Author: admin

  • ช่วงนี้ตลาดดูผันผวน เราควรจะขายหุ้นมาถือเงินสดไว้ก่อนมั้ย ?

    ช่วงนี้ตลาดดูผันผวน เราควรจะขายหุ้นมาถือเงินสดไว้ก่อนมั้ย ?

    ช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีคนถามว่าหุ้นช่วงนี้ยังน่าสนใจอยู่มั้ยในเมื่อตลาดหุ้นมันฟื้นมาเยอะแล้วจากโควิด  อย่างดัชนี SET ก็อยู่แถว 1,600  บวกกับมีปัจจัยความเสี่ยงหลายเรื่องไปหมดเช่นธนาคารกลางสหรัฐและหลายๆประเทศเริ่มทำท่าจะปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นและหยุดกระตุ้นเศรษฐกิจ  อย่างเกาหลีนี่คือเริ่มปรับดอกเบี้ยขึ้นไปแล้ว  แล้วก็ยังมีเรื่องน้ำอาจจะท่วมกรุงเทพฯ  ไฟฟ้าดับในจีน  Evergrande เจ๊ง  เงินเฟ้อที่อาจจะสูงขึ้นเยอะจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น  อังกฤษเริ่มสินค้าขาดเพราะไม่มีคนขับรถบรรทุก ฯลฯ  เราควรจะถอนเงินออกจากหุ้นมาถือเงินสดหรือสินทรัพย์อื่นก่อนหรือเปล่า 

    ในความเห็นผมคือไม่  คิดว่ายังควรลงทุนอยู่ในหุ้นต่อครับ

    ก่อนอื่นในระยะสั้นตลาดจะตกหรือจะขึ้นเป็นยังไงผมไม่รู้  แต่ภาพรวมในระยะยาวผมยังคิดว่าเราควรจะลงทุนอยู่ในหุ้นเพราะ

    • โดยภาพรวมแล้วเศรษฐกิจฟื้นตัว  บริษัทส่วนใหญ่ผลประกอบการดีขึ้น  โดยเฉพาะพวกที่โดนผลกระทบจากโควิดเราเห็นชัดเจนว่ากำลังฟื้น
    • ปัจจัยเสี่ยงหนักสุดคือต้องกลับมาปิดธุรกิจอีกเพราะโควิดระบาดไม่เลิกก็ดูไม่น่าจะเกิดขึ้นละ
      • ตัวอย่างจากประเทศที่ฉีดวัคซีนได้เยอะ  ถึงจำนวนคนป่วยใหม่จะเยอะ  แต่จำนวนผู้ป่วยอาการหนักที่จะไปล้นโรงพยาบาลและจำนวนคนตายน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
    • การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย  อาจมีผลบ้างเพราะทำให้สินทรัพย์ปลอดภัยอัตราผลตอบแทนสูงขึ้นเมื่อเทียบกับหุ้น  แต่ในภาพใหญ่ไม่มีทางมีผลมากกว่าเศรษฐกิจประเทศที่ฟื้นตัว  ผลประกอบการบริษัทดีขึ้น  และที่สำคัญคือยังไงผลตอบแทนของสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นก็ยังดีกว่าพวกอัตราดอกเบี้ยเงินฝากซึ่งแพ้เงินเฟ้อมาก  ไม่น่าเป็นไปได้ที่คนจะแห่หนีจากหุ้นกลับไปอยู่ในรูปเงินฝากกันแค่เพราะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงขึ้น
    • เศรษฐกิจฟื้นกลับมาอาจจะมีสะดุดไม่ราบรื่นบ้าง  หรือมีเหตุการณ์อื่นดูน่ากลัวบ้าง  แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่
      • อย่างอังกฤษที่ขาดแคลนคนขับรถบรรทุกส่วนนึงก็คือ Brexit กับช่วงที่โควิดระบาดกระบวนการในการออกใบอนุญาตขับรถบรรทุกมันติดขัด  บวกกับความต้องการสินค้าและบริการมันกลับมาอย่างเร็วฝั่ง supply ก็เลยปรับตัวไม่ทัน  ซึ่งมันไม่ใช่ปัญหาระยะยาว
      • Evergrande คนก็ตกใจมากไป  รัฐบาลจีนยังไงก็ไม่ปล่อยให้บริษัทเจ๊งบริษัทเดียวกระทบวงกว้างแน่นอน  และในความเป็นจริงมันไม่เหมือน subprime เพราะมันเป็นบริษัทที่มีปัญหาจากหนี้สินเยอะไป  บริษัทนั้นเบี้ยวไม่จ่ายหนี้  ไม่ใช่แบบ subprime ที่มีการปล่อยสินเชื่อมั่วแล้วคนเบี้ยวหนี้ในวงกว้าง
      • ส่วนเรื่องรัฐบาลจีนเข้ามาจัดการกับหลายธุรกิจ  โดยรวมเค้าต้องการให้ความร่ำรวยกระจายสู่คนจำนวนเยอะขึ้นลดความเหลื่อมล้ำ  ไม่ได้ตั้งใจจะเอาให้ธุรกิจเจ๊ง  ดังนั้นในระยะยาวก็ยังมองว่าดีอยู่ดี  เรากำลังพูดถึงประเทศที่คนเป็นพันล้านกำลังมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมีกำลังซื้อ
    • ส่วนเรื่องหุ้นแพงไปมั้ยขึ้นมาเยอะแล้วตอนนี้  อันนี้ก็มีส่วนจริงเพราะดัชนีตลาดหุ้นฟื้นไปแล้วจริง  แต่ในรายละเอียดถ้าไปดูจะเห็นว่ามันไม่ได้ราคาหุ้นฟื้นไปแล้วทุกกลุ่ม  กลุ่มที่โดนผลกระทบจากโควิดแล้วยังไม่ฟื้นมีอยู่  และในกลุ่มพวกนั้นถ้าเราเลือกที่คุณภาพดีเป็นหลักโอกาสก็ยังหาได้อยู่นะผมว่า

     

    ดังนั้นสรุปคือ  ผมก็ยังคิดว่าเราสมควรจะลงทุนอยู่ในหุ้นตอนนี้  และผมไม่ได้แค่พูดเพราะโดยส่วนตัวตอนนี้เงินลงทุน 100% ก็อยู่ในหุ้นจริงๆ

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • Evergrande จะกลายเป็นวิกฤติแบบซับไพรม์มั้ย ?

    Evergrande จะกลายเป็นวิกฤติแบบซับไพรม์มั้ย ?

    มีคนถามความเห็นเราว่ากรณีของ Evergrande สมควรกังวลมั้ย  มันจะเป็นวิกฤติเศรษฐกิจใหญ่ขึ้นมาหรือเปล่า

    คำตอบคือเท่าที่เห็นตอนนี้เชื่อว่าไม่ครับ  คือมันก็เป็นบริษัทใหญ่และมีมูลค่าเยอะ  การเจ๊งก็มีผลกระทบวงกว้างกับลูกค้าและเจ้าหนี้นะ  แต่ไม่เชื่อว่าจะลุกลามเป็นแบบ subprime ในอเมริกา

    ต้องเข้าใจว่าในกรณี subprime ของอเมริกานั่น  เหตุการณ์มันเริ่มจากการที่ทั้งอุตสาหกรรมของการปล่อยสินเชื่อบ้านทำการปล่อยสินเชื่อแบบไม่ใส่ใจคุณภาพของคนกู้ด้วยความเชื่อว่าราคาบ้านมันจะสูงขึ้นไปเรื่อยๆ  แล้วแถมมีการเอาเงินกู้พวกนี้ยำรวมกันเป็น Mortgage-backed securities ขายต่อให้นักลงทุนคนอื่นอีก  พอสุดท้ายมีปัญหาคนกู้ไม่จ่ายเงิน  ธนาคารทั้งระบบก็เลยสยองเพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร  แยกไม่ออกว่าใครจะเจ๊งบ้าง  แล้วเงินกู้ที่จะไม่จ่ายนั่นขนาดเท่าไหร่ไม่มีใครบอกได้  ธนาคารก็เลยเพื่อความอยู่รอดต้องกันเงินสดให้มากที่สุดเลยไม่ทำการปล่อยกู้ให้ธุรกิจปกติ  เลยกลายเป็นปัญหาวงกว้างกระทบธุรกิจอื่น

    ส่วนกรณี Evergrande ถึงขนาดหนี้สินจะใหญ่  แต่ทุกคนรู้ว่าใครเป็นใคร  รู้ว่าคนที่ไม่สามารถจ่ายหนี้ได้นี่คือใครกันแน่  หนี้สินที่มีปัญหานี่มันขนาดเท่าไหร่กันแน่  ใครเป็นเจ้าหนี้บ้าง  และรัฐบาลจีนเองก็ดูไม่น่าจะนิ่งดูดาย  คือรัฐบาลเองน่าจะเข้ามาเพิ่มสภาพคล่องให้ธนาคารให้สามารถปล่อยกู้ให้ธุรกิจอื่นได้ตามปกติ  ในขณะที่คอยตามให้ Evergrande ค่อยๆขายทรัพย์สินชำระหนี้ตามกระบวนการปกติ

    สิ่งที่เราอาจจะต้องตามดูคือนอกจาก Evergrande มันจะมีบริษัทอื่นในธุรกิจเดียวกันเจีงแบบเดียวกันเยอะมั้ย  ตอนนี้ได้ยินว่ามีตามมาอีก 2 เจ้าละคือ Fantasia กับ Sinic ที่เริ่มมีไม่สามารถจ่ายหนี้ได้  ถ้าเกิดมันลุกลามในวงกว้างแทนที่จะแค่ 2-3 บริษัทกลายเป็นเจ๊งทั้งอุตสาหกรรมขึ้นมา  แบบนั้นก็จะมีความเสี่ยงเยอะขึ้นเยอะเลย

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • ควรลงทุนหุ้นต่างประเทศหรือหุ้นไทยมากกว่ากัน ? สัดส่วนเท่าไหร่ ? ประเทศไหนดี ?

    ควรลงทุนหุ้นต่างประเทศหรือหุ้นไทยมากกว่ากัน ? สัดส่วนเท่าไหร่ ? ประเทศไหนดี ?

    อันนี้เป็นวีดิโอต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ที่เราทำวีดิโอเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ  ผมรวบรวมคำถามเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นต่างประเทศที่คนถามเข้ามาเพิ่มเติมและยังไม่เคยตอบในวีดิโอครับ

    ผมลงทุนในหุ้นไทยหรือหุ้นต่างประเทศมากกว่ากัน ?

    ในเวลานี้เงินลงทุนอยู่ในหุ้นต่างประเทศเยอะกว่าเยอะครับ  ประมาณ 90% ได้  แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ชอบหุ้นไทยนะ  ที่ลงทุนในหุ้นต่างประเทศเยอะขนาดนั้นหลักๆเลยเพราะอย่างที่บอกอยู่ตลอดผมซื้อหุ้นประเภทที่ได้รับผลกระทบจากโควิดและต่างประเทศฉีดวัคซีนเร็วกว่าไทย  ดังนั้นเศรษฐกิจเค้าควรจะฟื้นก่อน  และถ้าโชคดีคือหุ้นต่างประเทศก็อาจจะฟื้นก่อนประเทศไทย  ถ้าเป็นแบบนั้นผมก็จะขายหุ้นในต่างประเทศและดึงกลับมาลงทุนในไทยต่ออีกที  กะฉวยโอกาสทำกำไรจากโควิดหลายครั้ง  แต่ถ้าโชคไม่ดีหุ้นทั่วโลกฟื้นพร้อมๆกันก็ไม่เป็นไรยังไงก็กำไรอยู่ดีแค่อดกำไรเยอะเฉยๆ

    ในความเห็นผม  ควรลงทุนในหุ้นไทยหรือหุ้นต่างประเทศมากกว่ากัน ? สัดส่วนเท่าไหร่ดี ?

    จริงๆอันนี้มันแล้วแต่คนมาก  ยังไงก็ได้นะ  แต่โดยรวมคือผมว่าขึ้นอยู่กับเราตั้งใจจะศึกษาด้วยตัวเองแล้วซื้อหุ้นรายตัวหรือเปล่า

    ถ้าสมมติเรากะศึกษาด้วยตัวเอง  งั้นอย่างนั้นไทยหรือต่างประเทศก็ไม่ค่อยเกี่ยวละ  เพราะเราก็ต้องมองหาบริษัทที่เข้าข่ายแนวการลงทุนของเราและมันก็ไม่เกี่ยวว่ามันอยู่ประเทศไหนป้ะ  เช่นอย่างผมคือมองหาบริษัททำธุรกิจที่เราชอบ, มีความเข้าใจและเชื่อว่ามันจะทำได้ดีต่อไปในอนาคตแล้วก็เล็งซื้อตอนมันราคาตกจากปัญหาที่คิดว่าชั่วคราว  ผมมองหาแบบนี้เป็นหลักและไม่สนว่ามันจะอยู่ประเทศไหน  ถ้าโอกาสแบบนี้หาได้ในไทยผมก็ซื้อหุ้นไทย  ถ้าหาเจอในหุ้นต่างประเทศผมก็ซื้อหุ้นประเทศนั้น  ความสำคัญของภาพรวมของประเทศหรืออะไรมันจะน้อยลงไปละ  เพราะเราไม่ได้ซื้อประเทศเราซื้อบริษัทที่บังเอิญอยู่ในประเทศนั้น  ดังนั้นในกรณีนี้ที่ถามว่าควรลงทุนต่างประเทศหรือไทยสัดส่วนเท่าไหร่จึงไม่มีความเกี่ยวข้องอะไร

    แต่สมมติเราตั้งใจลงทุนกระจายความเสี่ยงด้วยกองทุน  ไม่ได้กะจะมาเลือกหุ้นรายตัว  งั้นเราสมควรมองภาพรวมของประเทศละ  เพราะเรากำลังซื้อภาพรวมของประเทศนั้นๆอยู่  ในกรณีนี้ผมว่าถ้าไม่ซีเรียสก็หุ้นไทย 50% ต่างประเทศ 50% ก็ได้นะ  วัตถุประสงค์คือการกระจายความเสี่ยงใช่มะ  กระจายประมาณนี้บวกลบก็น่าจะโอเคละ  แต่ทั้งนี้คือแล้วแต่คนสุดๆ  เอาไงก็เอาเถอะ  ถ้าใครอยากจะ 100% กระจายหุ้นทั่วโลกเลยก็ได้นี่  มันจะมีกองทุนที่ลงทุนตามดัชนีหุ้นทั่วโลกอยู่แล้วครับเช่นกองทุนที่ลงทุนตาม MSCI ACWI เป็นต้น

    ต่างประเทศไปประเทศไหนดี ?

    ถ้าไม่คิดอะไรมากก็กระจายสุดๆไปเลยก็ได้  อย่างที่บอกว่ามี MSCI ACWI  หรือไม่งั้นจะเลือกประเทศที่เราสนใจเชื่อว่ามีอนาคตก็ได้  แต่ต้องเข้าใจว่าทุกประเทศมันก็มีปัญหาของมันนะ  ไม่ใช่มีแต่เรื่องดี  อย่างอินเดียก็มีพวกเรื่องโกง, จีนเร็วๆนี้ก็มีรัฐบาลออกมาพยายามแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ, เวียดนามก็ยังไม่ได้เปิดให้ต่างชาติลงทุนเต็มที่  กองทุนที่ลงทุนในหุ้นเวียดนามก็ยังมีน้อย, ประเทศเจริญแล้วต่างๆส่วนใหญ่โตช้า

    สรุปแล้วอย่าไปคิดอะไรเยอะไป  เอาประเทศที่เราคิดว่าดีแหละ  แค่อย่าไปคิดว่ามันจะดีแบบไม่มีข้อเสียเลยเท่านั้นเอง  คิดซะว่าการลงทุนในต่างประเทศด้วยนอกเหนือจากไทยเป็นการกระจายความเสี่ยงครับ

    กองทุนต่างประเทศเราซื้อได้มั้ย ?

    ได้  พวก ETF นะ  ซื้อได้เหมือนหุ้นต่างประเทศธรรมดาเลย  เราไปทำการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นต่างประเทศซะ  แล้วเราก็จะซื้อ ETF ได้ครับ

    เงินไม่เยอะควรไปลงทุนต่างประเทศมั้ย ?

    พิจารณาเทียบกับค่าธรรมเนียมขั้นต่ำละกันครับ  คือถ้ามันคุ้มก็ไม่มีปัญหา  ถ้าดูแล้วไม่คุ้มก็อย่าไป  อย่างหุ้น US ปัจจุบันผมเห็นของ SCBS เค้า 4.99 USD นะซึ่งคือประมาณ 150 บาทใช่มะ  ดังนั้นสมมติซื้อดัวยเงินซัก 50,000 บาท  ค่าธรรมเนียมมันจะคิดเป็น 0.3% ของมูลค่าการซื้อขาย  ก็แพงกว่าซื้อหุ้นในไทย 0.15% แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นไปไม่ได้นะ  แต่สมมติบอกซื้อ 10,000 บาท  ค่าธรรมเนียมซื้อขายมันจะกลายเป็น 1.5% ซึ่งเริ่มแพงเว่อร์ละ  เช็คเรื่องค่าธรรมเนียมกับโบรกเกอร์ที่เราจะเปิดกับเค้าดูครับ

    ลงทุนหุ้นต่างประเทศแบบ DCA ได้มั้ย ?

    เข้าใจว่าส่วนใหญ่คนที่ถามนี่เค้าจะรู้สึกว่า DCA มีปัญหาเพราะเรื่องค่าธรรมเนียม  ผมก็แนะนำว่า DCA ทุก 6 เดือนก็ได้นี่  DCA มันขอให้สม่ำเสมอก็ใช้ได้  ไม่ได้มีใครบอกว่ามันต้องทุกเดือนนี่ครับ

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • ถือเงินสดเยอะเกินไป ไม่ใช่เรื่องดี

    ถือเงินสดเยอะเกินไป ไม่ใช่เรื่องดี

    ในวีดิโอนี้ผมพยายามจะอธิบายว่าทำไมการให้ทรัพย์สินเราอยู่ในรูปเงินสดเยอะเกินไปถึงไม่ดี

    คือช่วงที่ผ่านมาผมเจอหลายคนที่เค้าถือเงินสดหรือเงินฝากเป็นสัดส่วนใหญ่มากของทรัพย์สินทั้งหมด  ส่วนใหญ่เหตุผลหลักคือเพราะรู้สึกว่ามันปลอดภัยไม่อยากเสี่ยงกับเหตุผลรองลงมาคือไม่รู้จะไปลงทุนในอะไรดี

    ประเด็นที่ผมอยากจะบอกคือ  การถือเงินสดไว้บ้างนี่มันโอเคนะ  เพราะมันเป้นทรัพย์สินที่เด่นเรื่องสภาพคล่องสูง  ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรที่เราต้องใช้เงินขึ้นมาหรือเราตกงาน  การมีเงินสดสำรองไว้ก็จะทำให้ชีวิตปลอดภัย  แต่การถือเงินสดเยอะเกินไปเป็นอะไรที่เสี่ยงต่ออนาคตในระยะยาวไม่ใช่อะไรที่ปลอดภัย  เพราะหนึ่งเลยคือการถือเงินสดเท่ากับปล่อยให้ทรัพย์สินเราด้อยค่าไปเรื่อยๆหรือพูดอีกแบบนึงก็คือการถือเงินสดเท่ากับขาดทุนชัวร์

    เหตุผลเพราะว่าแนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยในระยะยาวเป็นขาลงเหมือนกันเกือบทุกประเทศ  ในขณะที่เงินเฟ้อส่วนใหญ่จะคงที่

    อัตราดอกเบี้ยก็มีแนวโน้มที่จะต่ำแบบนี้ต่อไป  เพราะความต้องการสินเชื่อโดยรวมก็ต่ำลง  ในขณะที่คนมีการออมเยอะขึ้น  ซึ่งอาจจะมาจากคนอายุยืนขึ้น  บวกกับในปัจจุบันการปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นเพื่อให้กลับไปสู่สภาพปกติถูกมองว่าเป็นนโยบายที่จะทำให้เศรษฐกิจหยุดโต  และในโลกมันก็มีเรื่องนู่นนี่โผล่มาทำให้คนกังวลกับสภาพเศรษฐกิจได้บ่อยๆ  อย่างช่วงก่อนโควิดนั่นก็มี Trump กับจีนแข่งกันตั้งกำแพงภาษีจนเริ่มมีผลกับเศรษฐกิจ  ตอนนั้น fed ก็มีปรับอัตราดอกเบี้ยลงมา

    ดังนั้นสรุปแล้วการเก็บเงินอยู่ในรูปเงินสดเยอะไปมันเป็นภาระกับอนาคตของคุณแหละ  มันจะอันตรายแบบ slow death  อาจจะรู้สึกสบายใจตอนนี้ว่าเงินไม่หาย  แต่มันจะไปเงินไม่พอหรือไม่ก็ต้องลดระดับคุณภาพชีวิตตอนแก่ครับ

    งั้นเราควรถือเงินสดเยอะแค่ไหน  ผมว่าเผื่อไว้สำหรับ

    • ค่าใช้จ่ายกรณีที่เกิดไม่มีรายได้  6 เดือนหรือนานเท่าที่คุณรู้สึกปลอดภัย
    • ค่าใช้จ่ายขนาดใหญ่ที่วางแผนไว้ว่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้

    ส่วนที่เกินจากนั้นผมว่าคุณควรเอาไปลงทุนระยะยาว  แล้วก็แยกเงินที่กันไว้กับลงทุนเป็นคนละก้อนกัน  ถ้าเป็นไปได้เริ่มลงทุนเลยต่อให้รู้สึกไม่มั่นใจกับเศรษฐกิจแค่ไหนก็ตาม  อย่ากังวลมากเพราะถ้าตามสถิติต่อให้เราลงทุนไปช่วงหุ้นแพงพอดี  ในระยะยาวมันก็ยังดีกว่าเงินสดอยู่ดี  

    ส่วนเรื่องลงทุนในอะไรดีจริงๆไม่ได้ต้องคิดมากก็ได้  ถ้าเอาง่ายสุดผมว่ากองทุนดัชนี SET เลย  เงินลงทุนเราจะกระจายในธุรกิจหลายประเภทในไทย  และโดยรวมเราก็จะโตไปไม่แพ้ประเทศไทยโดยรวม  หรือถ้ารู้สึกหุ้นเสี่ยงไปก็หุ้นกู้ก็ได้  เร็วๆนี้ผมเพิ่งเห็น CPALL ออกหุ้นกู้ผลตอบแทน 3% อยู่  แค่นั้นก็ดีกว่าเงินฝากละครับ

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • ซื้อหุ้นแบบทยอยซื้อ หรือแบบรวดเดียวไปเลย ดีกว่ากัน ?

    ซื้อหุ้นแบบทยอยซื้อ หรือแบบรวดเดียวไปเลย ดีกว่ากัน ?

    มีคนถามว่าเค้ามีเงินลงทุนอยู่ก้อนนึง  อยากจะเอามาลงทุนในหุ้นระยะยาวไม่ได้กะซื้อขายบ่อยๆ  ควรจะทยอยลงทุนซื้อทีละหน่อยแบบ DCA หรือลงทุนแบบซื้อเยอะๆทีเดียวเลยดี

    เอาจริงๆผมว่าอันนี้มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่ต้องมากังวลหรือคิดอะไรมากเกินไป  ยังไงก็ได้แหละครับ

    ถ้าเอาตามวิชาการจริงๆเลยนะ  ควรลงแบบรวดเดียวหรืออย่างน้อยถ้าจะทยอยก็ไม่ควรจะยืดยาวใช้ระยะเวลานาน  สาเหตุเพราะโดยเฉลี่ยภาพรวมตลาดหุ้นเป็นทิศทางขาขึ้นมากกว่าขาลง  ดังนั้นการลงทุนยิ่งเร็วก็จะยิ่งทำให้เงินเราไปอยู่ในหุ้นเร็วขึ้นได้ประโยชน์จากการที่ตลาดโดยรวมสูงขึ้น  และโดยเปรียบเทียบแล้วผลตอบแทนเฉลี่ยของหุ้นก็ดีกว่าการถือเงินสดหรือเงินฝากด้วย

    แต่การทยอยซื้อแบบ DCA ก็มีข้อดีในเรื่องความสบายใจครับ  ตรงที่มันลดความเสี่ยงกรณีที่ตอนที่เราเริ่มซื้อหลังจากนั้นตลาดมันตกพอดี  ลดความเสี่ยงที่เราจะมาเสียดายทีหลังเวลาตลาดตกว่ารู้งี้รอดีกว่าอะไรประมาณนั้น  การทยอยซื้อมันก็จะเฉลี่ยๆไปซื้อตอนตลาดขึ้นบ้างลงบ้าง  แต่โดยรวมมันจะห่วยกว่าซื้อรวดเดียวเพราะตลาดโดยเฉลี่ยภาพรวมมันเป็นขาขึ้นไง  มันไม่ใช่ขึ้นหรือลง 50-50  ดังนั้นการ DCA ก็มักจะทำให้ได้ซื้อมาแพงมากกว่าที่จะได้ซื้อมาถูก

    สรุปคือเอาที่เราสบายใจแหละ  ยังไงก็ได้  ถ้าเอาตามหลักการก็ซื้อรวดเดียวโดยเฉลี่ยผลลัพธ์ดีกว่า  แต่ถ้ากลัวจะเสียดายก็ซื้อเฉลี่ยครับ

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • ผลประกอบการดี ทำไมราคาหุ้นไม่เห็นขึ้น ?

    ผลประกอบการดี ทำไมราคาหุ้นไม่เห็นขึ้น ?

    มีคนสงสัยว่าทำไมหุ้นที่เค้าถืออยู่ผลประกอบการดีนะแต่ราคาหุ้นไม่เห็นขึ้นตาม

    ก่อนอื่นที่อยากจะบอกคืออย่าใจร้อนครับ  ต่อให้ไม่มีปัจจัยอื่นมากระทบเลยบางทีมันต้องใช้เวลาซักพักเหมือนกันกว่าคนในตลาดจะเชื่อว่าบริษัทมันจะทำได้ดีจริงหรือจะทำได้ดีขึ้นต่อไปในอนาคต  หรือบางทีมันก็แค่ว่าบริษัทนี้คนยังไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าไหร่  มันต้องให้เวลาบริษัทพิสูจน์ตัวเองซักพักครับ

    นอกเหนือจากนั้นแล้วบางทีในระยะสั้นมันมีเรื่องอื่นเข้ามาแทรกได้  คนอาจจะกังวลเรื่องโควิดอยู่

    หรือบางที  ที่ผลประกอบการออกมาดีนั่น  ตลาดอาจจะคาดไว้อยู่แล้วก็ได้  หรือเผลอๆอาจจะดีนะแต่ดีน้อยกว่าที่ตลาดคาดก็ได้

    ดังนั้นสรุปคืออย่าใจร้อน  ถ้าเรามั่นใจว่าบริษัทมีอนาคตผลประกอบการดีขึ้นต่อเนื่องไปอีกหลายปี  เราก็รออย่างใจเย็นครับ  ให้เวลาบริษัทมันทำได้ดีไปซักพักตลาดก็จะได้สติในที่สุดครับ

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น งบนี้คืออะไร ?

    งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น งบนี้คืออะไร ?

    บางทีจะมีคนถามถึงงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้นว่าสำคัญมั้ย  ทำไมไม่ค่อยมีใครพูดถึงกัน

    ที่คนไม่ได้พูดถึงกันเยอะเป็นเพราะมันไม่ได้เป็นงบการเงินหลักน่ะครับ  อย่างบางบริษัทถ้าไม่ใช่งบปีเค้าไม่รายงานงบอันนี้ด้วยซ้ำ

    วัตถุประสงค์หลักของงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้นก็คือตามชื่อมันน่ะครับ  คือมันแจกแจงรายการต่างๆในส่วนของผู้ถือหุ้น  รายการพวกที่เราเห็นบนงบดุลนั่นแหละ  แล้วก็บอกว่าที่ตัวเลขของแต่ละรายการมันเปลี่ยนแปลงไปมันเปลี่ยนเพราะเรื่องอะไร

    ส่วนใหญ่ผมก็ไม่ได้สนใจดูเท่าไหร่  ที่เคยดูแล้วมีประโยชน์ก็จะมีตอนที่่ผมเห็นตัวเลขทุนเรือนหุ้นออกชำระแล้วมันเปลี่ยนไป  ผมก็จะอยากรู้ว่ามันเพราะอะไรเหรอ  ออกหุ้นใหม่หรือเปล่า  ถ้ามาดูตรงนี้ปกติมันก็จะบอกอยู่ว่าเปลี่ยนจากอะไรออกหุ้นใหม่หรือเป็นการปันผลเป็นหุ้นหรือเพราะอะไร

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • งบกระแสเงินสด รายการหลักๆที่ควรรู้

    งบกระแสเงินสด รายการหลักๆที่ควรรู้

    งบกระแสเงินสดวัตถุประสงค์หลักก็คืออธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นกับเงินสดบ้าง  เพิ่มหรือลดลงเพราะอะไร  ซึ่งสำคัญแหละเพราะสุดท้ายบริษัทดำเนินธุรกิจไปก็ต้องมีกระแสเงินสดเป็นบวกนะไม่งั้นก็เจ๊ง

    หน้าตาการรายงานงบกระแสเงินสดมันจะมีแบบ direct กับ indirect method ซึ่งมันจะนำเสนอต่างกันตรงกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน  เท่าที่เห็นมาเจอแต่ indirect method  เคยได้ยินว่าบริษัทส่วนใหญ่นิยมเตรียมแบบ indirect method เพราะทำได้ง่ายกว่า  แต่ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะมันแค่การนำเสนอเฉยๆ  ยังไงตัวกระแสเงินสดก็ต้องออกมาเท่ากันอยู่ดี

    งบกระแสเงินสดจะมีรายการหลักๆเรียงตามนี้

    1. ส่วนแรกจะเป็นกระแสเงินสดที่เกี่ยวกับกิจกรรมดำเนินงาน

    • เริ่มต้นจากกำไรสุทธิ  บางทีก็จะเห็นเริ่มต้นจากกำไรจากการดำเนินงาน  อันนี้ก็เอามาจากงบกำไรขาดทุนตรงๆ
    •  

    • ปรับรายการด้วยรายได้หรือค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่เงินสด
    • รายการแถวนี้ก็จะเยอะไปหมด  ใหญ่ๆก็มักจะเป็นค่าเสื่อมกับการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียนที่ใช้ในธุรกิจ  มันจะมีบางอันที่ทำการกลับรายการเพื่อจะไปบันทึกในหมวดอื่น  เช่นอย่างค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย  เค้าจะไปบันทึกเงินสดที่จ่ายไปจริงอีกที

       

    • กระแสเงินสดสุทธิที่ได้จากกิจกรรมดำเนินงาน
    • รายการนี้ก็คือสรุปสุดท้ายว่าดำเนินธุรกิจไปนี่สรุปกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นหรือลดลง  โดยปกติแล้วสิ่งที่เราต้องการคือมันควรจะไปในทางเดียวกันกับกำไรสุทธิของงบกำไรขาดทุน  ไม่ใช่เลขต้องเท่ากันนะ  แต่มันต้องไปทางเดียวกัน

    2. ส่วนที่สองจะเป็นหมวดกิจกรรมการลงทุน

    • รายได้หรือเงินที่จ่ายไปสำหรับการลงทุน
    • บางทีก็เป็นเงินลงทุนระยะสั้น, ระยะยาวหรือลงทุนในธุรกิจร่วมอะไรก็แล้วแต่
       

    • ลงทุนในที่ดิน, อาคารและอุปกรณ์
    • อันนี้คือที่ปกติเค้าเรียกว่า CAPEX ซึ่งย่อจาก capital expenditure ครับ  มันคือเงินลงทุนที่บริษัทใช้ไปเพื่อซื้อสินทรัพย์ใหญ่ๆเพื่อมาขยายธุรกิจ  ถ้าสมมติเป็นธุรกิจที่ต้องมีลงทุนในใบอนุญาตหรือซื้อสัมปทานรายการมันจะชื่อสอดคล้องกับธุรกิจครับ  และอันนั้นก็เรียกว่าเป็น CAPEX เหมือนกัน
       

    • กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกกรรมการลงทุน

    3. ส่วนที่สามคือหมวดกิจกรรมจัดหาเงิน

    • ดอกเบี้ยจ่าย
    • เงินสดรับจากการกู้ยืมเงิน
    • เงินสดจ่ายชำระเงินกู้ที่ยืมมา
    • จ่ายปันผล
    • เงินสดรับจากการออกหุ้นใหม่
    • เงินสดจ่ายเพื่อซื้อหุ้นคืน
    • กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกกรรมการลงทุน

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • รายการหลักๆบนงบกำไรขาดทุนที่ควรรู้

    รายการหลักๆบนงบกำไรขาดทุนที่ควรรู้

    ต่อจากวีดิโอที่แล้ว  เราุพูดถึงรายการหลักๆบนงบการเงิน  โดยอันนี้เราจะดูงบกำไรขาดทุน

    วัตถุประสงค์หลักของงบกำไรขาดทุนคือบอกเราว่าสรุปบริษัททำธุรกิจมานี่กำไรมั้ยเท่าไหร่  หรือว่าขาดทุน

    รายการหลักๆที่เราจะเห็นบ่อยเรียงไปเลยก็จะมี

    • รายได้…
    • รายการนี้ก็คือรายได้ที่บริษัททำได้น่ะแหละ  ในหมายเหตุประกอบงบการเงินมันจะมีเกณฑ์การรับรู้รายได้อยู่  สมควรอ่าน

    • ต้นทุน…
    • อันนี้อย่างที่เคยอธิบายในวีดิโออื่น  มันคือต้นทุนตรงที่ให้ได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการ

    • กำไรขั้นต้น
    • อันนี้คือรายได้ที่หักต้นทุนตรงของสินค้าหรือบริการ  โดยปกติสิ่งที่ผมจะมองคือมันสม่ำเสมอหรือเปล่า  บริษัททั่วไปก็จะค่อนข้างสม่ำเสมอนะ  ถ้าไม่นี่ก็จะเริ่มน่ากลัวละ  ในกรณีที่เป็นบริษัทในหมวดสินค้าเดียวกัน  การเปรียบเทียบอัตราส่วนกำไรขั้นต้นก็จะช่วยให้เราเห็นภาพว่าบริษัทไหนขายของได้แพงกว่ากันหรือน่าจะมีอำนาจในการตั้งราคามากกว่ากัน

    • ค่าใช้จ่าย…
    • พวกนี้ก็คือค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่ใช่ต้นทุนตรงของสินค้าหรือบริการ  เช่นค่าโฆษณา  คำเรียกสามัญเค้าจะเรียกว่า SG&A (Selling, general and administrative expenses)

    • ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย
    • โดยทั่วไปมักจะรวมอยู่ในรายการอื่น  บางส่วนอยู่กับต้นทุนบางส่วนกับค่าใช้จ่าย  ถ้าสมมติต้องการตัวเลขค่าเสื่อมและตัดจำหน่ายก็ดูในงบกระแสเงินสดหรือในหมายเหตุประกอบงบการเงินก็ได้

    • กำไรจากการดำเนินงาน
    • รายการนี้ปกติเราก็จะนิยมเอาตั้งหารด้วยรายได้  จะได้ operating profit margin ซึ่งปกติผมจะคอยดูว่าทำได้สม่ำเสมอหรือเปล่า  ส่วนเรื่องสูงหรือต่ำนี่มันแล้วแต่อุตสาหกรรมมากๆ

    • ต้นทุนการเงิน
    • รายการนี้ก็แน่นอนว่ายิ่งน้อยยิ่งดี  ส่วนใหญ่ก็ดูเทียบกับกำไรจากการดำเนินงานหรือรายได้ก็ได้

    • ภาษี
    • กำไรสุทธิ
    • ตรงแถวนี้ก็คือกำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้นละ  บางทีจะมีส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยอยู่เค้าก็จะเขียนแยกออกมา

    • กำไรต่อหุ้น
    • มันจะมีแบบขั้นพื้นฐานกับปรับลด  ขั้นพื้นฐานก็คือกำไรหารด้วยจำนวนหุ้นที่ออกชำระแล้วอยู่ในปัจจุบัน  ส่วนปรับลดคือหารด้วยจำนวนหุ้นที่เผื่อสมมติว่ามีการใช้สิทธิพวกหลักทรัพย์ที่มีสิทธิแปลงเป็นหุ้นทั้งหลาย

    • กำไรเบ็ดเสร็จ
    • กำไรเบ็ดเสร็จนี่คือกำไรสุทธิที่รวมพวกรายการที่ยังไม่เกิดแต่อาจจะเกิดขึ้นเข้าไปด้วย

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี

  • รายการหลักๆบนงบดุลที่ควรรู้

    รายการหลักๆบนงบดุลที่ควรรู้

    มีคนขอให้ทำวีดิโออธิบายรายการหลักๆบนงบการเงิน  เราเริ่มจากงบดุลก่อนละกัน

    งบดุลหรืองบแสดงสถานะทางการเงิน  วัตถุประสงค์หลักคือบอกว่าบริษัทมีสินทรัพย์อะไรอยู่และสินทรัพย์เหล่านั้นเป็นของใครบ้าง

    รายการหลักๆที่เป็นสาระสำคัญก็จะมีดังนี้

    เริ่มจากฝั่งสินทรัพย์ก่อน

    หมวดแรกที่จะโผล่มาก่อนเสมอก็จะเป็นพวกสินทรัพย์หมุนเวียน  คำว่าสินทรัพย์หมุนเวียนคือหมายถึงสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง  เป็นเงินสดหรืออะไรที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็วโดยไม่เสียมูลค่าเยอะ  รายการที่จะเห็นบ่อยๆก็จะมี

    • เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด  เงินลงทุนชั่วคราว  เงินลงทุนระยะสั้น
    • อันนี้ก็ได้แก่พวกเงินสดในบัญชีและรายการอื่นๆที่สภาพคล่องสูงมากจนใกล้เคียงเงินสด  โดยรวมแล้วรายการพวกนี้ดูไว้ให้รู้ว่าสมมติมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นบริษัทมีเงินไปจ่ายเท่าไหร่

    • ลูกหนี้การค้า
    • อันนี้คือลูกค้าที่ยังติดเงินเราอยู่  โดยปกติเราควรสังเกตว่าลูกหนี้การค้าเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกันกับยอดขาย

    • สินค้าคงเหลือ
    • อันนี้รวมทั้งพวกวัตถุดิบที่กำลังจะมาผลิตเป็นสินค้า, สินค้าที่ผลิตแล้วพร้อมขาย, ของอยู่ระหว่างการผลิตหรือของที่ซื้อมาแล้วพร้อมขาย  รายการนี้กับบางธุรกิจตัวเลขที่แสดงอยู่บนงบการเงินอาจจะไม่ตรงกับมูลค่าจริงๆของมันเท่าไหร่  ปกติเค้าจะบันทึกตามต้นทุนที่ซื้อมาแหละ  แต่บางธุรกิจเช่นสมมติแฟชั่นงี้  บางทีของที่เหลืออยู่มันอาจจะตกยุคไปแล้ว  มูลค่าขายจริงได้ต่ำกว่าที่บันทึกอยู่มากๆก็เป็นไปได้  ในทางกลับกันสมมติเป็นบริษัทก่อสร้าง  สินค้าคงเหลืออาจจะมูลค่าตรงมากก็ได้  รายการนี้เช่นเดียวกับลูกหนี้การค้าคือเราคอยดูว่ามันขยับไปทางเดียวกันกับยอดขาย

       
      หมวดถัดมาก็จะเป็นพวกสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน  พวกนี้ก็คือสินทรัพย์ที่แปลงเป็นเงินสดได้ยาก  รายการหลักๆก็จะมี

    • เงินลงทุนระยะยาว
    • ในกรณีที่มันเป็นจำนวนที่ใหญ่  เราก็สมควรไปอ่านหมายเหตุว่ามันคืออะไร

    • ที่ดินอาคารและอุปกรณ์
    • รายการอันนี้มีมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจแหละ  ในบางปีถ้าเราเห็นมันกระโดดพรวดขึ้นมาเราสมควรไปดูว่าบริษัททำอะไร

    • สินทรัพย์สิทธิการเช่า
    • สินทรัพย์ไม่มีตัวตน
    • ค่าความนิยม
    • ถ้าเราเห็นค่าความนิยมเป็นสัดส่วนที่ใหญ่มันต้องแปลว่าบริษัทซื้อกิจการขนาดใหญ๋มาหรือไม่ก็ซื้อกิจการเยอะแน่นอน  ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้แต่ก็เป็นอะไรที่เสี่ยงอยู่  สมควรอ่านเพิ่มเติมว่ามีการซื้อบริษัทอะไรมาเพราะอะไร

     

    ฝั่งหนี้สิน

    กลุ่มแรกก็จะเป็นหนี้สินหมุนเวียน  ซึ่งหมายถึงหนี้สินที่จะถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี  โดยปกติก็จะมี

    • เจ้าหนี้การค้า
    • เงินกู้ยืมระยะสั้น
    • ส่วนของเงินกู้ระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระ

    โดยปกติตรงส่วนนี้ผมไม่ได้ซีเรียสเท่าไหร่  ยกเว้นในโหมดวิกฤติที่เราอาจจะต้องดูเงินกู้ระยะสั้นกับส่วนของเงินกู้ระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระหน่อยเพราะมันเป็นอะไรที่ใกล้ต้องจ่ายละ  ขนาดที่ใหญ่มากเทียบกับสภาพคล่องที่มีก็จะสยองนิดนึง

     

    ส่วนถัดมาก็จะเป็นหนี้สินไม่หมุนเวียน  ซึ่งก็แน่นอนคือพวกที่ถึงกำหนดชำระเกิน 1 ปีขึ้นไป  ที่เห็นบ่อยๆก็จะมี

    • เงินกู้ระยะยาว  หุ้นกู้

    อันนี้ซีเรียสละ  อย่างแรกเลยคือดูว่าเยอะหรือน้อยเมื่อเทียบกับกำไรที่บริษัททำได้  ถ้าเห็นเป็นตัวเลขที่เยอะและที่สำคัญถ้าเห็นว่ากำลังเพิ่มขึ้นก็ควรจะสงสัยว่ามีอะไรหรือเปล่า  เอาเงินไปทำอะไรเหรอ

     

    ฝั่งส่วนของผู้ถือหุ้น

    หลักๆจะมี

    • เงินของผู้ถือหุ้นตอนที่ระดมทุน
    • กำไรที่สะสมไว้ในบริษัท

    ส่วนนี้ปกติไม่ค่อยซีเรียสเท่าไหร่

     

    ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ

    หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂

    ติดตามพวกเราได้บน Facebook https://www.facebook.com/smartstockinvestment/

    หรือทาง YouTube https://www.youtube.com/channel/UCXXwuZIQdWiS1OIzy0uP1fg

    ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
    https://www.adisonc.com/

    หรือ ทดลองเรียนฟรี