Tag: Inflation

  • ทำไมต้องเป้าเงินเฟ้อ 2% ?

    ทำไมต้องเป้าเงินเฟ้อ 2% ?

    ทำไมต้องเป้าเงินเฟ้อ 2% ?

    มีคนมีคำถามเกี่ยวกับเป้าเงินเฟ้อของ Fed ทำไมต้อง 2% ด้วย แล้วมันเป็นเลขอื่นไม่ได้หรือไง 4% อะไรงี้ได้มั้ย

    อันนี้ก็เป็นคำถามที่ดีมาก ผมก็ไม่เคยรู้เหมือนกันว่าทำไมมันต้อง 2% ด้วย ก็เลยลองไปหาคำตอบครับ

    ก่อนอื่นทำไมต้อง 2% ?

    ในอดีตนู้นเลย ธนาคารกลางของประเทศต่างๆก็มีเป้าหมายเรื่องเสถียรภาพของราคาแหละ แต่ไม่ได้มีเป้าที่ระบุชัดเจน

    ทีนี้เป้าที่ชัดเจนมันมาแบบบังเอิญ ปรากฎว่าที่มามันคือมาจากธนาคารกลางนิวซีแลนด์เป็นคนเริ่มในปี 1989 ในเวลานั้นเงินเฟ้อในนิวซีแลนด์สูง และธนาคารกลางก็เพิ่งเริ่มเป็นอิสระจากรัฐบาล คุณ Arthur Grimes Chairman ของธนาคารกลางนิวซีแลนด์ในเวลานั้นก็เลยกำหนดเป้าหมายว่าเราจะคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในช่วง 0-2% ละกัน แล้วปรากฎว่าธนาคารกลางนิวซีแลนด์ทำให้เงินเฟ้อลดลงมาตามเป้าได้สำเร็จ

    แค่นั้นเองครับ ธนาคารกลางในประเทศอื่นก็เริ่มทำตาม เริ่มจากยุโรปก่อน แล้วก็มาอเมริกาในปี 2012

    ประโยชน์ของการมีเป้าที่ชัดเจน

    ข้อดีของการมีเป้าที่ชัดเจนคือมันทำให้การควบคุมเงินเฟ้อทำได้ง่ายขึ้น

    ไอเดียคือถ้าคนมีความเชื่อว่าเดี๋ยวธนาคารกลางจะคุมเงินเฟ้อได้ตามเป้า คนก็จะมีพฤติกรรมสอดคล้องกับเป้านั้น แล้วก็เลยทำให้เงินเฟ้อเกิดขึ้นตามเป้าได้ง่ายขึ้น

    แล้วทำไมไม่ตั้งเป้าให้มัน 0% หรือต่ำกว่านั้นไปเลย จะดีกว่ามั้ยของถูกลง ?

    ไม่คิดว่าดี ในทางทฤษฎีมันดูเหมือนก็ไม่น่ามีอะไร ราคาของก็ลดลง เงินเดือนคนก็ลดลง คนก็ควรมีคุณภาพชีวิตเท่าเดิม แต่จริงๆเหมือนจะไม่เป็นแบบนั้น ปัญหาของเงินเฟ้อที่ 0% หรือติดลบไปเลยคือ
    คนรู้สึกจนลง ใช้จ่ายน้อยลง
    การที่ของราคาลดลงเรื่อยๆ ทำให้คนยิ่งอยากรอไม่อยากซื้อ
    โดยรวมก็ทำให้เศรษฐกิจทรุด อาการแบบนี้ก็เหมือนในญี่ปุ่น

    แล้วถ้างั้นตั้งเป้าให้สูงกว่า 2% ได้มั้ย 4% อะไรงี้ดีกว่าหรือเปล่า ?

    อันนี้ก็ฟังดูเป็นไปได้ ตราบใดที่ไม่สูงมาก มีคนเสนออยู่เหมือนกัน โดยเค้าให้เหตุผลว่า
    ไม่มีหลักฐานว่าเงินเฟ้อที่ประมาณ 4% มีผลเสียอะไรกับคุณภาพชีวิต
    การอนุญาตให้เงินเฟ้อสูงขึ้นอีกนิด ในแง่นึงก็คืออนุญาตให้ตลาดแรงงาน tight กว่านี้ ควรจะทำให้การว่างงานน้อยลงและเป็นเรื่องดีต่อคุณภาพชีวิตของคน

    แต่ทั้งนี้โดยส่วนตัวผมคิดว่าเค้าไม่น่าจะเปลี่ยนเป้าในเวลานี้ เพราะกำลังอยู่ในช่วงควบคุมเงินเฟ้อสูงอยู่ การเปลี่ยนเป้าในเวลานี้มันอาจจะทำให้คนเสียความเชื่อมั่นในธนาคารกลาง อาจจะทำให้การควบคุมเงินเฟ้อทำได้ยากขึ้น ถ้าจะเปลี่ยนเป้าผมว่าไปเปลี่ยนตอนเหตุการณ์ปกติจะดีกว่า

    สรุปตอบคำถามทำไมต้อง 2% คำตอบคือเค้าก็ตั้งเป้าอะไรซักอย่างที่ต่ำระดับหนึ่งเท่านั้นเอง ส่วนเลข 2% นี่ก็คือบังเอิญครับ ไม่ได้มีวิทยาศาสตร์อะไร มาจากธนาคารกลางนิวซีแลนด์เค้าเริ่มละคนอื่นตามแค่นั้นเอง

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • ลงทุนในสินทรัพย์แบบไหน ไม่ต้องกลัวเงินเฟ้อ

    ลงทุนในสินทรัพย์แบบไหน ไม่ต้องกลัวเงินเฟ้อ

    หัวข้อเงินเฟ้อนี่เราทุกคนน่าจะคุ้นเคยอยู่บ้างแล้ว  มันเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วก็มีผลทำให้เงินของเราลดค่าลงไป  โชคดีที่ช่วงที่ผ่านมาเงินเฟ้อประเทศไทยไม่ได้สูง หลังปี 2014 มาเงินเฟ้อเราไม่เคยสูงกว่า 2% ไม่เหมือนช่วงก่อน  แต่อนาคตก็ไม่แน่ ในวีดิโอนี้เรามาคุยว่าจะลงทุนยังไงให้ไม่ต้องกลัวเงินเฟ้อกันครับ

    ก่อนไปต่อเราคุยเรื่องผลกระทบของเงินเฟ้ออย่างเร็วเผื่อใครไม่เคยทราบมาก่อน  เงินเฟ้อนี่หลักๆก็คือการที่ของแพงขึ้นน่ะแหละ มันไม่ได้ทำให้เงินเรามีน้อยลงนะจริงๆเรามีเงินเท่าเดิมแหละแต่มันทำให้เงินเราซื้อของได้น้อยลง  เช่นสมมติแต่ก่อนบะหมี่ 1 ชาม 20 บาท เรามีเงิน 100 บาทเราซื้อบะหมี่ได้ 5 ชามดูละเหลือเฟือ แต่วันนี้บะหมี่ชามละ 40 บาทละ เงิน 100 บาทที่เรามีเหมือนเดิมตอนนี้ซื้อบะหมี่ได้ไม่ถึง 3 ชามละ  เงินเราซื้อของได้น้อยลงนี่แหละคือผลของเงินเฟ้อ

    แต่ทีนี้เงินเฟ้อมันจะไม่เป็นปัญหาถ้าเงินเราสามารถโตได้ด้วยอัตราเร่งอย่างน้อยเท่าๆเงินเฟ้อ  เช่นตัวอย่างตะกี้ถ้าบะหมี่แพงขึ้นจากชามละ 20 เป็นชามละ 40 ก็จริง แต่เงิน 100 บาทเราที่ฝากไว้ในธนาคาร (หรือลงทุนอะไรก็แล้วแต่) โตเป็น 200 บาทมันก็ไม่เป็นไรไง  เพราะเราก็จะยังซื้อบะหมี่ได้ 5 ชามอยู่ดี ดังนั้นในเมื่อเราควบคุมเงินเฟ้อไม่ได้สิ่งที่เราทำได้ก็คือพยายามลงทุนเงินเราให้อย่างน้อยโตเท่ากับเงินเฟ้อ

    ณ เวลานี้ด้วยความที่เงินเฟ้อต่ำกว่า 1%  การจะชนะเงินเฟ้อก็ไม่ยากเพราะเท่าที่ดูดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปีให้ผลตอบแทน 1.5% ก็หาได้อยู่  แต่ถ้าสมมติมันกลับไปเป็น 3% เหมือนแต่ก่อนเงินฝากก็จะไม่ตอบโจทย์ละ

    โดยไอเดียคือสินทรัพย์อะไรก็ตามที่ผลตอบแทนคงที่ล็อคเอาไว้ก็จะมีความเสี่ยงจากเงินเฟ้อหมด  พวกนี้ก็เช่นเงินฝากประจำ, หุ้นกู้, ตราสารหนี้ ถ้าเราจะลงทุนให้ไม่ต้องกลัวเงินเฟ้อเราก็ต้องไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ผลตอบแทนมันสามารถปรับตามเงินเฟ้อได้เช่น

    1. พันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ (ILB, Inflation Linked Bond)
    2. พวกนี้คือพันธบัตรรัฐบาลนี่แหละ  แต่ลักษณะการจ่ายดอกเบี้ยมันจะคำนวณผลของเงินเฟ้อเข้าไปด้วยทำให้เราไม่ต้องกังวลเรื่องเงินเฟ้อเลย  ไม่ว่าจะเกิดเงินเฟ้อรุนแรงแค่ไหนก็ตามเราก็จะไม่เดือดร้อนเพราะเราจะได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็นการชดเชยผลของเงินเฟ้อเสมอ  แต่แน่นอนถ้ากลับเป็นเงินเฟ้อติดลบหรือเงินฝืดเราก็จะได้ดอกเบี้ยน้อยลง สรุปคือผลตอบแทนที่แท้จริงก็จะคงที่

    3. สินทรัพย์อื่นที่ขึ้นราคาตามเงินเฟ้อได้
    • อสังหาริมทรัพย์ปล่อยเช่า, REIT ที่คนต้องง้อ
    • หุ้นบริษัทที่ปรับราคาขึ้นได้

    ยกตัวอย่างบริษัทนึงที่ผมเคยเห็นชัดๆเลยว่าปรับราคาสินค้าได้

    นี่เป็นเงินเฟ้อในตุรกี  https://tradingeconomics.com/turkey/inflation-cpi

    และบริษัทที่ผมเจอว่าไม่เดือดร้อนคือ Ulker Biskuvi ที่ทำพวกขนม  ในปี 2018 ยอดขายเพิ่มขึ้น 25% แต่มาจากจำนวนขนมที่ขายเพิ่มขึ้นแค่ 1.5% ที่เหลือเป็นราคาที่ปรับขึ้น  กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 24.6% ส่วนปี 2019 ที่ผ่านมา 9 เดือนยอดขายเพิ่มขึ้น 35% มาจากจำนวนขนมที่เพิ่มขึ้นแค่ 4% ที่เหลือเป็นราคาที่ปรับขึ้น  กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 41.3% จะเห็นได้ว่าบริษัทนี้และผู้ถือหุ้นไม่เดือดร้อนอะไรเลยจากเงินเฟ้อ

    http://ulkerbiskuviinvestorrelations.com/media/917/download.aspx

    http://ulkerbiskuviinvestorrelations.com/media/964/download.aspx

    แต่ก็ไม่ใช่ทุกบริษัทหรือทุกอสังหาริมทรัพย์จะทำแบบน้ันได้  เราต้องเลือกดีๆ แต่ถ้าเราเลือกออกมาถูกปุ๊บแปลว่าเราไม่ต้องกลัวเงินเฟ้ออะไรทั้งนั้นเลยครับ

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg