Tag: Value stocks

  • ชอบหุ้น Growth หรือ Value มากกว่ากัน ?

    ชอบหุ้น Growth หรือ Value มากกว่ากัน ?

    ชอบหุ้น Growth หรือ Value มากกว่ากัน ?

    หัวข้อนี้มาตอบสั้นๆ จากที่เคยทำวีดิโอว่าหุ้น Growth กับ Value คืออะไรต่างกันยังไงไปรอบที่แล้ว มีคนถามความเห็นส่วนตัวเข้ามา อยากรู้ว่าปกติผมชอบหุ้น Growth หรือหุ้น Value มากกว่ากัน

    อธิบายให้เข้าใจก่อน จริงๆผมไม่ได้สนใจนะว่ามันเป็นหุ้น Growth หรือ Value หลักการที่ผมทำคือผมเล็งซื้อหุ้นที่ผมรู้สึกว่ามันมีอำนาจบังคับผู้บริโภคแล้วก็ซื้อช่วงมันราคาตกเท่านั้นเอง

    แต่ทีนี้ถ้าต้องเลือก ผมว่าผมเทไปทางหุ้น Growth มากกว่า Value นะ เพราะอิงจากประสบการณ์ส่วนตัวผมว่ามันกำไรดีกว่าในระยะยาวนะ ไม่ได้อิงวิทยาศาสตร์อะไร bias ส่วนตัวล้วนๆ

    หุ้น Growth สำหรับผมจะไม่นับพวกที่อยู่ใน early stage มากๆประเภทว่ารายได้เติบโตพรวดแต่ยังไม่เคยมีกำไรเลย กลุ่มพวกนั้นคือผมไม่ได้ดูเลย ไม่นับ หุ้น Growth สำหรับผมคือพวกบริษัทที่เข้มแข็งอยู่แล้วกำไรสม่ำเสมออยู่แล้ว แต่ยังมีการเติบโตสูงพอควรอยู่ รายได้กับกำไรอาจจะโตซักปีละ 10% อะไรประมาณนั้น พวกนี้โดยปกติเวลาตลาดหุ้นตกก็จะตกลงมาไม่ถึงกับดูราคาถูกมาก ส่วนใหญ่ตกมาแล้วก็ยังอาจจะ P/E สูงอยู่แต่ไม่สูงเว่อร์เช่น 20-30 เท่า

    หุ้น Value สำหรับผมก็จะไม่ใช่สักแต่ P/E หรือ P/BV ต่ำเช่นกัน ยังไงตัวธุรกิจก็ต้องมีความเข้มแข็งไว้ก่อน แต่ที่ต่างไปคือกลุ่มนี้ปกติมันจะ mature มากแล้ว การเติบโตจะน้อยมาก รายได้กับกำไรอาจจะโตซักปีละ 4-6% อะไรประมาณนั้น โดยปกติในช่วงตลาดหุ้นตกพวกนี้จาก P/E ไม่สูงอยู่แล้วก็จะตกมาอีก P/E อาจจะอยู่ซัก 10-15 เท่า

    เท่าที่สังเกตคือซื้อหุ้นสองกลุ่มนี้ช่วงตลาดหุ้นตก มันก็กำไรทั้งคู่แหละ แต่โดยปกติหุ้น Value มันมักจะฟื้นตัวเร็วกว่าแล้วก็กำไรดีกว่าในช่วงสั้นๆ เรียกว่าฟื้นทันทีที่ปัญหาที่ทำให้หุ้นมันตกแต่แรกหายไป แต่ข้อเสียคือหลังจากนั้นไปแล้วด้วยความที่มันเติบโตช้า ผลตอบแทนจากการถือต่อไปยาวๆก็จะไม่ค่อยสูงเท่าไหร่ ส่วนหุ้น Growth นี่ปกติจะใช้เวลาฟื้นนานกว่าไม่รู้เพราะอะไร อาจเพราะหุ้นพวกนี้ก่อนที่หุ้นมันจะตกราคามันสูงจาก Optimism ของคนอยู่แต่เดิม แต่ข้อดีคือพวกนี้ถือไปยาวๆได้เพราะมันมีการเติบโตที่ดีอยู่แล้วตั้งแต่แรก โดยรวมคือหุ้นที่มี Growth จะทำได้ดีกว่าอยู่ดีในระยะยาว

    สำหรับผมก็ประมาณนั้น แต่สำหรับคนอื่นอาจจะชอบหุ้น Value มากกว่าก็ได้นะ อย่างนึงคือผมเห็นว่าหุ้น Value มักจะเด่นคือเรื่อง Dividend yield ปกติหุ้นบริษัทที่เข้มแข็งที่ mature แล้วมักจะปันผลดีระดับนึงอยู่แล้วแต่แรก ยิ่งซื้อตอนหุ้นตกด้วยก็ยิ่ง yield ดีไปใหญ่ ดีกว่ากลุ่มที่มี Growth แน่นอน ถึงแม้ว่าผลตอบแทนโดยรวมระยะยาวจะแพ้ แต่ก็อาจจะเหมาะกับคนบางกลุ่มก็ได้ครับ

    สรุปคือถ้าต้องเลือกผมว่ากลุ่ม Growth ดีกว่า แต่เอาจริงก็ไม่ได้ถึงกับซีเรียสนะ เอาเป็นว่าได้หุ้นบริษัทเข้มแข็งในราคาถูกก็คือใช้ได้ครับ
     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • VI กับ ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Value มันไม่เหมือนกันนะ

    VI กับ ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Value มันไม่เหมือนกันนะ

    วีดิโอนี้ผมพูดถึง Value Investing กับ หุ้นกลุ่ม Value นิดนึงว่ามันไม่เหมือนกันครับ

    ผมเจอหลายคนมีความสับสนสองอันนี้ คือคนมักเข้าใจว่า Value Investing นี่คือการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Value หรือก็คือหุ้นที่ P/E ต่ำ ซึ่งก็เข้าใจได้นะเพราะชื่อมันคล้ายๆกัน แต่มันไม่ใช่นะ

    หุ้นกลุ่ม Value นี่ปกติเค้าเรียกรวมๆถึงหุ้นที่มีอัตราส่วนอย่าง P/E, Forward P/E, P/B, EV/CFO, ฯลฯ อะไรพวกนี้ต่ำครับ เวลาได้ยินคนบอกว่าเค้าซื้อหุ้นกลุ่ม Value ไอเดียความเชื่อคือบอกว่าการซื้อหุ้นกลุ่มพวกนี้โดยรวมคือซื้อหุ้นถูก และควรจะผลตอบแทนดี ซึ่งโดยปกติคนจะลงทุนในหุ้นกลุ่ม Value ด้วยการซื้อหุ้นที่มีลักษณะแบบนี้จำนวนมากและทำผ่านกองทุนเพราะมันสะดวกกว่า มันเป็นการมองการลงทุนแบบ Top view

    ส่วนถ้าคนพูดถึง Value Investing นี่คือเค้ากำลังสื่อว่าวิธีการตัดสินใจลงทุนเลือกหุ้นเนี่ย ตัดสินใจจากการวิเคราะห์บริษัท, ประเมินมูลค่าพื้นฐาน แล้วก็ซื้อหุ้นเมื่อราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานที่คำนวณได้เป็นหลัก ซึ่งโดยปกติมันจะเป็นการวิเคราะห์หุ้นรายตัวและซื้อแบบเฉพาะเจาะจง มันเป็นการมองการลงทุนแบบ Bottom view

    จุดที่มันต่างคือคนที่ลงทุนแบบ Value Investing อาจจะซื้อหุ้นที่ P/E, Forward P/E, P/B สูงก็ได้ครับ แบบ P/E 35-40 เลยก็ได้ ตราบใดที่เค้าเชื่อว่าการเติบโตในอนาคตของบริษัทนั้นมันสูงมากพอจนทำให้ราคาระดับนั้นเหมาะสม การตัดสินใจจะไม่อยู่บนคำว่า P/E สูงหรือต่ำ การตัดสินใจจะอยู่บนการคาดการณ์หน้าตาในอนาคตของบริษัทและคิดลดกระแสเงินสดจะปันผลหรือ Free cash flow ก็ดีกลับมาเป็นปัจจุบัน หุ้นบางบริษัทที่คนที่ลงทุนแบบ Value Investing ซื้ออาจจะจัดว่าเป็นหุ้น Growth ก็ได้ครับ

    สรุปคือมันเป็นคนละเรื่องกัน อยากให้เห็นภาพเอาไว้ครับ
     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี