Tag: ทำยังไง

  • ทำไมตลาดผันผวนอีกแล้ว ทำไงต่อดี ?

    ทำไมตลาดผันผวนอีกแล้ว ทำไงต่อดี ?

    ทำไมตลาดผันผวนอีกแล้ว ทำไงต่อดี ?

    ในช่วงเวลาประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมาที่ตลาดหุ้นตก ดูเหมือนมีคนถามเกี่ยวกับสถานการณ์ภาพรวมหลายคน ผมเลยรวบรวมคำถามมาตอบเป็นข้อๆครับ

      ตลาดหุ้นตกเรื่องอะไร ?

    จะบอกว่าเรื่องเดิมกับเมื่อต้นปีครับ ไม่ได้มีอะไรต่างไปในสาระสำคัญ หลักๆคือเริ่มมาจากเงินเฟ้อที่สูงจากความต้องการที่สูงขึ้นพรวดช่วงปลายปี 2021 กับสงครามที่ทำให้ราคาพลังงาน, อาหาร, ค่าแรงสูงขึ้น แล้วก็เลยทำให้ราคาของสินค้าเกือบทุกประเภทสูงขึ้นตาม ทีนี้ธนาคารกลางทั่วโลกก็พยายามขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อให้ได้อย่างรวดเร็ว Fed ประกาศตั้งแต่แรกว่าเอาจริงนะ จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนกว่าจะควบคุมเงินเฟ้อได้ แล้วก็เลยมีความกังวลว่าเศรษฐกิจจะหดตัวจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงอย่างรวดเร็ว

    ถ้าสังเกตก็คือเรื่องเดียวกับตอนต้นปีเป๊ะ

      แล้วมีโอกาสจะเกิดเศรษฐกิจหดตัวมั้ย ?

    ส่วนตัวผมพูดเหมือนเดิมกับต้นปีคือเชื่อว่าน่าจะเกิด เพราะการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเป็นการลดฝั่งอุปสงค์ของตลาด ดังนั้นถ้าเกิดการบริโภคและการลงทุนลดลงอยู่รุนแรงมากไปก็อาจจะทำให้การเติบโตหลุดไปทางติดลบได้

    และที่ผ่านมาในอดีตเคยมีเหตุการณ์เงินเฟ้อสูง Fed ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสูงๆเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ในเวลานั้นก็มีเศรษฐกิจหดตัว การว่างงานสูงขึ้น เป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นไปแล้ว

    แต่ทั้งนี้ไม่ได้คิดว่าเป็นปัญหาถาวรอะไร เพราะอย่างที่เคยเล่าให้ฟังว่าการหดตัวของเศรษฐกิจลักษณะนี้ ไม่เหมือนวิกฤติที่มาจากการใช้เงินเกินตัว มีการกู้ยืมเงินจำนวนมากในระบบเศรษฐกิจแล้วเกิดฟองสบู่ ไม่เหมือนปี 2008 ไม่มีธนาคารล้ม และตัวอย่างในอดีตเศรษฐกิจก็ฟื้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน

      แปลว่าตลาดหุ้นจะตกต่ำไปกว่าตอนนี้มั้ย ?

    เป็นไปได้ แต่ผมก็ไม่มีทางรู้หรอกครับ

    อันนี้เป็นคนละประเด็นกับคำถามก่อนหน้าเลย การเดาเศรษฐกิจ ต่อให้เราเดาถูก ไม่ได้แปลว่าเราจะเดาอารมณ์ตลาดถูก

    ซักพักสมมติ เงินเฟ้อลดละ แล้วเศรษฐกิจก็หดตัวตามคาด คำถามคือตลาดหุ้นจะตกมั้ย

    อาจจะตกก็ได้ครับ เพราะในเวลานั้นเศรษฐกิจก็จะหดตัว คนว่างงานเยอะขึ้น ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนก็จะไม่ดี คนก็อาจจะตกใจว่าเฮ้ยมันจะเศรษฐกิจหดตัวยาวนานมั้ย หุ้นก็อาจจะตกก็ได้ จริงๆอย่างในเวลานี้พวกที่ได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นเช่นพวกที่เกี่ยวกับบ้านก็ออกมาบอกละว่าเห็นความต้องการหดตัวลง

    หรืออาจจะหุ้นขึ้นก็ได้ครับ เพราะในเวลานั้นเงินเฟ้อลดลง คนก็อาจจะมองว่าปัญหาจะเริ่มจบละ เดี๋ยว Fed ก็น่าจะลดอัตราดอกเบี้ยกลับลงมา ทุกอย่างก็จะกลับเข้าสู่สภาพปกติ ตลาดก็อาจจะดีใจมองข้ามเศรษฐกิจถดถอยชั่วคราวก็ได้

    สิ่งที่ผมแนะนำคืออย่าไปกังวลเลยว่าหุ้นจะตกต่ำไปกว่าตอนนี้มั้ย เอาเป็นว่าคุณดูบริษัทที่คุณชอบ เชื่อมั่นว่าบริษัทจะยังทำได้ดีต่อไปในอนาคต และถ้าราคามันตกต่ำมามากพอแล้ว ซื้อได้ถูกเพียงพอก็คือใช้ได้ ไม่ได้ต้องมานั่งเพ่งพยายามเดาหาจุดต่ำสุด ยังไงก็ไม่มีทางรู้อยู่แล้ว

      ทำไมหุ้นไทยเข้มแข็งจัง ตกน้อยกว่าหุ้นโลก

    ผมก็ไม่แน่ใจ แต่ถ้าให้เดาเป็นเพราะเศรษฐกิจไทยน่าจะยังดีอยู่นะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเริ่มเปิดการท่องเที่ยวและมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

      เป็นไปได้มั้ยที่เงินเฟ้อจะสูงไปเรื่อยแบบควบคุมไม่ได้ ?

    อันนี้ก็เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ คือต้องเข้าใจว่าเงินเฟ้อคือราคาสินค้าถูกมะ สมมติความต้องการสินค้าถูกกดจนเป็น 0 นะ ไม่มีใครซื้ออะไรทั้งสิ้น ซื้อสินค้าจำเป็นพอชีวิตรอดอย่างเดียว ราคาสินค้าทุกอย่างมันก็ต้องตกฮวบเพราะมันขายไม่ได้ครับ แค่นั้นเอง

    แล้วจริงๆในเวลานี้การขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็เริ่มมีผลนะ เพียงแต่มันจะมีผลกับกลุ่มธุรกิจบางกลุ่มก่อนเช่นพวกที่เกี่ยวกับบ้าน เพราะพวกนี้ปกติคนซื้อไม่ได้ซื้อเงินสด การขึ้นอัตราดอกเบี้ยทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านสูงขึ้น

    และแน่นอนทำให้ยอดขายบ้านลดลง


    ส่วนการบริโภคในกลุ่มอื่นยังไม่ลง อ้างอิงจาก American Express กับ Bank of America ทั้งคู่พูดไปในทิศทางเดียวกันว่ายอดใช้บัตรเครดิตของผู้บริโภคสูงขึ้นมากกว่าที่คิดมาก โดยเฉพาะท่องเที่ยวนี่ American Express บอกเพิ่มสูงขึ้น +57% เลย

    นอกจากนั้นในเวลานี้ ปัจจัยหลักอื่นที่เป็นตัวหนุนให้เงินเฟ้อสูงแต่แรกก็เริ่มลดลงบ้าง อย่างที่ทราบคือมันมีพลังงาน, อาหาร, ค่าขนส่งกับค่าแรงถูกมะ อาหารนี่ต้นทุนราคาลงละ การขนส่งเช่นกัน ค่าแรงยังเพิ่มขึ้นอยู่แต่อัตราการเพิ่มของค่าแรงก็เริ่มลดลง ส่วนราคาพลังงานยังสูงขึ้นอยู่

    ส่วนที่ยังสูงอยู่คือราคาพลังงานโดยรวม

      ควรจะลงทุนหรือควรจะถือเงินสดรอ หรือควรจะขายหุ้นมั้ย ?

    ตรรกะของเรื่องคือ มันขึ้นกับว่าเราสามารถถือยาวได้มั้ย time frame ในการวัดผลเราคือนานแค่ไหน

    สมมติเราจะวัดผลกันสิ้นปีนี้ ก็ไม่น่าจะควรลงทุนนะ ผมไม่ได้บอกว่าตลาดจะลงแน่นอนหรืออะไร แต่ในเมื่อตอนนี้เงินเฟ้อยังสูง และผมเชื่อว่าเศรษฐกิจต้องมีหดตัว ตลาดก็อาจจะตกใจอีกก็ได้ไง หรือตลาดอาจจะคลายความกังวลแล้วขึ้นก็ได้

    แต่สมมติเราลงทุนระยะยาว งั้นช่วงนี้ก็โอกาสหาหุ้นราคาถูกนี่ ไม่รู้แหละว่าปัญหาจะจบเมื่อไหร่ แต่ปลายทางบริษัทที่มีอำนาจก็จะรอดออกมาและกลับไปทำได้ดีเหมือนเดิม เรามีหน้าที่หาบริษัทแบบนั้นและฉวยโอกาสซื้อตอนที่มันราคาถูกผิดปกติครับ

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • มีวิธีอะไรมั้ย ทำให้ไม่ตกใจเวลาตลาดหุ้นตก ?

    มีวิธีอะไรมั้ย ทำให้ไม่ตกใจเวลาตลาดหุ้นตก ?

    มีคนอยากได้วิธีคิดให้สามารถถือหุ้นข้ามวิกฤติ  เพราะเค้าบอกต่อให้เรารู้ว่าพื้นฐานไม่เปลี่ยนแต่เวลาหุ้นตกกันทั้งตลาดก็ตกใจอยู่ดี  ก็เป็นคำถามที่ดีนะ  ผมก็มานั่งนึกนะว่าอะไรจะช่วยได้บ้าง

    ปัจจัยสำคัญอันนึงที่ผมว่าช่วยได้เยอะคือประสบการณ์  คนที่ลงทุนมานานระดับนึงมันก็จะเห็นกับตาไงว่ามันไม่เป็นไรจริงๆนะการถือหุ้นข้ามวิกฤติตราบใดที่พื้นฐานหุ้นยังดีอยู่  คนที่มีประสบการณ์เคยเจอมาก่อนมันก็จะคุมสติง่ายกว่า  แต่อันนี้มันไม่ค่อยช่วยเท่าไหร่เพราะคนที่ไม่มีก็คือไม่มี  มันไม่มีทางทำให้คนไม่มีประสบการณ์อยู่ๆมีขึ้นมาได้

    สิ่งที่น่าจะช่วยได้หลักๆเลยก็น่าจะเป็นการตัดสินใจด้วยตรรกะนะ  คือตราบใดที่เราตัดสินใจแบบเอาอารมณ์ออกไปได้มันก็น่าจะช่วยตัดความกลัวที่ไม่มีเหตุผลออกไปได้เยอะ  ซึ่งการจะให้คนเราตัดสินใจตรรกะล้วนมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว  แต่ผมคิดว่าถ้าทำสิ่งต่อไปนี้น่าจะช่วยได้

    1. เรียบเรียงการตัดสินใจของเราว่าทำไมเราถึงซื้อหรือไม่ซื้อหุ้นนั้น
    2. เขียนประเด็นสำคัญที่มีผลต่อหุ้นนั้นออกมาในกระดาษ
    3. คอยเช็คดูว่าเหตุการณ์ที่เข้ามากระทบทำให้เราตกใจนี่หรือเปลี่ยนแปลงไป  มันกระทบประเด็นสำคัญเหล่านั้นมั้ย  พิจารณาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
    4. ตัดสินใจอีกทีจากประเด็นสำคัญที่เราสรุปได้

    ตัวอย่างเช่น  อย่างผมนี่มี REIT ที่ทำห้างในยุโรปนะ

    เรียบเรียงสาเหตุที่ผมตัดสินใจซื้อมีดังนี้

    • เช็คดูแล้วว่าห้างพวกนั้นดูมีความต้องการอยู่  จากการที่ occupancy สูงมากก่อนโควิดมาตลอด
    • โควิดเกิดขึ้นแล้ว  มีการปิดห้างบางช่วง  บริษัทมีการยกเว้นค่าเช่าให้ร้านค้า  แต่โดยรวมก็ยังกำไรอยู่ไม่ได้ถึงกับขาดทุน
    • หลังจากห้างกลับมาเปิด  ปริมาณการขายของในห้างกลับมาอยู่ในระดับที่สูงมากจนเกือบปกติ
    • Occupancy แทบไม่ลด  และดูเหมือนจะยังปล่อยเช่าได้โดยที่ค่าเช่าสูงขึ้น  เก็บเงินได้เกิน 90%
    • ราคาหุ้นตกรุนแรง  โดยที่เท่าที่ดูแล้วไม่เห็นแนวโน้มของปัญหาถาวร  กำไรหดจากแค่ค่าเช่าที่ยกให้กับการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเฉยๆ
    • เชื่อว่าโควิดไม่ได้อยู่ไปตลอด

    ประเด็นสำคัญที่จะมีผลคือ

    • โควิดจบหรือไม่  ขึ้นกับวัคซีนฉีดมั้ย, ฉีดแล้วได้ผลหรือเปล่า
    • โควิดต้องไม่นานเกินจนผู้เช่าเจ๊งหมด  ซึ่งเราจะวัดจาก occupancy, collection, rent renewal

    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่น

    • 3rd wave  ก็ไม่เกี่ยวนี่  เรารู้อยู่แล้วว่ามันก็จะระบาดไปเรื่อยจนกว่าจะแก้ได้ถาวร
    • ฉีดวัคซีนช้าด้วยเหตุอะไรก็แล้วแต่  อันนี้สมควรติดตามดู
    • ไวรัสกลายพันธุ์  เท่าที่ทราบวัคซีนยังได้ผลอยู่นี่  และตามข่าวคือถ้าจำเป็นก็ปรับวัคซีนตามได้
    • ตลาดหุ้นตกโดยเฉพาะพวกกลุ่มหุ้น tech  …  ไม่เกี่ยวสุดๆ

    สรุป ถือต่อไปไม่มีอะไร
     

    หรืออีกตัวอย่างนึงที่มีการเปลี่ยนใจ  คือกรณีที่ซื้อหุ้นเรือสำราญ  จากตอนแรกไม่ซื้อ

    เรียบเรียงสาเหตุที่ผมตัดสินใจไม่ซื้อตอนแรกสุดมีดังนี้

    • บริษัทขาดทุนหนัก  เดินเรือไม่ได้เลย = ไม่มีรายได้  ต่อให้ระดมทุนได้ก็แค่ยืดเวลาออกไปเท่านั้น
    • ณ เวลานั้น  วัคซีนข่าวบอกอาจกว่าจะได้ต้องใช้เวลาถึง 2021-2022  ไม่รวมว่าต้องใช้เวลาฉีดอีก

    ประเด็นสำคัญที่จะมีผลคือ

    • การมีวัคซีนหรือยาที่จะทำให้โควิดจบ
    • บริษัททนได้นานขนาดไหน

    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่น

    • กู้ยืมเงิน + ออกหุ้นใหม่ได้เพิ่ม  ก็แค่ยืดเวลา  โดยตัวมันเองไม่มีประเด็นเท่าไหร่
    • ลดค่าใช้จ่ายได้บ้าง  ก็แค่ยืดเวลาเช่นกัน  โดยตัวมันเองไม่สำคัญเท่าไหร่
    • มีวัคซีนตอนปลายปี 2020  ทดลองฉีดแล้วได้ผล  อันนี้สำคัญมากละ

    สรุป เปลี่ยนจากไม่ซื้อมาซื้อในภายหลัง

     

    ประมาณนี้แหละนึกภาพออกมั้ย  คือเวลาตัดสินใจให้จับตามองประเด็นที่มันสำคัญเป็น key จริงๆ  ถ้ากลัวสติแตกก็เขียน  ช่วยได้ครับ

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี