend Yield) เกิน 5% บ้าง ??

    หัวข้อวันนี้ต่อเนื่องจากที่เราเคยทำวีดิโออธิบายวิธีการเลือกหุ้นปันผลไป  (ถ้าใครไม่เคยดูหัวข้อวิธีเลือกหุ้นปันผล ดูได้ที่ https://youtu.be/KsC0Q-8HIC4)

    มีคนถามเข้ามาว่า “ตอนนี้มีหุ้นตัวไหน Dividend yield เกิน 5% บ้างครับ ?”  ซึ่งถ้าจะตอบตรงคำถามว่ามีหุ้น A, B, C, … มันก็จะไม่จบเพราะเดี๋ยวผ่านไปสามเดือนก็จะต้องมีถามคำถามเดิมใหม่  ดังนั้นผมเปลี่ยนวิธีตอบคำถามนิดนึงและยกระดับคำตอบขึ้นไปอีกระดับคือในวีดิโอนี้เดี๋ยวผมจะบอกวิธีว่าเราจะหารายชื่อหุ้นอะไรให้ปันผลเกิน 5% ดีกว่าครับ

    ผมแนะนำให้ใช้ลิ้งค์นี้ของ morningstarthailand.com ครับ  http://tools.morningstarthailand.com/th/stockquickrank/default.aspx?Site=th

    เข้าไปปุ๊บง่ายมาก  กดตรง Dividend Yield ให้มันเรียงหุ้นทั้งหมดจาก Dividend Yield มากไปหาน้อย  จบละครับ

    ที่เหลือก็คือเลือกจากบนนี้ว่ามีบริษัทไหนที่กิจการเข้มแข็งและเรามั่นใจว่าจะยังทำได้ดีสม่ำเสมอต่อไปในอนาคตบ้าง  เพราะอย่าลืมว่าบริษัทจะจ่ายปันผลได้มันต้องมีกำไรก่อน ตัวเลข Dividend Yield ที่เห็นคือเค้าเทียบปันผลที่เคยจ่ายไปแล้วล่าสุดกับราคาตอนนี้  ไม่ได้แปลว่ามันจะปันผลเท่านี้ต่อไปในอนาคต อย่าเลือกโดยดู Dividend Yield อย่างเดียว

    เรียบร้อยครับ  สรุปคำตอบของคำถามนี้คือ  คุณไปดูเอาเอง และวิธีดูผมก็อธิบายไปเรียบร้อยแล้ว

     

     
    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

  • เลือกหุ้นปันผลยังไงให้ปันผลโตทุกปี + ไม่ติดดอย ?

    เลือกหุ้นปันผลยังไงให้ปันผลโตทุกปี + ไม่ติดดอย ?

    เหตุผลหลักที่คนลงทุนในหุ้นปันผลก็เพราะอยากได้กระแสเงินสดสม่ำเสมอที่ดีกว่าเงินฝากประจำเป็นหลัก ส่วนเป้าหมายรองถ้าเป็นไปได้ก็อยากมีโอกาสได้ผลตอบแทนในรูปของราคาหุ้นที่สูงขึ้น ถ้าทำได้แบบนั้นก็คือสุดยอดเลยครับ แต่หลายครั้งที่พอซื้อหุ้นไปแล้วพบว่าได้ปันผลอยู่ทีเดียวบ้าง หรือปันผลลดลงเรื่อยๆทุกปีบ้าง และหนักกว่านั้นคืออาการแบบนี้มักจะถูกซ้ำด้วยราคาหุ้นตกลงไปกว่าตอนซื้ออีก ผิดวัตถุประสงค์ถึงขั้นรู้งี้ฝากธนาคารดอกเบี้ย 1% ยังดีกว่า

    วันนี้ผมมาแนะนำวิธีการเลือกหุ้นปันผลยังไงให้ได้ปันผลเติบโต และยากจะขาดทุนจากราคาหุ้นตกกันครับ (จะบอกราคาหุ้นไม่มีทางตกก็เป็นไปไม่ได้)

    1. เลือกบริษัทที่เข้มแข็งและกำไรสม่ำเสมอ
    เลือกหุ้นปันผลก็เหมือนเลือกหุ้นธรรมดาตรงที่ยังไงก็ต้องเลือกบริษัทที่มีความเข้มแข็ง เพราะอย่าลืมว่าปันผลสุดท้ายมันจ่ายมาจากกำไร ถ้าบริษัทกำไรไม่ดีหรือขาดทุนต่อให้วันนี้จ่ายปันผลสูง สุดท้ายก็จะไม่มีเงินจ่ายปันผลในที่สุดอยู่ดี อย่าไปคิดว่าแค่เพราะวันนี้บริษัทจ่ายปันผลสูงจะแปลว่ามันจะจ่ายแบบนั้นตลอดไป
    วิธีดูว่าบริษัทไหนเข้มแข็งและกำไรสม่ำเสมอแบบง่ายๆเริ่มจากพิจารณาว่าบริษัทนั้นเป็นบริษัทที่มีอำนาจบังคับผู้บริโภคให้ซื้อสินค้าได้หรือเปล่า แล้วก็ไปเปิดดูผลประกอบการแบบสรุปบนเวป SET ดููว่าที่ผ่านมาถ้ากำไรไม่เพิ่มก็อย่างน้อยให้มันคงที่

    2. เลือกที่ Dividend Yield สูงพอสมควร
    Yield ต่ำเกินไปเช่น 0.5% ก็ไม่ใช่เรียกว่าหุ้นปันผล แต่ถ้าสูงเกินไปเช่นหุ้น Yield เกิน 5% ก็อาจจะมีผลประกอบการอะไรผิดปกติทำให้คนไม่อยากซื้อราคามันเลยต่ำเลยทำให้ Yield สูง ส่วนตัวผมมองว่า Dividend Yield ประมาณ 2.5-5% นี่กำลังดี

    3. มองหาบริษัทที่มีช่องทางเติบโต
    สองข้อก่อนหน้านี้คือเพื่อให้อย่างน้อยเราได้ปันผลสม่ำเสมอ แต่ถ้าเราจะให้อนาคตปันผลเยอะขึ้นและราคาหุ้นสูงขึ้นด้วยเราก็ต้องหาบริษัทที่มีการเติบโต
    วิธีดูว่าบริษัทจะเติบโตหรือไม่ก็อาจจะต้องใช้การศึกษาเพิ่มเติมบ้าง หลักๆเลยคือดูว่าบริษัททำธุรกิจอะไร อยู่ในอุตสาหกรรมที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นหรือไม่ แล้วปัจจุบันบริษัทมีแผนทำอะไรใหม่ๆบ้าง

    4. เลือกที่ Payout Ratio ต่ำ
    Payout Ratio ว่าง่ายๆคือทุกกำไร 100 บาท บริษัทจ่ายออกมาเป็นปันผลเท่าไหร่
    บริษัทที่ปัจจุบัน Payout Ratio ต่ำได้เปรียบเพราะว่า
    ● ในอนาคตถ้ากำไรไม่โต ก็อาจจะเพิ่มปันผลได้อยู่โดยการเพิ่ม Payout Ratio ในขณะที่บริษัทที่ Payout Ratio สูงมากแล้วก็จะทำได้แค่ปันผลคงที่
    ● Payout Ratio ที่น้อยแปลว่าบริษัทมีการกันเงินเก็บไว้ สามารถเอาไปลงทุนเพิ่มทำให้กำไรเติบโตได้ในอนาคต

    และนี่คือหลักการเลือกหุ้นปันผล จะสังเกตว่ายังไงการเลือกหุ้นก็ต้องดูคุณภาพของกิจการเป็นหลัก ถ้าทำได้ตามวิธีการที่ให้ไว้นี้ผมมั่นใจว่าเราจะได้หุ้นปันผลที่เราจะถือกินปันผลไปได้ยาวๆแน่นอนครับ

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg