Tag: ลงทุนความเสี่ยงต่ำ

  • ช่วงเศรษฐกิจไม่ดี สินทรัพย์ประเภทไหนไม่โดนผลกระทบบ้าง?

    ช่วงเศรษฐกิจไม่ดี สินทรัพย์ประเภทไหนไม่โดนผลกระทบบ้าง?

    ช่วงเศรษฐกิจตกต่ำหมายถึงช่วงที่กิจกรรมทางธุรกิจน้อยลงต่อกัน 6 เดือนขึ้นไป  สถานการณ์มันจะประมาณว่าคนใช้จ่ายน้อยลง, ซื้อของหรือกินข้าวนอกบ้านน้อยลง, โรงงานก็ผลิตสินค้าน้อยลง, จ้างคนน้อยลง, ลงทุนน้อยลง  และก็เลยจะทำให้บริษัทส่วนใหญ่กำไรลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะต้องเลวร้ายหมด ทรัพย์สินที่ได้รับประโยชน์หรือไม่ได้ผลกระทบหรืออย่างน้อยก็ไม่เลวร้ายมากเท่าที่นึกได้ก็จะมีตามนี้เลย

    1. เงินสด
    2. ชัวร์สุด  ไม่มีผลกระทบอะไรจากวิกฤติเศรษฐกิจแน่นอน  แต่ก็ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ถ้าจะถือเงินสดไว้เยอะเกินไปแค่เพราะเรากังวลว่าจะมีวิกฤติเศรษฐกิจเพราะผลตอบแทนต่ำจัดมันเลยเป็นการเสียโอกาส

    3. ทอง
    4. ทองก็เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยประเภทหนึ่ง  ที่ผ่านมาราคาทองก็มักจะสูงขึ้นช่วงเศรษฐกิจตกต่ำหรือเมื่อคนตกใจอะไรซักอย่าง

    5. ตราสารหนี้
    6. พวกนี้โดยปกติจะได้เปรียบช่วงเศรษฐกิจตกต่ำเพราะผลตอบแทนมันคงที่กับปลอดภัยกว่า  นอกจากนั้นช่วงเศรษฐกิจตกต่ำธนาคารกลางมักจะทำการลดอัตราดอกเบี้ยก็ยิ่งทำให้คนที่ถือตราสารหนี้ที่อายุยาวๆได้เปรียบจากราคาที่สูงขึ้น  แต่ข้อเสียของตราสารหนี้คือมันจะชัวร์ไม่เท่าทองหรือเงินสดเพราะตราสารหนี้ก็อาจจะเละได้ถ้าเกิดเศรษฐกิจแย่ลงมากจริงๆจนบริษัทเริ่มเจ๊งและไม่สามารถชำระดอกเบี้ยตราสารหนี้ได้

    7. หุ้นบริษัทที่ขายสินค้าจำเป็น
    8. บริษัทพวกนี้ก็ราคาหุ้นตกเหมือนกันแหละไม่ใช่ว่าไม่ได้รับผลกระทบเลย  แต่โดยภาพรวมจะดีกว่าหุ้นบริษัทประเภทอื่นเพราะอย่างน้อยผลประกอบการมันจะยังดีกว่าทั่วไปและดังนั้นบริษัทก็จะราคาตกรุนแรงน้อยกว่า  สินค้าจำเป็นก็อย่างเช่นน้ำประปา, ไฟฟ้า, ยาสีฟิน, สบู่, ฯลฯ

    9. หุ้นบริษัทที่จ่ายปันผลสูงสม่ำเสมอ
    10. บริษัทพวกนี้ก็จะมีความได้เปรียบเช่นกัน  มันมีงานวิจัยพิสูจน์ชัดเจนว่าช่วงเศรษฐกิจตกต่ำหรือตลาดหุ้นตก  หุ้นที่มีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอราคาตกน้อยกว่าหุ้นที่ไม่จ่ายปันผล  อันนี้เนื่องมาจากปัจจัยของ yield support

    เท่าที่นึกออกน่าจะประมาณนี้นะครับ  แต่ผมแนะนำข้อ 4, 5

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

  • ทอง ให้ฟรี – เอา! ให้ซื้อลงทุน – NO NO!

    ทอง ให้ฟรี – เอา! ให้ซื้อลงทุน – NO NO!

    ช่วงนี้มีคนตื่นเต้นเรื่องการลงทุนในทองคำ แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าเป็นสินทรัพย์ที่ไม่น่าสนใจครับ เพราะว่า

    1. ผลตอบแทนไม่สูง
    2. เสี่ยงสูง

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

  • หุ้นกู้ ทางเลือกสำหรับคนไม่ชอบความเสี่ยง

    หุ้นกู้ ทางเลือกสำหรับคนไม่ชอบความเสี่ยง

    วีดิโอนี้มันเริ่มมาจากมีนักเรียนคนนึงบอกว่าเค้าลงทุนในหุ้นกู้  ซึ่งผมเข้าใจมาตลอดตั้งแต่สมัยเรียนว่านักลงทุนรายย่อยไม่สามารถซื้อตราสารหนี้เอกชนเองได้และถ้าจะลงทุนในหุ้นกู้ก็คือต้องผ่านกองทุนรวมเท่านั้นก็เลยเกิดความรู้สึกแปลกใจเลยลองมาหาข้อมูลอ่านดู  วีดิโอนี้ผมมาเล่าให้ฟังว่าผมพบอะไรบ้างเกี่ยวกับหุ้นกู้ (แต่บอกไว้ก่อนเลยว่าผมไม่ค่อยลงทุนในหุ้นกู้มาก่อนและดังนั้นเข้าใจผิวเผินมาก)

     

    หุ้นกู้นี่มันคืออะไร ?

    คิดซะว่าเวลาเราซื้อหุ้นกู้คือเราให้คนยืมเงินน่ะครับ  สถานะของเราคือเราเป็นเจ้าหนี้เค้าซึ่งมันก็จะไม่เหมือนหุ้นเพราะอันนั้นคือเราเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของเค้า

    จุดเด่นของการเป็นเจ้าหนี้คือผลตอบแทนแน่นอนกว่าหุ้น  กรณีบริษัทเบี้ยวหรือมีแนวโน้มมีปัญหาก็จะได้รับเงินคืนก่อนหุ้น

    โดยรวมดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากแหละ  แต่ดอกเบี้ยกี่ % ขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของบริษัทที่ขอยืมเงินกับระยะเวลาที่ยืมว่ายืมไปนานขนาดไหน

     

    ซื้อได้ด้วยเหรอ ?

    ปรากฎว่าได้จริงด้วย  เท่าที่เห็นส่วนใหญ่หุ้นกู้จะออกเสนอขายให้กับนักลงทุนสถาบันกับนักลงทุนรายใหญ่  แต่มีบางส่วนที่เสนอขายกับบุคคลทั่วไป เงินลงทุนขั้นต่ำ 50,000 – 100,000 บาท เราสามารถเข้าไปดูว่ามีหุ้นกู้อะไรกำลังจะออกใหม่บ้างได้บนเวป  ผมเจอบนเวปของกลต.

    https://market.sec.or.th/public/idisc/th/Product/NewProduct

    อ่านหนังสือชี้ชวนว่าใครเป็นตัวแทนขายแล้วก็ไปซื้อกับที่นั่น  โดยวิธีการซื้อคือเข้าไปติดต่อธนาคารหรือบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นตัวแทนขายหุ้นกู้ที่เราสนใจแล้วแจ้งว่าเราต้องการจะซื้อหุ้นกู้  ถ้าเป็นไปได้ควรไปให้เร็วที่สุดไม่ได้ต้องรอวันซื้อขายจริงเพราะเราต้องทำการจองก่อนดูว่าเราจะได้มั้ย

    เวลาไปซื้อก็เหมือนจะง่าย  ผมอ่านจากเวปของธนาคารกสิกร  เค้าบอกว่าให้เตรียมสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาสมุดเงินฝาก  ตอนจ่ายเงินนี่คือจะเป็นเงินสด, เช็คเงินสดหรือหักบัญชีธนาคารก็ได้  

    กรณีที่เป็นหุ้นกู้ที่ออกขายไปแล้วก็เหมือนจะซื้อได้ถ้ามีคนขายบนตลาดตราสารหนี้ Thai Bond Exchange แต่ดูจะเป็นส่วนน้อย  ผมเข้าใจว่าเพราะคนส่วนใหญ่ที่ลงทุนในตราสารหนี้จะถือยาวเลยไม่ค่อยมีการซื้อขาย  

    รายชื่อบริษัทโบรกเกอร์ที่ให้บริการซื้อขายตราสารหนี้หาได้บนเวป SET  https://www.set.or.th/set/memberlist.do?language=th&country=TH

    การซื้อหุ้นกู้ด้วยตัวเองนี่มันเพิ่งมาน่าสนใจเมื่อเร็วๆนี้ตอนที่เค้าเปลี่ยนกฎหมายเรื่องภาษีของกองทุนรวมตราสารหนี้  แต่เดิมลงทุนตราสารหนี้เองเสียภาษี 15% ทั้งจากดอกเบี้ยที่ได้และกำไรจากส่วนต่างราคา ในขณะที่ถ้าเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ไม่เสียภาษี  จะมีภาษีแค่ 10% ถ้ากองทุนปันผลออกมา ทำให้ลงทุนผ่านกองทุนรวมน่าสนใจกว่าการซื้อเองมาก แต่ปัจจุบันเค้าเพิ่งเปลี่ยนกฎให้บริษัทที่ออกหุ้นกู้เวลาจ่ายดอกเบี้ยให้หักภาษีณ ที่จ่าย 15% เลยโดยไม่สนใจว่าจ่ายให้บุคคลหรือกองทุน  แปลว่าความได้เปรียบของการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ก็จะลดลงละ ได้เปรียบเหลือตรงที่ Capital Gain ผ่านทางกองทุนรวมไม่ต้องเสียภาษีเท่านั้น

     

    เวลาซื้อต้องพิจารณาอะไรบ้าง ?

    1. บริษัทที่จะยืมเงินเรา
    2. ถ้าเค้าเจ๊งไม่มีเงินจ่ายเราก็จะเดือดร้อนเหมือนหุ้นแหละ  แต่ในกรณีนี้เราไม่ได้ต้องการบริษัทที่ทำกำไรได้ดีมากเติบโตเพราะเราไม่ได้โตไปกับเค้าอยู่ละ  เอาแค่ธุรกิจทำได้ดีระดับคงที่มีเงินจ่ายเราก็ใช้ได้

    3. อัตราดอกเบี้ย, ระยะเวลาการไถ่ถอนคืน, มีหรือไม่มีหลักประกัน, อันดับความน่าเชื่อถือ  และรายละเอียดอื่นๆ

     

    ขายระหว่างทางได้มั้ย ?

    ได้นะแต่ดูจะยากกว่าหุ้น  หลักๆดูเหมือนจะเป็นการขายให้กับธนาคารน่ะแหละ  แต่เนื่องจากมันจะไม่มีราคากลางตลาดดังนั้นอาจจะควรลองถามธนาคารหลายๆที่เปรียบเทียบกัน

     

    ลงทุนหุ้นกู้ผ่านกองทุนรวมดีกว่ามั้ย ?

    จริงๆผมก็คิดว่าดูมันจะง่ายกว่านะ  แล้วดูน่าจะมีสภาพคล่องสามารถขายออกมาได้ง่ายกว่าด้วยถ้าเกิดกรณีเราต้องการขายขึ้นมา

    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นลงทุนผ่านกองทุนรวมตราสารหนี้ก็มีค่าใช้จ่ายตรงที่มันมีค่าธรรมเนียมการจัดการ  ซึ่งถ้าดูๆแล้วก็เป็นสัดส่วนพอสมควรเมื่อเทียบกับรายได้ อย่างผมเปิดเวป AIMC จะเจอว่าผลตอบแทนกองทุนตราสารหนี้เฉลี่ยต่อปีในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาก็อยู่ประมาณ 2-3%  ส่วนค่าธรรมเนียมอยู่ประมาณ 0.2-0.5% นั่นแปลว่าจากกำไรที่ทำได้ทั้งหมดจ่ายไปเป็นค่าธรรมเนียมถึง 10% ทีเดียว

    แล้วแต่คนจะคิดละกันครับหัวข้อนี้

     

    แล้วพออ่านมาถึงแถวๆนี้ผมก็หยุดอ่านเพราะยังไงส่วนตัวคงไม่ได้ไปเน้นลงทุนในตราสารหนี้อยู่แล้ว  สำหรับคนที่สนใจผมทิ้งลิ้งค์ข้อมูลดีๆที่ผมไปอ่านมาไว้ข้างล่างนี้ละกันครับ

    https://www.checkraka.com/knowledge/saving-2-68/1643704/

    http://www.thaibma.or.th/EN/Investors/Individual/Blog/2019/02042019.aspx

    http://www.thaibma.or.th/bondsupermart/

    https://www.set.or.th/set/education/html.do?name=bond&showTitle=F

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg