Tag: วัฏจักรหุ้น

  • ดัชนีวัดระดับความกลัว/โลภ

    ดัชนีวัดระดับความกลัว/โลภ

    เมื่อเร็วๆนี้เพิ่งพูดถึงหนังสือเรื่องวัฎจักรของตลาดไปเอง  พอดีบังเอิญไปเจอว่า CNN เค้ามีทำ Fear and Greed Index (ดัชนีวัดความกลัวกับความโลภ) ก็เลยเอามาเล่าให้ฟังครับ

    คือดัชนีนี้ไอเดียคือเค้าพยายามจะวัดว่าตอนนี้ตลาดอยู่ในโหมดกลัวหรืออยู่ในโหมดโลภ  โดยวัดจากสัญญาณบ่งชี้ 7 ตัว  ผมทิ้งลิ้งค์เอาไว้ให้  https://money.cnn.com/data/fear-and-greed/

    สัญญาณบ่งชี้ 7 อย่างที่เค้าใช้มีดังนี้

    1. Junk bond demand
    2. อันนี้วัดความต้องการหุ้นกู้ความเสี่ยงสูง  วิธีการคือดูจากส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนหุ้นกู้ปลอดภัยกับหุ้นกู้ความเสี่ยงสูง  ถ้าช่วงไหนความแตกต่างมันแคบกว่าปกติก็คือแปลว่าคนยินดีซื้อหุ้นกู้เสี่ยงสูงโดยที่ผลตอบแทนต่างกันไม่เยอะ  ก็แปลว่าคนอยู่ในโหมดโลภ

    3. Safe haven demand
    4. อันนี้วัดความต้องการในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างตราสารหนี้  วิธีคือดูเทียบว่าช่วงที่ผ่านมาผลตอบแทนของหุ้นเทียบกับตราสารหนี้เยอะกว่ากันขนาดไหน  ถ้าเยอะกว่ากันเยอะเทียบกับค่าเฉลี่ยปกติก็แปลว่าคนแห่ไปลงทุนในหุ้นเยอะ  ก็คือคนอยู่ในโหมดโลภ

    5. Market momentum
    6. อันนี้ดูโมเมนตัมตลาด  วิธีคือดูระดับของ S&P 500 ตอนนี้เทียบกับเส้น moving average 125 วัน  ถ้าสูงกวาเยอะๆก็คือแสดงถึงความต้องการลงทุนในหุ้นเยอะ  ก็คือคนอยู่ในโหมดโลภ  

    7. Put and Call option
    8. อันนี้ไว้วัดมุมมองของนักลงทุนว่าเค้ามองอนาคตตลาดเป็นยังไง  วิธีคือเทียบจำนวน put option กับ call option ทั้งหมดในช่วง 5 วันที่ผ่านมา  ถ้า put option น้อยกว่า call option เยอะๆก็คือคนเชื่อว่าตลาดจะขึ้น  ดังนั้นเป็นการแสดงว่าอยู่ในโหมดโลภ

    9. Market volatility
    10. อันนี้เค้าวัดความผันผวนของราคา  วิธีดูก็คือดูตัว VIX ที่เป็นดัชนีวัดความผันผวน  ไอเดียคือถ้าผันผวนมากแปลว่าคนไม่มั่นใจแปลว่ามีความกลัว

    11. Stock price strength
    12. อันนี้วัดจำนวนหุ้นที่ทำ 52-week high เทียบกับจำนวนหุ้นที่ทำ 52-week low  ถ้าส่วนต่างตรงนี้เยอะกว่าช่วงปกติก็คือคนกำลังโลภ

    13. Stock price breadth
    14. อันนี้วัดว่า volume การซื้อขายหนักไปทางไหนมากกว่ากัน  วิธีการคือใช้ McClellan Volume Summation Index ซึ่งผมขี้เกียจไปอ่านว่าสูตรมันคืออะไร  แต่หลักๆแล้วไอเดียคือเค้าเทียบดูว่า volume การซื้อขายเกิดในหุ้นที่เป็นทิศทางขึ้นมากกว่าหุ้นที่เป็นทิศทางลงหรือเปล่า  ถ้า volume ส่วนใหญ่เกิดในหุ้นที่เป็นทิศทางขึ้นมากกว่าช่วงปกติเค้าก็จะตีความว่าคนกำลังโลภ

    แล้ว CNN ก็เอาผลรวมของพวกนี้ทั้งหมดมาเฉลี่ยน้ำหนักเท่าๆกัน  ออกมาเป็นตัวเลข 0-100  0 คือกลัวสุดๆ  100 คือโลภสุดๆ  ประมาณนี้ครับ  แต่ข้อจำกัดมันก็เหมือนกับที่เรารู้กันแหละ  ดัชนีนี้อาจจะบอกได้คร่าวๆว่าตอนนี้สภาพเราอยู่ตรงไหน  แต่ไม่ได้บอกว่าสถานการณ์มันจะเปลี่ยนตอนไหน  อย่างที่หนังสือ Mastering the market cycle บอกแหละ  ผมเห็นว่าน่าสนใจอยู่และอาจจะมีประโยชน์เลยเอามาเล่าให้ฟังครับ

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • หุ้นวัฏจักร สังเกตจากอะไร ? ต้องหลีกเลี่ยงเหรอ ?

    หุ้นวัฏจักร สังเกตุจากอะไร ? ต้องหลีกเลี่ยงเหรอ ?

    หุ้นวัฎจักรคืออะไร ?

    เอาจริงๆในความเห็นผมคือหุ้นเกือบทุกบริษัทมันก็มีความเป็นวัฏจักรแหละมากหรือน้อยเท่านั้นเองครับ  แต่เวลาที่เค้าพูดถึงหุ้นวัฎจักรนี่คือหมายถึงหุ้นที่ผลประกอบการและราคาหุ้นมีทิศทางดีขึ้นหรือแย่ลงมีความเกี่ยวข้องกับสภาพเศรษฐกิจมากๆ

    ดังนั้นหุ้นวัฎจักรชนะหุ้นที่ไม่ค่อยวัฎจักรในช่วงเศรษฐกิจดี  เพราะช่วงเศรษฐกิจดีหุ้นวัฎจักรก็จะผลประกอบการดีและราคาหุ้นขึ้นดีด้วย  แต่พอช่วงเศรษฐกิจไม่ดีหุ้นวัฎจักรก็จะแพ้หุ้นที่ไม่ค่อยวัฎจักรเพราะหุ้นวัฎจักรก็จะผลประกอบการแย่ตามและราคาหุ้นก็จะแย่ไปด้วย

     

    ดูยังไงว่าเป็นหุ้นวัฎจักร ?

    จริงๆมันก็หลากหลายนะ

    สินค้าที่ไม่ได้จำเป็นต้องซื้อก็ได้เช่น การท่องเที่ยว, เครื่องประดับ, อาหารแพงๆ, ฯลฯ

    สินค้าพวกที่ไม่ได้ต้องซื้อบ่อยๆเช่น บ้าน, เฟอร์นิเจอร์, รถยนต์, ฯลฯ

    สินค้าที่เอาไปผลิตเป็นอย่างอื่นต่อเช่น เหล็ก, คอนกรีต, ฯลฯ

    เทียบกับที่ไม่ใช่หุ้นวัฎจักรก็อย่างเช่น Coca-Cola, ยาสีฟัน, สบู่

     

    ควรหลีกเลี่ยงหรือเปล่า ?

    ไม่ได้ว่าต้องหลีกเลี่ยงหรืออะไรนะ  แค่ต้องเข้าใจว่าบริษัทพวกนี้มันจะรับผลกระทบเยอะช่วงเศรษฐกิจไม่ดีเท่านั้นเอง  ดังนั้นเวลาที่ดีที่ควรจะซื้อบริษัทกลุ่มนี้ก็คือช่วงเศรษฐกิจไม่ดีเพราะช่วงนั้นหุ้นมันจะตกเยอะและจะฟื้นกลับมาหลังเศรษฐกิจฟื้น  และอาจจะควรระมัดระวังไม่ไปซื้อตอนช่วงเศรษฐกิจดีที่บริษัททำได้ดีเติบโตอย่างรวดเร็วต่อเนื่องหลายปีเพราะราคามันมักจะสูงพรวดขึ้นไปเยอะจากความนิยมของคนเท่านั้นเอง

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/courses