Tag: dividend yield

  • REIT ประเภทไหน Dividend Yield สูงสุด ?

    REIT ประเภทไหน Dividend Yield สูงสุด ?

    อันนี้มีคนถามทิ้งไว้นานละเพิ่งจะได้มาทำ  ตอนแรกก็ว่าจะลองไปเอา Dividend yield ของทุก REIT มาเทียบกัน  แต่รู้สึกยุ่งยากไปนิดบวกกับปีที่ผ่านมามันปีผิดปกติด้วย  บาง REIT ที่โดนผลกระทบจังๆงดจ่ายปันผลหรือจ่ายลดไปเยอะมาก  ก็เลยทำให้เทียบกันยากอีก

    สุดท้ายก็เลยเอาเป็นว่าผมตอบคำถามโดย

    • อิงจากความรู้สึกส่วนตัวที่ไล่ดูแล้วเจอ  ไม่ใช่จาก stat ทั้งหมด
    • อิง Normalized yield หรือก็คืออิงปันผลในปี 2019 ซึ่งเป็นปีปกติ

    ไทย

    REIT กลุ่มที่ yield สูงสุดนี่ต้องเป็นพวกที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวแน่นอนโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มโรงแรม  โดยรวม yield 10% นี่หาได้เลยแหละ

    พวกที่รองลงมาก็กลุ่มที่เกี่ยวข้องอื่นอย่างเช่นพวกห้างนี่ก็สูงมาก  yield เกือบ 10% เช่นกัน

    เหตุผลที่ yield สูงก็เข้าใจได้เพราะพวกนี้โดนโควิดกระทบจังๆและตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้น

    US

    อันดับหนึ่งจะเป็นพวก mortgage REIT  พวกนี้ต่างจาก REIT ปกติตรงที่รายได้ไม่ได้มาจากค่าเช่า  โมเดลธุรกิจเค้าคือเข้าไปเป็นเจ้าหนี้ให้สินเชื่อ  รายได้มาจากรายได้ดอกเบี้ย  โดยมีตัวอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน  พวกนี้ yield สูงเกือบ 10% ก็ยังหาได้อยู่  นี่ขนาดว่าราคาจะฟื้นมาจากโควิดเยอะแล้วนะ

    กลุ่มรองลงมาก็จะเป็นพวกที่เกี่ยวกับคนแก่  แต่ไม่ใช่โรงพยาบาลนะ  REIT พวกบ้านพักคนชรากับพวกศูนย์พักฟื้นผู้ป่วยที่ดูแลตัวเองไม่ได้ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือคนแก่  พวกนี้ yield 7% กว่าได้

    สาเหตุที่ yield สูงก็เข้าใจได้  Mortgage REIT ปกติมันเสี่ยงกว่าอยู่แล้ว  ส่วนพวกบ้านพักคนชรากับพักฟื้นผู้ป่วยก็โดนโควิดจังๆทำให้ผู้ประกอบการหลายรายเสี่ยงเจ๊งมากขึ้น  บวกกับอุตสาหกรรมนี้ก็แข่งกันโหดแต่แรกอยู่แล้วก็เลยทำให้ REIT เสี่ยงกว่าเพื่อน yield เลยสูงครับ

    ยุโรป

    อันดับหนึ่งนี่พวกห้างเลย  yield แถวๆ 10% นี่หาได้  เกิน 10% ไปอีกก็ยังมี

    กลุ่มที่รองลงมานี่ไม่แน่ใจละ  อาจจะพวกค้าปลีกที่ไม่ใช่ห้างนะ  พวกที่ทำ retail parks ประมาณนั้น  เคยเห็น 7% ได้

    ที่ yield สูงขนาดนั้นเข้าใจว่าเพราะช่วงหลังๆเทรนด์ของซื้อของออนไลน์เริ่มเยอะ  คนกังวลว่าพวกห้างนี่จะเหมือนใน US ที่ห้างเจ๊ง  ก็เลยทำให้ yield สูงพิเศษกว่ากลุ่มอื่นเลย

     

    ส่วนที่อื่นๆไม่รู้ละไม่ได้ติดตาม  ในญี่ปุ่นหรือสิงคโปร์ก็มี REIT เยอะนะ  แต่ไม่รู้เลยว่าช่วงนี้เป็นไงบ้าง

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • เลือกหุ้นปันผลยังไงให้ปันผลโตทุกปี + ไม่ติดดอย ?

    เลือกหุ้นปันผลยังไงให้ปันผลโตทุกปี + ไม่ติดดอย ?

    เหตุผลหลักที่คนลงทุนในหุ้นปันผลก็เพราะอยากได้กระแสเงินสดสม่ำเสมอที่ดีกว่าเงินฝากประจำเป็นหลัก ส่วนเป้าหมายรองถ้าเป็นไปได้ก็อยากมีโอกาสได้ผลตอบแทนในรูปของราคาหุ้นที่สูงขึ้น ถ้าทำได้แบบนั้นก็คือสุดยอดเลยครับ แต่หลายครั้งที่พอซื้อหุ้นไปแล้วพบว่าได้ปันผลอยู่ทีเดียวบ้าง หรือปันผลลดลงเรื่อยๆทุกปีบ้าง และหนักกว่านั้นคืออาการแบบนี้มักจะถูกซ้ำด้วยราคาหุ้นตกลงไปกว่าตอนซื้ออีก ผิดวัตถุประสงค์ถึงขั้นรู้งี้ฝากธนาคารดอกเบี้ย 1% ยังดีกว่า

    วันนี้ผมมาแนะนำวิธีการเลือกหุ้นปันผลยังไงให้ได้ปันผลเติบโต และยากจะขาดทุนจากราคาหุ้นตกกันครับ (จะบอกราคาหุ้นไม่มีทางตกก็เป็นไปไม่ได้)

    1. เลือกบริษัทที่เข้มแข็งและกำไรสม่ำเสมอ
    เลือกหุ้นปันผลก็เหมือนเลือกหุ้นธรรมดาตรงที่ยังไงก็ต้องเลือกบริษัทที่มีความเข้มแข็ง เพราะอย่าลืมว่าปันผลสุดท้ายมันจ่ายมาจากกำไร ถ้าบริษัทกำไรไม่ดีหรือขาดทุนต่อให้วันนี้จ่ายปันผลสูง สุดท้ายก็จะไม่มีเงินจ่ายปันผลในที่สุดอยู่ดี อย่าไปคิดว่าแค่เพราะวันนี้บริษัทจ่ายปันผลสูงจะแปลว่ามันจะจ่ายแบบนั้นตลอดไป
    วิธีดูว่าบริษัทไหนเข้มแข็งและกำไรสม่ำเสมอแบบง่ายๆเริ่มจากพิจารณาว่าบริษัทนั้นเป็นบริษัทที่มีอำนาจบังคับผู้บริโภคให้ซื้อสินค้าได้หรือเปล่า แล้วก็ไปเปิดดูผลประกอบการแบบสรุปบนเวป SET ดููว่าที่ผ่านมาถ้ากำไรไม่เพิ่มก็อย่างน้อยให้มันคงที่

    2. เลือกที่ Dividend Yield สูงพอสมควร
    Yield ต่ำเกินไปเช่น 0.5% ก็ไม่ใช่เรียกว่าหุ้นปันผล แต่ถ้าสูงเกินไปเช่นหุ้น Yield เกิน 5% ก็อาจจะมีผลประกอบการอะไรผิดปกติทำให้คนไม่อยากซื้อราคามันเลยต่ำเลยทำให้ Yield สูง ส่วนตัวผมมองว่า Dividend Yield ประมาณ 2.5-5% นี่กำลังดี

    3. มองหาบริษัทที่มีช่องทางเติบโต
    สองข้อก่อนหน้านี้คือเพื่อให้อย่างน้อยเราได้ปันผลสม่ำเสมอ แต่ถ้าเราจะให้อนาคตปันผลเยอะขึ้นและราคาหุ้นสูงขึ้นด้วยเราก็ต้องหาบริษัทที่มีการเติบโต
    วิธีดูว่าบริษัทจะเติบโตหรือไม่ก็อาจจะต้องใช้การศึกษาเพิ่มเติมบ้าง หลักๆเลยคือดูว่าบริษัททำธุรกิจอะไร อยู่ในอุตสาหกรรมที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นหรือไม่ แล้วปัจจุบันบริษัทมีแผนทำอะไรใหม่ๆบ้าง

    4. เลือกที่ Payout Ratio ต่ำ
    Payout Ratio ว่าง่ายๆคือทุกกำไร 100 บาท บริษัทจ่ายออกมาเป็นปันผลเท่าไหร่
    บริษัทที่ปัจจุบัน Payout Ratio ต่ำได้เปรียบเพราะว่า
    ● ในอนาคตถ้ากำไรไม่โต ก็อาจจะเพิ่มปันผลได้อยู่โดยการเพิ่ม Payout Ratio ในขณะที่บริษัทที่ Payout Ratio สูงมากแล้วก็จะทำได้แค่ปันผลคงที่
    ● Payout Ratio ที่น้อยแปลว่าบริษัทมีการกันเงินเก็บไว้ สามารถเอาไปลงทุนเพิ่มทำให้กำไรเติบโตได้ในอนาคต

    และนี่คือหลักการเลือกหุ้นปันผล จะสังเกตว่ายังไงการเลือกหุ้นก็ต้องดูคุณภาพของกิจการเป็นหลัก ถ้าทำได้ตามวิธีการที่ให้ไว้นี้ผมมั่นใจว่าเราจะได้หุ้นปันผลที่เราจะถือกินปันผลไปได้ยาวๆแน่นอนครับ

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg