Tag: พันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ

  • เงินเฟ้อรอบนี้ สินทรัพย์ประเภทไหนทำได้ดีบ้าง ?

    เงินเฟ้อรอบนี้ สินทรัพย์ประเภทไหนทำได้ดีบ้าง ?

    Which Inflation hedges have worked?

    อันนี้เป็นบทความของ Morningstar ที่ผมก็คิดว่าน่าสนใจดี คือเค้าดูว่าช่วงเงินเฟ้อสูงรอบนี้ สินทรัพย์อะไรที่ทำได้ดีบ้าง สินทรัพย์ที่ปกติคนเชื่อว่าดีช่วงเงินเฟ้อดีจริงหรือเปล่า แต่อันนี้คือต้องเข้าใจก่อนว่าเค้ากำลังพูดถึงระยะสั้นนะ https://www.morningstar.com/articles/1113374/which-inflation-hedges-have-worked

    เค้าดูแยกเป็น 3 กลุ่ม

    กลุ่มแรกคือสินทรัพย์ที่มีตัวตนจับต้องได้ ซึ่งคือมีทอง, commodities อื่นนอกเหนือจากทอง, อสังหาริมทรัพย์นอกตลาด, อสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในตลาดหุ้น

    ผลที่ได้คือพวก commodities ที่ไม่ใช่ทองทำได้ดีมาก ซึ่งอันนี้ก็คงเป็นเพราะมันรวมพวกพลังงานที่ราคาสูงขึ้นเยอะมากจากปัจจัยเรื่องสงคราม แต่โดยรวมแล้วราคาน้ำมันก็จะสูงในช่วงที่ความต้องการสูงด้วยเช่น 2007, 2010, 2017 ดังนั้นแปลว่าในช่วงไหนที่เงินเฟ้อสูงจากความต้องการสูง สินทรัพย์กลุ่มนี้ก็อาจจะทำได้ดีตามไปด้วย หรือก็คืออาจจะมีประโยชน์ในการสู้กับเงินเฟ้อในสถานการณ์แบบนั้น

    แต่ที่แปลกใจคือทองดูทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไม่ถึงกับแย่ แต่ก็มูลค่าลดลงและผิดกับภาพที่ปกติเราจะมองว่ามันสู้กับเงินเฟ้อได้ดี

    ส่วนอสังหาริมทรัพย์ที่ลิสต์ในตลาด พวกนี้ก็คล้ายกับหุ้นคือมูลค่าลดลง ส่วนอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่นอกตลาด ข้อมูลหายากหน่อยแต่เท่าที่ดูคือไม่ได้ชนะเงินเฟ้อ แต่ไม่ถึงกับเลวร้าย

    กลุ่มที่สองคือพวกที่จ่ายดอกเบี้ย

    Inflation bonds ที่ผลตอบแทนมีส่วนที่คงที่กับส่วนที่เพิ่มตามเงินเฟ้อทำได้ดีก็ไม่ได้น่าแปลกใจ แต่ที่่แปลกใจคือกลุ่ม TIPS ซึ่งก็ควรจะสู้กับเงินเฟ้อดูจะทำได้แย่กว่ามาก ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

    กลุ่มสุดท้ายคือ alternative strategies กลุ่มนี้ปกติเค้าก็ไม่ได้บอกว่าเอาไว้สู้กับเงินเฟ้อหรืออะไร แต่แค่ปกติจะเอาไว้คาดหวังผลตอบแทนที่ต่างจากสินทรัพย์ประเภทอื่น

    อันที่ดูทำได้ดีมากคือ Systematic Trend Funds ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลงทุนใน futures และได้รับประโยชน์จากราคา commodities ที่สูงขึ้น ส่วนอันอื่นๆก็ดูจะไม่เลวร้าย คือขาดทุนแต่ไม่ถึงกับเละ

    สรุปแล้วคือดูเหมือนสินทรัพย์ที่รอดจากเงินเฟ้อสูงในระยะสั้นได้ก็ดูจะไม่ค่อยมีนะ Inflation bond นี่ปกติมันจะจำกัดการซื้อ

    แล้วมันมีความหมายอะไรกับการลงทุนเราหรือเปล่า เอาตามตรงคือถ้าเราลงทุนระยะยาวอยู่แล้วสิ่งนี้ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมาก รู้ไว้เป็นสิ่งที่น่าสนใจเฉยๆครับ

    ส่วนอันนี้คือ list ของที่มาว่าเค้าใช้อะไรเป็นตัวแทนของสินทรัพย์แต่ละหมวด
    Nongold commodities—iShares S&P GSCI Commodity-Indexed Trust GSG
    Gold—SPDR Gold Shares GLD
    Real estate: private—Winans Real Estate Index
    Real estate: public—Morningstar Category average, U.S. real estate funds
    I Bonds—Author’s calculation, based on U.S. Treasury data
    Floating-rate bonds—iShares Floating Rate Bond ETF FLOT
    Short TIPS—iShares 0-5 Year TIPS Bond ETF STIP
    Nontraditional bond funds—Morningstar category average
    TIPS—iShares TIPS Bond ETF TIP
    Systematic trading funds—Morningstar Category average
    Macro trading funds—Morningstar Category average
    Event-driven funds—Morningstar Category average
    Multistrategy funds—Morningstar Category average
    Relative value funds—Morningstar Category average
    Options-trading funds—Morningstar Category average
     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • ลงทุนในสินทรัพย์แบบไหน ไม่ต้องกลัวเงินเฟ้อ

    ลงทุนในสินทรัพย์แบบไหน ไม่ต้องกลัวเงินเฟ้อ

    หัวข้อเงินเฟ้อนี่เราทุกคนน่าจะคุ้นเคยอยู่บ้างแล้ว  มันเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วก็มีผลทำให้เงินของเราลดค่าลงไป  โชคดีที่ช่วงที่ผ่านมาเงินเฟ้อประเทศไทยไม่ได้สูง หลังปี 2014 มาเงินเฟ้อเราไม่เคยสูงกว่า 2% ไม่เหมือนช่วงก่อน  แต่อนาคตก็ไม่แน่ ในวีดิโอนี้เรามาคุยว่าจะลงทุนยังไงให้ไม่ต้องกลัวเงินเฟ้อกันครับ

    ก่อนไปต่อเราคุยเรื่องผลกระทบของเงินเฟ้ออย่างเร็วเผื่อใครไม่เคยทราบมาก่อน  เงินเฟ้อนี่หลักๆก็คือการที่ของแพงขึ้นน่ะแหละ มันไม่ได้ทำให้เงินเรามีน้อยลงนะจริงๆเรามีเงินเท่าเดิมแหละแต่มันทำให้เงินเราซื้อของได้น้อยลง  เช่นสมมติแต่ก่อนบะหมี่ 1 ชาม 20 บาท เรามีเงิน 100 บาทเราซื้อบะหมี่ได้ 5 ชามดูละเหลือเฟือ แต่วันนี้บะหมี่ชามละ 40 บาทละ เงิน 100 บาทที่เรามีเหมือนเดิมตอนนี้ซื้อบะหมี่ได้ไม่ถึง 3 ชามละ  เงินเราซื้อของได้น้อยลงนี่แหละคือผลของเงินเฟ้อ

    แต่ทีนี้เงินเฟ้อมันจะไม่เป็นปัญหาถ้าเงินเราสามารถโตได้ด้วยอัตราเร่งอย่างน้อยเท่าๆเงินเฟ้อ  เช่นตัวอย่างตะกี้ถ้าบะหมี่แพงขึ้นจากชามละ 20 เป็นชามละ 40 ก็จริง แต่เงิน 100 บาทเราที่ฝากไว้ในธนาคาร (หรือลงทุนอะไรก็แล้วแต่) โตเป็น 200 บาทมันก็ไม่เป็นไรไง  เพราะเราก็จะยังซื้อบะหมี่ได้ 5 ชามอยู่ดี ดังนั้นในเมื่อเราควบคุมเงินเฟ้อไม่ได้สิ่งที่เราทำได้ก็คือพยายามลงทุนเงินเราให้อย่างน้อยโตเท่ากับเงินเฟ้อ

    ณ เวลานี้ด้วยความที่เงินเฟ้อต่ำกว่า 1%  การจะชนะเงินเฟ้อก็ไม่ยากเพราะเท่าที่ดูดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปีให้ผลตอบแทน 1.5% ก็หาได้อยู่  แต่ถ้าสมมติมันกลับไปเป็น 3% เหมือนแต่ก่อนเงินฝากก็จะไม่ตอบโจทย์ละ

    โดยไอเดียคือสินทรัพย์อะไรก็ตามที่ผลตอบแทนคงที่ล็อคเอาไว้ก็จะมีความเสี่ยงจากเงินเฟ้อหมด  พวกนี้ก็เช่นเงินฝากประจำ, หุ้นกู้, ตราสารหนี้ ถ้าเราจะลงทุนให้ไม่ต้องกลัวเงินเฟ้อเราก็ต้องไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ผลตอบแทนมันสามารถปรับตามเงินเฟ้อได้เช่น

    1. พันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ (ILB, Inflation Linked Bond)
    2. พวกนี้คือพันธบัตรรัฐบาลนี่แหละ  แต่ลักษณะการจ่ายดอกเบี้ยมันจะคำนวณผลของเงินเฟ้อเข้าไปด้วยทำให้เราไม่ต้องกังวลเรื่องเงินเฟ้อเลย  ไม่ว่าจะเกิดเงินเฟ้อรุนแรงแค่ไหนก็ตามเราก็จะไม่เดือดร้อนเพราะเราจะได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็นการชดเชยผลของเงินเฟ้อเสมอ  แต่แน่นอนถ้ากลับเป็นเงินเฟ้อติดลบหรือเงินฝืดเราก็จะได้ดอกเบี้ยน้อยลง สรุปคือผลตอบแทนที่แท้จริงก็จะคงที่

    3. สินทรัพย์อื่นที่ขึ้นราคาตามเงินเฟ้อได้
    • อสังหาริมทรัพย์ปล่อยเช่า, REIT ที่คนต้องง้อ
    • หุ้นบริษัทที่ปรับราคาขึ้นได้

    ยกตัวอย่างบริษัทนึงที่ผมเคยเห็นชัดๆเลยว่าปรับราคาสินค้าได้

    นี่เป็นเงินเฟ้อในตุรกี  https://tradingeconomics.com/turkey/inflation-cpi

    และบริษัทที่ผมเจอว่าไม่เดือดร้อนคือ Ulker Biskuvi ที่ทำพวกขนม  ในปี 2018 ยอดขายเพิ่มขึ้น 25% แต่มาจากจำนวนขนมที่ขายเพิ่มขึ้นแค่ 1.5% ที่เหลือเป็นราคาที่ปรับขึ้น  กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 24.6% ส่วนปี 2019 ที่ผ่านมา 9 เดือนยอดขายเพิ่มขึ้น 35% มาจากจำนวนขนมที่เพิ่มขึ้นแค่ 4% ที่เหลือเป็นราคาที่ปรับขึ้น  กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 41.3% จะเห็นได้ว่าบริษัทนี้และผู้ถือหุ้นไม่เดือดร้อนอะไรเลยจากเงินเฟ้อ

    http://ulkerbiskuviinvestorrelations.com/media/917/download.aspx

    http://ulkerbiskuviinvestorrelations.com/media/964/download.aspx

    แต่ก็ไม่ใช่ทุกบริษัทหรือทุกอสังหาริมทรัพย์จะทำแบบน้ันได้  เราต้องเลือกดีๆ แต่ถ้าเราเลือกออกมาถูกปุ๊บแปลว่าเราไม่ต้องกลัวเงินเฟ้ออะไรทั้งนั้นเลยครับ

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg