Tag: เมก้าเทรนด์

  • กระแสลดโลกร้อน – อุตสาหกรรมที่จะเติบโตไปอีกเป็นสิบปี

    กระแสลดโลกร้อน – อุตสาหกรรมที่จะเติบโตไปอีกเป็นสิบปี

    มีคนขอให้ทำวีดิโอเกี่ยวกับการ disrupt  เอาจริงๆผมก็ไม่ได้มีไอเดียอะไรเป็นพิเศษกับหัวข้อนี้  แต่ถ้าพูดถึงเทรนด์ที่พูดถึงกันเยอะในโลกการลงทุนและคิดว่าจะมีผลต่ออนาคตน่าจะเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม

    กระแสเรื่องโลกร้อนจริงๆมันก็มีมาหลายปีละ  แต่เพิ่งจะไม่กี่ปีมานี้ที่คนในหลายประเทศเริ่มรู้สึกถึงปัญหาจริงๆจังๆ  เริ่มตื่นตัวว่าถ้าปล่อยแบบนี้แบบนี้ต่อไปหายนะแน่  มันก็เลยเป็นเรื่องที่คนเริ่มให้ความสนใจเยอะขึ้นเยอะ  กองทุนหรือแนวการลงทุนที่ให้ความสำคัญกับ ESG ก็มีเยอะขึ้นเยอะได้รับความสนใจ  หลายธุรกิจเองก็ตื่นตัวนะ  มีบางบริษัทที่ออกมาประกาศเป้าหมายว่าจะ carbon neutral บ้าง  หรืออย่างบริษัทอย่าง Microsoft ออกมาประกาศว่าจะทำให้ตัวเอง carbon negative ในปี 2030

    ในช่วงแรกๆการตั้งเป้าหมายแบบนี้ก็อาจจะไม่ได้มีผลเยอะ  แต่ถ้ามีบริษัทหรือรัฐบาลจำนวนมากขึ้นที่พยายามจะลดการปล่อยก๊าซหรือพยายามจะ carbon neutral เยอะขึ้น  มันก็จะทำให้ตลาดสำหรับนวัตกรรมในด้านนี้มีความต้องการเยอะขึ้น  และผมเชื่อว่าความต้องการที่มีเยอะขึ้นจะทำให้มีคนคิดนวัตกรรมใหม่ๆสำหรับการลดการปล่อยก๊าซหรือทำให้ carbon neutral เยอะขึ้น

    ในอนาคตผมเชื่อว่าธุรกิจที่เป็นตัวปล่อยก๊าซเรือนกระจกก็จะถูก disrupt  สองกลุ่มธุรกิจหลักที่ยังไงคิดว่าเปลี่ยนแปลงแน่ก็คือธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้ากับธุรกิจยานพาหนะ  โรงไฟฟ้าถ่านหินหรือรถยนต์ที่ใช้ระบบเผาไหม้เชื้อเพลิงก็จะถูกแทนที่ด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดกับรถไฟฟ้า  ปัจจุบันพลังงานจากแสงอาทิตย์กับลมถูกลงเรื่อยๆ  เคยได้ยินว่าปัจจุบันถูกกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วด้วยซ้ำ  และก็มีคนใช้เยอะขึ้เพียงแต่มันยังติดปัญหาอื่นเช่นการจัดเก็บกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้กับความสม่ำเสมอในการผลิตกระแสไฟฟ้า

    ธุรกิจที่น่าจะได้ประโยชน์จากเทรนด์นี้ก็น่าจะเป็นพวกโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด, บริษัทที่ทำการเก็บกระแสไฟฟ้า, ระบบเครื่องยนต์ไฟฟ้า, ระบบวัดการปล่อยก๊าซและอะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องกับการดักจับคอร์บอน  ในเวลานี้ธุรกิจพวกนี้ก็เริ่มมาแล้วนะไม่ใช่ว่าใหม่กิ๊ก  แต่เชื่อว่าอนาคตเทรนด์ธุรกิจกลุ่มนี้น่าจะมีไปอีกยาวครับ

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • ลงทุนตามกระแสนิยม ผลตอบแทนมักไม่ค่อยดี

    ลงทุนตามกระแสนิยม ผลตอบแทนมักไม่ค่อยดี

    มีคนจำนวนพอสมควรและรวมถึงนักเรียนเราด้วยที่เค้าชอบลงทุนตามกระแส  เช่นธีมยอดนิยมอย่างหุ้น healthcare อะไรแนวนั้น  ซึ่งในมุมมองของผมคืออะไรที่มันได้รับความนิยมและคนเห่อพูดถึงกันเยอะๆในทิศทางที่ดี  พวกนั้นมักจะกลายเป็นการลงทุนที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่  ด้วยเหตุผลว่ามันต้องถูกต้องทั้งหมดใน 3 เรื่องดังต่อไปนี้

    1. กระแสที่ว่านี่มันต้องมาจริง

    เรื่องบางเรื่องนี่ผมได้ยินมาเป็น 20 ปีละ  ปัจจุบันยังไม่เห็นมันจะเปลี่ยนแปลงโลกอย่างมีนัยสำคัญเช่น Nanotech, ตัดต่อพันธุกรรม, ฯลฯ  หรือแม้กระทั่งอย่างรถที่ใช้พลังงานสะอาดเราก็เพิ่งมาเห็นบูมเมื่อไม่กี่ปีมานี้เองโดย Tesla  ทั้งที่ผมว่าผมได้ยินมาตั้งแต่เด็กละนะ

    2. บริษัทที่เราเลือกต้องเป็นผู้ได้ประโยชน์ในกระแสนั้น

    นี่ก็เป็นอีกปัญหานึง  คือเราเดาว่าเทรนด์มาได้ถูกต้องก็ต้องเดาหุ้นให้ถูกบริษัทด้วยนะ  อย่างช่วงยุค internet บูม  คนก็เดาถูกแหละว่านี่มันจะเปลี่ยนโลก  แต่มันเดายากมากเลยว่าใครจะเป็นผู้ชนะ  บริษัทอย่าง Microsoft หรือ Google นี่มันเป็นคนที่เหลือรอดจากบริษัทจำนวนมากที่ตายไป

    3. ราคาหุ้นมันต้องไม่ได้ว่าแพงเกินไป

    และสุดท้ายคือ  ด้วยความที่ทุกคนก็นิยมเหมือนกับเรา  ทุกคนมีมุมมองที่ดีหมดทัศนคติดีสุดๆ  อาการแบบนี้ก็มักจะทำให้ราคาหุ้นมันแพงมาก  คือถ้าเราจะคาดหวังกำไรที่ดีเราต้องหวังว่าบริษัทจะทำได้ดีกว่าที่คาดมากขึ้นไปอีก  หรือไม่ก็หวังให้คนที่เห่อมากอยู่แล้วเห่อกันมากขึ้นไปอีกยอมซื้อต่อจากเราในราคาที่แพงเว่อร์ไปอีก  ซึ่งแบบนี้มันเสี่ยงไง

    ดังนั้นโดยภาพรวมคือผมว่าเรามองหาหุ้นในกลุ่มที่ไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่น่าจะดีกว่านะ

  • ปัจจุบันโลกเปลี่ยนเร็ว การมองไปในอนาคต 3-5 ปี ยังใช้ได้อยู่มั้ย ?

    ปัจจุบันโลกเปลี่ยนเร็ว การมองไปในอนาคต 3-5 ปี ยังใช้ได้อยู่มั้ย ?

    มีคนถามขึ้นมาว่าปัจจุบันโลกเปลี่ยนเร็วมาก  วิธีการลงทุนที่บอกว่ามองไปในอนาคต 5 ปีมันยังใช้ได้อยู่หรือเปล่า

    ผมเห็นด้วยว่าเดี๋ยวนี้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็ว  และก็เข้าใจความกังวลของคนถามว่าถ้ามันเปลี่ยนแปลงเร็วงั้นการมองไปอนาคต 5 ปีมันก็ไม่แม่นอยู่แล้วหรือเปล่า  ถ้ามันยังไงก็ไม่แม่นงั้นควรมองสั้นกว่านั้นมั้ย  โดยส่วนตัวผมก็ยังเชื่อว่าเวลาลงทุนเราควรจะพยายามมองไปในอนาคตซัก 3-5 ปีอยู่  แล้วก็อาศัยการคอยดูอย่างใกล้ชิดว่ามันเป็นไปตามคาดมั้ยเอาครับ

    1. ทำให้มองข้ามปัญหาชั่วคราวได้ง่ายขึ้น  ไม่ตกใจง่ายเกินไป
    2. จริงอยู่ที่เราไม่มีทางเดาอนาคตได้แม่น  แต่โชคดีที่เราก็ไม่ได้จำเป็นต้องเป๊ะขนาดนั้น  สิ่งที่เราต้องการคือแค่ทิศทางคร่าวๆ  เราอยากรู้ว่ามันจะยังทำได้ดีขึ้นหรืออย่างน้อยใกล้เคียงเดิมหรือเปล่าเท่านั้นเอง  แล้วมันสอดคล้องกับราคาตอนนี้มั้ย
    3. เป็นการบังคับให้เรามองหาจุดเด่นสำคัญของบริษัท  และเมื่อเราเข้าใจสิ่งที่เป็นจุดเด่นสำคัญเหล่านั้นแล้ว  มันจะทำให้เราติดตามสถานการณ์ของบริษัทได้ง่ายขึ้น  เราจะรู้ว่าต้องสังเกตอะไร

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี