Tag: Bond yield

  • Bond Yield คืออะไรนะ ?

    Bond Yield คืออะไรนะ ?

    Bond Yield คืออะไร ?

    มีคนถามเรื่องตราสารหนี้ อยากให้อธิบายว่า bond yield คืออะไร

    เพื่อความเข้าใจง่าย เราอธิบายคอนเซปต์กับคำหลักๆของตราสารหนี้ก่อน

    เวลาเราลงทุนในตราสารหนี้คือเราเป็นเจ้าหนี้ บริษัทหรือใครที่ออกตราสารหนี้นี่คือเค้ายืมเงินเราไป ต้องคืน

    มันก็จะมีองค์ประกอบหลักๆดังนี้
    Face value (มูลค่าหน้าตั๋ว) คือจำนวนเงินที่เค้าจะให้เราตอนท้ายสุดเมื่อครบอายุตราสารหนี้ ซึ่งทั่วไปเค้าใช้ 1,000 เป็นมาตรฐาน
    Coupon คือดอกเบี้ยที่จ่ายระหว่างทางก่อนที่จะคืน ซึ่งจะมีหรือไม่มีก็ได้ บางตราสารหนี้ก็ไปคืนเงินก้อนเดียวเลยตอนท้าย
    Years to maturity คืออายุของตราสารหนี้ว่าเหลือกี่ปี
    Bond price คือราคาของตราสารหนี้ที่ขายอยู่ในตลาดตอนนี้ ปกติจะคุยกับเป็นอัตราส่วนเทียบจาก 100% ของมูลค่าหน้าตั๋ว เช่น 92, 105, ฯลฯ อย่าง 92 ก็คือราคาคิดเป็น 92 จาก 100 ของราคาหน้าตั๋ว ถ้าราคาหน้าตั๋วคือ 1,000 ราคาตอนนี้ก็คือ 920

    สังเกตว่ามันมีองค์ประกอบหลายอย่างที่ทำให้การดู bond price อย่างเดียวบางทีมันก็ไม่ชัดเจนเท่าไหร่ อย่างเช่นสมมติเปรียบเทียบตราสารหนี้สองอัน
    Bond price 90 เท่ากัน ทุกอย่างเหมือนกันหมดยกเว้น coupon คืออายุที่เหลืออยู่เท่ากัน Face value เท่ากัน แต่อันนึง coupon สูงกว่า อันที่ coupon สูงกว่าก็จะให้ผลตอบแทนสูงกว่าทันที
    หรือสมมติไม่มี coupon เลย Bond price 90 เท่ากัน Face value ก็เท่ากัน แต่อายุที่เหลืออยู่ไม่เท่ากัน ผลตอบแทนที่ได้ของสองอันนี้ก็ต่างกันละ

    มันเปรียบเทียบกันยากเห็นภาพนะ ก็เลยเป็นที่มาของ bond yield

    Bond yield คือผลตอบแทนต่อปีที่คาดว่าจะได้จากการถือตราสารหนี้สมมติว่าไม่มีการเบี้ยว ตัวเลขก็จะเป็น % ผลตอบแทนต่อปีเลย และมันก็จะกลับกันกับ bond price ในเมื่อ coupon กับ face value มันคงที่ตั้งแต่แรกยิ่งราคาตราสารหนี้ต่ำผลตอบแทนคาดหวังก็ยิ่งสูง กลับกันยิ่งราคาตราสารหนี้สูงผลตอบแทนคาดหวังก็ยิ่งต่ำลง

    ประโยชน์ของการใช้ ฺbond yield คือมันก็จะง่ายขึ้นในการเปรียบเทียบครับ เราเห็นตัวเลขนี้เราก็จะเปรียบเทียบได้ทันทีว่าอันไหนให้ผลตอบแทนมากกว่ากัน มากกว่ากันอยู่เท่าไหร่ ประหยัดเวลา แล้วเราก็จะได้ไปมองรายละเอียดอื่นต่อไปว่าทำไมมันถึงให้ผลตอบแทนไม่เท่ากันล่ะ เป็นเพราะอายุสัญญาที่ยาวกว่าหรือเปล่า หรือเพราะคนที่ยืมเงินเราคนนึงเป็นรัฐบาลอีกคนเป็นบริษัทเอกชนเสี่ยงเจ๊งมั้ย
     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • ที่เค้าพูดกันเรื่องเงินเฟ้อ กับ Bond Yield สูงขึ้นนั่นมันคืออะไร ?

    ที่เค้าพูดกันเรื่องเงินเฟ้อ กับ Bond Yield สูงขึ้นนั่นมันคืออะไร ?

    ช่วงที่ผ่านมามีคนพูดถึงข่าวเรื่องเงินเฟ้อกับอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรที่สูงขึ้นในอเมริกา  แล้วก็ด้วยเหตุผลอะไรซักอย่างจะมีผลทำให้หุ้นตก  เลยมีคนอยากให้อธิบายเรื่องนี้ว่ามันเกี่ยวกันยังไง

    ก่อนจะตอบคำถามต้องบอกก่อนว่าผมก็ไม่ใช่ว่าเข้าใจทุกอย่าง  ผมอาจจะอธิบายจากมุมเศรษฐศาสตร์ได้บ้างเพราะเรียนมา  แต่บางเรื่องอย่างอารมณ์ตลาดหรือจิตวิทยานี่ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

    เราเริ่มจากตัวเงินเฟ้อก่อน  เงินเฟ้อนี่หลักๆก็คือของโดยภาพรวมราคาแพงขึ้นเท่านั้นเอง  ซึ่งโดยปกติแล้วของมันจะแพงขึ้นมันก็มาได้จากสองแบบหลักๆคือ

    1. คนมีความต้องการเยอะขึ้น
    2. ต้นทุนการผลิตแพงขึ้น

    ส่วนเรื่อง bond yield อัตราผลตอบแทนพันธบัตร  มันก็คืออัตราส่วนระหว่างดอกเบี้ยที่คงที่ซึ่งกำหนดไว้แต่แรกเทียบกับราคาของพันธบัตรใช่มะ  และในเมื่อตัวดอกเบี้ยนั่นไม่เปลี่ยนเพราะกำหนดไว้แต่แรกแล้ว  อัตราผลตอบแทนพันธบัตรมันก็เลยขึ้นกับราคาของพันธบัตรเป็นหลัก  ถ้าราคาพันธบัตรแพงขึ้นก็แปลว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรก็จะต่ำลง  ถ้าราคาพันธบัตรต่ำลงก็แปลว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรก็จะสูงขึ้น

    ทีนี้อย่างกรณีของอเมริกาที่บอกเงินเฟ้อสูงขึ้น  มันก็น่าจะตรงไปตรงมาคือมาจากการที่คนมีความต้องการเยอะขึ้น  เพราะผลของการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งจากนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง

    พอเงินเฟ้อสูง  มันก็ไปทำให้พันธบัตรไม่น่าลงทุนเท่าไหร่  เพราะพันธบัตรผลตอบแทนมันคงที่กำหนดไว้แล้วถูกมะ  ถ้าเงินเฟ้อสูงขึ้นราคาข้าวของสูงขึ้นกว่าที่คาด  มันก็ทำให้ผลตอบแทนที่แท้จริงของพันธบัตรน้อยลงด้วยไง  คนเห็นแบบนี้ก็เลยขายพันธบัตร  พอคนขายพันธบัตรก็ทำให้ราคาพันธบัตรต่ำลงอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรสูงขึ้น

    มาถึงตรงนี้  เรื่องมันก็สมเหตุสมผลดีไม่มีอะไร  แต่ต่อจากตรงนี้ว่าแล้วมันกระทบกับหุ้นทำให้หุ้นตกได้ยังไง  ก็เป็นอะไรที่ผมก็งงละ

    ในเมื่อ bond yield สูงขึ้นเพราะคนไม่อยากถือพันธบัตร  คนก็ต้องเอาเงินไปทำอย่างอื่นถูกมะ  ถ้าถือเงินสดไว้เฉยๆอย่างงั้นก็ถือพันธบัตรดีกว่าเพราะเงินสดมันก็เจอเงินเฟ้ออยู่ดีไม่มีประโยชน์อะไร  คนอาจจะเอาไปซื้อทองซึ่งอดีตที่ผ่านมาถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่ป้องกันเงินเฟ้อได้ดีเพราะราคามันก็ขึ้นตามเงินเฟ้อ  หรือไม่งั้นก็ซื้อหุ้นเพราะถ้าเศรษฐกิจดีขึ้นฟื้นตัวหรือเงินเฟ้อสูงขึ้น  บริษัทก็จะกำไรดีขึ้นราคาหุ้นก็สูงขึ้น  เป็นการป้องกันเงินเฟ้อได้ดีขึ้นเช่นกัน  ดังนั้นถ้าตามเหตุและผลแล้วสถานการณ์ในเวลานี้มันควรจะดีกับหุ้นนะ

    แต่ปรากฎว่าไม่ใช่  กลายเป็นว่าหุ้นตกและคนก็ตกใจกลัวเงินเฟ้อกลัว bond yield สูงขึ้นอะไรซักอย่าง  ผมก็งงเหมือนกัน  เท่าที่อ่านดูในข่าว  ดูเหมือนเหตุผลจะเป็นเพราะคนกลัวว่าถ้าเศรษฐกิจฟื้นตัว + เงินเฟ้อสูงขึ้นอย่างเร็วในอนาคต  จะทำให้ธนาคารกลางออกมาเพิ่มอัตราดอกเบี้ย  และเมื่อเพิ่มอัตราดอกเบี้ยก็จะทำให้ต้นทุนการยืมเงินสูงขึ้นบริษัทยืมเงินน้อยลงและทำให้คนสนใจออมเงินเยอะขึ้นใช้จ่ายน้อยลง  บริษัทก็จะโตช้าลงและหุ้นอาจจะตก

    ซึ่งผมก็ว่ามันแปลกๆนะ  เพราะธนาคารกลางก็ออกมาบอกอยู่แล้วว่าจะคงอัตราดอกเบี้ย  แนวโน้มที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วในเวลาที่เศรษฐกิจยังไม่ปกติก็ไม่น่าเป็นไปได้อยู่แล้ว  ความกังวลอันนี้ก็ดูห่างไกลยังไงไม่รู้  ในขณะที่วัคซีนดูได้ผลเศรษฐกิจก็น่าจะฟื้นและดีขึ้นหลังจากนั้น  ปัจจัยในระยะสั้นนี่ชี้ไปยังการฟื้นตัวและดูจะสนับสนุนการถือหุ้นมากกว่านะ

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี