Tag: เทคโนโลยี

  • ใช้เว็ป Settrade ยังไง ?

    ใช้เว็ป Settrade ยังไง ?

    มีคนมือใหม่มากอยากให้เราพูดถึงการใช้เวป Settrade  เอาจริงๆผมก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเวปเค้าขนาดนั้น  แต่จะพูดถึงที่ผมใช้หรือสิ่งที่คิดว่าอาจจะมีประโยชน์ละกันครับ

    1. รายละเอียดเกี่ยวกับหุ้นที่เราสนใจ
      1. งบการเงิน
      2. เวปไซต์บริษัท
      3. ประวัติการจ่ายปันผล
      4. ประมาณการโดยนักวิเคราะห์
    2. Opportunity day
    3. พวกที่เป็นข้อมูลเรียนรู้ต่าง
      1. Publication เรียนรู้เรื่องกองทุนรวม
      2. หลักสูตรอบรมสัมมนา
      3. เรื่อง financial planning
      4. เอกสารเผยแพร่
    4. หน้าแรกมีสรุป index ตอนนี้
      1. กดเข้าไปจะโหลดรายละเอียดย้อนหลังของ index ได้
    5. สรุปสถิติสำคัญ
      1. P/E ย้อนหลัง
      2. Dividend yield ย้อนหลัง
  • ปัจจุบันโลกเปลี่ยนเร็ว การมองไปในอนาคต 3-5 ปี ยังใช้ได้อยู่มั้ย ?

    ปัจจุบันโลกเปลี่ยนเร็ว การมองไปในอนาคต 3-5 ปี ยังใช้ได้อยู่มั้ย ?

    มีคนถามขึ้นมาว่าปัจจุบันโลกเปลี่ยนเร็วมาก  วิธีการลงทุนที่บอกว่ามองไปในอนาคต 5 ปีมันยังใช้ได้อยู่หรือเปล่า

    ผมเห็นด้วยว่าเดี๋ยวนี้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็ว  และก็เข้าใจความกังวลของคนถามว่าถ้ามันเปลี่ยนแปลงเร็วงั้นการมองไปอนาคต 5 ปีมันก็ไม่แม่นอยู่แล้วหรือเปล่า  ถ้ามันยังไงก็ไม่แม่นงั้นควรมองสั้นกว่านั้นมั้ย  โดยส่วนตัวผมก็ยังเชื่อว่าเวลาลงทุนเราควรจะพยายามมองไปในอนาคตซัก 3-5 ปีอยู่  แล้วก็อาศัยการคอยดูอย่างใกล้ชิดว่ามันเป็นไปตามคาดมั้ยเอาครับ

    1. ทำให้มองข้ามปัญหาชั่วคราวได้ง่ายขึ้น  ไม่ตกใจง่ายเกินไป
    2. จริงอยู่ที่เราไม่มีทางเดาอนาคตได้แม่น  แต่โชคดีที่เราก็ไม่ได้จำเป็นต้องเป๊ะขนาดนั้น  สิ่งที่เราต้องการคือแค่ทิศทางคร่าวๆ  เราอยากรู้ว่ามันจะยังทำได้ดีขึ้นหรืออย่างน้อยใกล้เคียงเดิมหรือเปล่าเท่านั้นเอง  แล้วมันสอดคล้องกับราคาตอนนี้มั้ย
    3. เป็นการบังคับให้เรามองหาจุดเด่นสำคัญของบริษัท  และเมื่อเราเข้าใจสิ่งที่เป็นจุดเด่นสำคัญเหล่านั้นแล้ว  มันจะทำให้เราติดตามสถานการณ์ของบริษัทได้ง่ายขึ้น  เราจะรู้ว่าต้องสังเกตอะไร

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • Digitalization ส่งผลยังไงกับหุ้นบ้าง ??

    Digitalization ส่งผลยังไงกับหุ้นบ้าง ??

    ผมเข้าใจว่าคนถามเค้าตั้งใจถามว่าบริษัทที่มีการลงทุนทำโปรเจค Digitalization เช่นเอา Chatbot มาตอบลูกค้า, ฯลฯ  ทำให้ผลทำให้บริษัทดีขึ้นมั้ย มีผลต่อราคาหุ้นหรือเปล่า ซึ่งเป็นคำถามที่ยากมากผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนแรกว่าจะไม่ตอบละแต่ปรากฎว่าพอลองหาๆดูปรากฎว่ามีคนทำวิจัยหัวข้อประมาณนี้อยู่ครับ  ผมเลยเอาผลของงานวิจัยอันนึงที่ผมอ่านเจอมาเล่าให้ฟังคร่าวๆครับ

    อันนี้เป็น working paper ของ Wilbur Chen กับ Suraj Srinivasan จาก Harvard Business School

    เค้าทำการศึกษากลุ่มบริษัทที่ไม่ใช่สายเทคโนโลยี ที่กำลังมีโปรเจค digital เทียบกับบริษัทกลุ่มที่ไม่ได้มีโปรเจคแล้วมาดูว่ามีผลกระทบอะไรกับบริษัทหรือมีอะไรแตกต่างออกไปบ้าง  

    วิธีการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างคือเอาบริษัทมหาชนทั้งหมดช่วงปี 2010-2017 ในอเมริกามา  แล้วมาคัดพวกที่เป็นกลุ่ม IT หรือเทคโนโลยีออกไปโดยดูจากหมวดอุตสาหกรรม หลังจากนั้นก็มาหาคำที่เกี่ยวกับโปรเจค digital บนรายงานประจำปี 10-K และพวก presentation ตอนรายงานผลรายไตรมาส  บริษัทที่ใช้คำศัพท์กลุ่มพวก Analytics, AI, Big Data, Cloud, Machine Learning มากขึ้นเค้าก็นับว่าเป็นพวกทำโปรเจค ซึ่งเค้าพบว่ามีบริษัทที่พูดถึงโปรเจค digital เยอะขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก  จากตอนปี 2010 มีบริษัทแค่ 4% ที่พูดถึง แต่ตอนปี 2017 มีบริษัทถึง 22% ที่พูดถึง

    สิ่งที่เค้าพบคือบริษัทที่ทำโปรเจค digital

    1. โดยรวมเป็นบริษัทที่ใหญ่กว่า, อายุน้อยกว่า, มีการทำ R&D เยอะกว่า และมีการลงทุน CapEx น้อยกว่า  เมื่อเทียบกับบริษัทกลุ่มที่ไม่ได้ทำ แล้วเค้าก็เจอว่าบริษัทที่ผลประกอบการไม่ดีมีแนวโน้มจะทำโปรเจคพวกนี้มากกว่าบริษัทที่ผลประกอบการดี  เข้าใจว่าเป็นเพราะสถานการณ์บังคับมีผลให้ทำ
    2. ROA ลดลงเล็กน้อย  แม้ว่าจะผ่านไป 3 ปี
    3. Net Margin และ Sales Growth ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ  เดาว่าอาจจะเป็นเพราะโปรเจคพวกนี้ใช้เงินลงทุนทำให้ผลการดำเนินงานลดลงในช่วงแรกแต่อาจจะดีขึ้นในระยะยาว  หรืออาจเป็นเพราะคู่แข่งก็เริ่มทำโปรเจคคล้ายๆกันดังนั้นประโยชน์ที่ได้จากโปรเจคพวกนี้เลยหายไป หรืออาจจะเป็นเพราะการทำโปรเจคพวกนี้ต้องใช้ผู้บริหารที่รู้เรื่องเทคโนโลยีถึงจะทำได้สำเร็จเพราะเค้าพบว่าบริษัทที่ทำโปรเจค digital โดยที่มีผู้บริหารที่ถนัดเทคโนโลยีจะมี ROA สูงกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกันประมาณ 60% ได้
    4. Asset Turnover ดีขึ้น
    5. อัตราส่วน Price/Book ที่สูงมากขึ้นเมื่อเทียบกับหุ้นในอุตสาหกรรมเดียวกันหลังจากที่มีการทำโปรเจคไป  คาดว่าเป็นเพราะนักลงทุนมองว่าโปรเจคประเภทนี้เป็นเรื่องดี
    6. การเพิ่มขึ้นของ Price/Book ทยอยเกิด  ไม่ใช่ขึ้นพรวดเดียวตอนที่บริษัทประกาศว่าจะทำโปรเจค  หมายความว่าถ้าเราซื้อหุ้นบริษัทที่ประกาศว่าจะทำโปรเจคทันทีตอนที่ประกาศ  โดยเฉลี่ยแล้วเราจะกำไรมากกว่าปกติ เค้าบอกว่าพอร์ตจำลองที่ใช้วิธีการนี้ได้ผลตอบแทนมากกว่าปกติถึงปีละ 5% โดยเฉลี่ย

    ประมาณนี้เลยครับ  ผมทิ้งลิ้งค์ไว้ให้เผื่อใครอยากไปอ่านเอง  ใน working paper เค้าจะมี reference งานวิจัยคนอื่นๆที่ทำหัวข้อเกี่ยวข้องกันด้วย  ถ้าสนใจมากก็ไปต่อยอดอ่านเอาเองเลยครับ http://www.hbs.edu/faculty/pages/download.aspx?name=19-117.pdf

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg