Tag: ขายหุ้นเมื่อไหร่

  • แล้วจะขายหุ้นเมื่อไหร่ดี ?

    แล้วจะขายหุ้นเมื่อไหร่ดี ?

    ผมก็ว่ามันไม่ได้มีอะไรตายตัวและคิดว่ามันแล้วแต่คนนะครับ  แต่ผมอธิบายจากมุมมองผมละกันว่าถ้าเป็นผมจะขายหุ้นเมื่อไหร่

    1. จำเป็นต้องใช้เงิน
    2. อันนี้ไม่มีอะไรต้องคิดมาก  ถ้ามันมีความจำเป็นฉุกเฉินที่ต้องใช้ยังไงก็ต้องขายแหละครับ  โดยจะเริ่มจากขายหุ้นบริษัทที่ชอบธุรกิจน้อยบวกกับราคาขึ้นไปสูงแล้วก่อน  ตามมาด้วยธุรกิจที่ชอบน้อยแต่ราคายังไม่ขึ้น แล้วค่อยเป็นธุรกิจที่ชอบมากและราคาขึ้นไปสูง  ท้ายสุดเป็นธุรกิจที่ชอบมากแต่ราคายังไม่ขึ้น

    3. คาดว่าธุรกิจจะทำได้แย่ลงต่อไปในอนาคต
    4. อันนี้ยุ่งยากตรงว่าเราเชื่อจริงๆมั้ยว่าธุรกิจผลประกอบการมันจะแย่กว่าที่คาดในระยะยาว  ถ้ามั่นใจก็คือดูต่อว่ามันแย่กว่าที่คาดเยอะมั้ย ถ้าไม่เยอะก็อาจจะรอให้มีโอกาสซื้ออันอื่นก่อนก็ได้ไม่ได้ต้องรีบขาย  แต่ถ้าดูแล้วแย่กว่าที่คาดเยอะผมก็จะขายเลยโดยไม่สนว่าตอนนั้นขาดทุนอยู่หรือกำไรอยู่

    5. มีโอกาสที่ดีกว่าโผล่มา
    6. อันนี้ก็ยุ่งยากตรงการวัดว่าดีกว่าแค่ไหนเนี่ยแหละ  โดยปกติถ้าผมเห็นว่ามีโอกาสที่ดีมากโผล่มา ผมจะขายหุ้นที่ชอบธุรกิจน้อยที่สุดและราคาขึ้นมาเยอะแล้วก่อนเลย  แต่กรณีนี้ผมจะไม่ค่อยขายบริษัทที่เพิ่งซื้อมาไม่นานและยังไม่รู้ผลลัพธ์เพราะผมว่ามันจะทำให้เรามีข้ออ้างในการรีบร้อนเปลี่ยนใจซึ่งเป็นอะไรที่ไม่เวิร์ค

     

    ส่วนการขายที่ผมเคยทำในอดีตและไม่ควรทำสุดๆเลยคือ

    1. ขายเพราะกำไรแล้วก็เลยอยากขายเฉยๆ  ไม่ได้จะเอาไปทำอะไรหรอก
    2. แบบนี้ไม่แนะนำ  บริษัทที่ดีและเราซื้อมาได้ในราคาถูกถือไว้ต่อไปมันก็จะยังเติบโตและให้ผลตอบแทนกับเรา  ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรก็ไม่ต้องขาย ปล่อยไว้งั้นแหละ

    3. ขายเพราะคิดว่าเศรษฐกิจจะแย่ลง
    4. อันนี้เป็นอะไรที่อนาถมากเพราะเอาจริงๆคือเราเดาเศรษฐกิจไม่ได้หรอก  ส่วนใหญ่ทำแบบนี้คือมักจะพลาดแล้วก็กระโดดออกจากหุ้นที่ดีเพราะแค่เรากลัวอะไรก็ไม่รู้

    5. ขายเพราะคิดว่าจะรอมันตกแล้วค่อยกลับเข้าไปซื้อ
    6. อันนี้ก็เป็นอะไรที่อนาถมาก  ผมเคยคิดแบบนั้นและกระโดดออกจากหุ้นตอนกำไรแค่ 15% เพราะคิดว่ามันจะตกและจะได้ซื้อกลับเข้าไปใหม่  ปรากฎว่าหุ้นนั้นสูงขึ้นไป 5 เท่ากำไร 400% ช็อตนั้นเป็นอะไรที่โง่มากและจำจนถึงวันนี้เลยครับ

    7. ขายเพราะแค่ราคาหุ้นตกและรู้สึกว่ารอนานแล้ว
    8. อันนี้อนาถสุดละ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าบริษัทผลประกอบการดีขึ้นเรื่อยๆแต่แค่ตลาดยังไม่เห็นแล้วเรารอไม่ไหวละขายนะ  กรณีแบบนี้คือพลาดสุดๆละ นึกภาพดูว่ากว่าจะรอซื้อหุ้นดีราคาถูกได้ กว่าจะบริษัทพิสูจน์ตัวเองด้วยผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจนชัดเจน  แต่เราดันหมดความอดทนขายไปก่อนนี่แบบ …

     

    ตอนนี้ที่นึกออกก็ประมาณนี้เลยครับ

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

  • พื้นฐานเปลี่ยน สังเกตุจากอะไร ?

    พื้นฐานเปลี่ยน สังเกตุจากอะไร ?

    มีคนถามเราว่าบริษัทพื้นฐานเปลี่ยนไปจะสังเกตจากอะไร  ยอดขายหรือกำไรต้องตกเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าผิดปกติ เรามาตอบคำถามนี่กันครับ

    หลักๆแล้วสิ่งที่เราต้องการจะรู้มีอย่างเดียวเลยคือคนมันยังจะซื้อสินค้าหรือบริการของบริษัทอยู่หรือเปล่า  พื้นฐานเปลี่ยนมันก็คือคนจะไม่ซื้อน่ะครับ และนั่นคืออะไรที่เราไม่อยากให้เกิดกับบริษัทที่เราเป็นเจ้าของ

    ทีนี้แล้วเราจะสังเกตจากอะไร

    ถ้าเราจะเอาแบบรู้ก่อนที่ผลประกอบการจะเริ่มส่งสัญญาณได้ก็มีได้อย่างเดียวเราต้องเข้าใจธุรกิจและคลุกคลีอยู่ในวงการนั้นๆไม่ว่าจะเป็นทำงานอยู่หรือเป็นผู้บริโภคที่สนใจ  เราถึงจะเห็นว่าสาระสำคัญของธุรกิจนั้นกำลังมีความเปลี่ยนแปลงอะไรเข้ามาหรือมีคู่แข่งใหม่ที่ร้ายกาจเข้ามาหรือเปล่า เช่นอย่างเรื่องกล้อง ผมเริ่มเห็นว่าตัวเองและคนอื่นรอบตัวเริ่มขี้เกียจถือกล้องถ่ายรูปเวลาไปเที่ยวและใช้มือถือถ่ายรูปแทน

    ทีนี้สมมติเป็นธุรกิจที่เราไม่ได้คลุกคลีมาก  การจะไปรู้ล่วงหน้ามันเริ่มลำบากละ อาจจะต้องอาศัยตัวเลขบางตัวที่เป็นตัวบ่งชี้แทน  โดยปกติก็คือตัวเลขอะไรก็ได้ที่บอกเราเกี่ยวกับความนิยมของลูกค้าแหละเช่น ตัวเลขระดับความพึงพอใจ, จำนวนคน Google ชื่อยี่ห้อสินค้า, ยอดขายต่อพื้นที่, จำนวนผู้ใช้งานจริง, ตัวเลขการใช้งานต่อความจุ, เปอร์เซนต์ลูกค้าที่ต่อสัญญา, ฯลฯ

    และสุดท้ายสมมติเราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้  เราก็จะมารู้ตอนมันเริ่มมีผลกับตัวเลขผลประกอบการละ  เช่นยอดขายตกหรือกำไรตก ทีนี้ผมก็แนะนำว่าพิจารณาตามนี้

    1. มันเกิดขึ้นนานยัง ?
    2. ถ้านี่เพิ่งไตรมาสเดียว  อย่าเพิ่งตัดสินครับ มันเร็วเกินไป  ปกติผมว่ามันก็ต้องเกิน 1 ปีนะ  

    3. มันเป็นเฉพาะบริษัทนี้หรือเปล่า ?
    4. ดูตัวเลขเทียบกับทั้งอุตสาหกรรม  ถ้ามันเติบโตแต่บริษัทที่เราดูอยู่นี่แย่ลงสวนทางคนอื่น  ต้องรีบหาเหตุผลละ เริ่มแข่งขันไม่ได้หรืออะไร หรือแค่มีปัญหาชั่วคราว

    5. ตกทั้งอุตสาหกรรม  เป็นปกติของอุตสาหกรรมนี้หรือเปล่า ?
    6. บางธุรกิจมันก็มีการขึ้นลงเป็นเรื่องปกติ  หรือบางทีอาจจะแค่เศรษฐกิจของประเทศ แต่ถ้าอุตสาหกรรมดูตกต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานก็อาจจะเป็นว่ามีสินค้าอื่นมาทดแทนและทำให้ขนาดอุตสาหกรรมลดลงหรือเปล่า

    จะสังเกตว่ายอดขายกับกำไรตกเยอะหรือน้อยไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญ  สิ่งสำคัญสุดคือมันเป็นการตกที่มาจากเหตุอะไรมากกว่านะ