Category: Uncategorized

  • อ่านดูว่าบริษัทกำลังจะทำอะไร (Part 3)

    คณะผู้บริหารเป็นใคร  เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ด้วยมั้ย  และค่าตอบแทนผู้บริหารเป็นไงบ้าง

    นอกจากเรื่องบริษัททำอะไร  และกำลังจะทำอะไรต่อ  ถ้ามีเวลาเราอ่านเพิ่มนิดนึงเรื่องเกี่ยวกับผู้บริหาร

    เวลาอ่านรายงานเกี่ยวกับผู้บริหารว่าเป็นใครมาจากไหนทำอะไรมา  โดยปกติตราบใดที่ผู้บริหารทำให้กิจการเติบโตได้สม่ำเสมอผมว่ามันก็โอเคละเรื่องฝีมือ  ให้ถือว่าพิสูจน์จากผลประกอบการของบริษัทเอา  แต่ทีนี้มันจะมีเรื่องอื่นอยู่นิดนึงที่อาจจะต้องสังเกตไว้

    1. สังเกตดูว่า กลุ่มผู้บริหารกับกรรมการบริษัท  มีความเกี่ยวข้องกันมั้ย  โดยเฉพาะว่าเป็นครอบครัวเดียวกันหลายคนหรือเปล่า

      1. สมมติว่าเกี่ยวข้องกันเป็นครอบครัวอยู่หลายคน ไม่ได้แปลว่ามันต้องไม่ดีหรือมีปัญหา  แต่เราต้องรู้เอาไว้และระวังไว้หน่อยก็ดี  นึกภาพว่าถ้าเป็นเราเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่  มีคนในครอบครัวหลายคนในบริษัท  ก็อาจจะเอื้อประโยชน์กันเอง  เช่น จ่ายเงินเดือนผู้บริหารสูงๆ, ลงทุนในบริษัทย่อยของคนในครอบครัว, ซื้อทรัพย์สินอะไรที่ไม่เป็นสาระของคนในครอบครัว, ฯลฯ
    2. อ่านเรื่องค่าตอบแทนผู้บริหาร

      1. พิจารณาเงินได้ทั้งปีรวมโบนัส ดูว่าเป็นกี่ % ของกำไรสุทธิ  แล้วเปรียบเทียบกับบริษัทกลุ่มเดียวกันว่าถือว่าปกติหรือเปล่า  หรือว่าสูงจนผิดปกติ
      2. อ่านเกี่ยวกับพวกค่าตอบแทนที่เป็นออปชั่นหรือวอร์แรนต์ โดยไอเดียการตอบแทนลักษณะนี้คือทำให้ผู้บริหารมีผลดีถ้าสามารถทำให้บริษัทกำไรเพิ่มขึ้นและราคาหุ้นสูงขึ้น  แต่บางบริษัทเค้าก็ตั้งราคาใช้สิทธิ์ไว้ต่ำซะจนยังไงก็กำไรอยู่ละ  แบบนี้ให้ระวังมาก  มันเหมือนเป็นการแจกเงินผู้บริหารแถมยังมาเจือจางความเป็นเจ้าของของหุ้นเราด้วย

    ประเด็นหลักโดยสรุปคือ  อ่านดูว่าผู้บริหารกำลังทำให้บริษัทเจริญ  และตัวเองกับผู้ถือหุ้นรวยไปด้วยกัน  หรือทำให้ตัวเองรวยคนเดียว  ซึ่งเรื่องตรงนี้อาจจะไม่ได้มีเกณฑ์ตายตัว  อ่านดูว่าไม่ได้มีทำอะไรไม่แฟร์กับผู้ถือหุ้นเป็นใช้ได้ครับ

  • อ่านดูว่าบริษัทกำลังจะทำอะไร (Part 2)

    เรื่องต่อมาที่ควรอ่านจากรายงานประจำปี  คืออยากจะรู้ว่าบริษัทกำลังจะทำอะไรต่อ  กำลังโฟกัสไปที่เรื่องอะไร

    เนื้อหาเรื่องพวกนี้บางบริษัทก็เขียนพูดถึงเยอะ  บางบริษัทก็พูดถึงคร่าวๆ  โดยปกติแล้วแนะนำให้อ่านตรง  สารจากกรรมการผู้จัดการ  และพวกคำอธิบายผลการดำเนินงานจากฝ่ายบริหารครับ

    เวลาอ่านส่วนตัวผมจะพยายามมองหาเรื่องดังต่อไปนี้

    1. สารจากกรรมการหรือผู้บริหาร โดยปกติตรงส่วนนี้ผู้บริหารจะออกมาพูดว่าปีที่ผ่านมาทำได้ยอดเยี่ยม  ได้พัฒนาเรื่องอะไรมาบ้าง  และบริษัทมีจุดยืนจะทำอะไรต่อไป  ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอะไรกว้างมากไม่ได้เจาะจงอะไร

      1. สังเกตช่วงปีที่ผลประกอบการไม่ดี ดูว่าเค้าพูดถึงปัญหาอย่างไร  พูดถึงปัญหาตรงๆหรือพยายามพูดให้ดูดีไว้ก่อน  พูดในลักษณะยอมรับในความผิดพลาดและหาแนวทางการแก้ไข  หรือพูดในลักษณะว่าเป็นเรื่องช่วยไม่ได้  ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้
      2. ลองไปดูย้อนปีเก่าๆตรงส่วนนี้ดู เช่นเอาของปี 2553 มาดูซิว่าเคยพูดว่าจะทำอะไร  แล้วปัจจุบันตอนนี้ได้ทำตามที่พูดหรือเปล่า
    2. คำอธิบายผลการดำเนินงานของฝ่ายบริหาร ส่วนตรงนี้เค้ามีไว้ให้ทีมผู้บริหารอธิบายแจกแจงเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน  โดยปกติก็จะพูดถึงภาพรวมปีที่ผ่านมา  แนวโน้มปีหน้า  และขยายความเกี่ยวกับเรื่องต่างๆของการดำเนินงานที่ผ่านมา  เช่นบอกว่ารายได้เพิ่มขึ้นจากอะไรบ้าง  ขายของเยอะขึ้นเหรอหรือว่าขายของเท่าเดิมแต่ขึ้นราคา  ฯลฯ

      1. สังเกตว่ารายได้เพิ่มขึ้น หรือรายจ่ายเพิ่มขึ้นจากปัจจัยอันมาจากความโชคดีที่บริษัทควบคุมไม่ได้หรือเปล่า  เช่น  กำไรที่ดีขึ้นมาจากรายจ่ายน้อยลงเพราะต้นทุนราคาน้ำมันที่ต่ำลง  แบบนี้แปลว่าปีนี้อาจดีผิดปกติ  ถ้าปีไหนน้ำมันแพงก็อาจจะกำไรน้อยลงนะ
      2. แนวโน้มรายได้ กับพวกค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไรบ้าง  อันไหนเพิ่มขึ้นเร็วกว่ากัน  บริษัทมีแผนอย่างไรกับเรื่องการขายหรือการบริหาร
      3. มีการลงทุนอะไรใหญ่ๆไปบ้างมั้ย กำลังจะสร้างโรงงานใหม่หรือเปล่า  มีแผนที่จะขยายสาขาหรือเปล่า  หรือมีการไปซื้อกิจการหรือลงทุนในบริษัทลูกอะไรเพิ่มเติมมั้ย

    หลักๆคือเราพยายามอ่านดูว่าบริษัทกำลังทำอะไรอยู่  กำลังมีความพยายามพัฒนาในด้านไหน  แล้วเราเห็นด้วยกับทิศทางของบริษัทมั้ย  เรื่องพวกนี้ก็เป็นเรื่องที่ควรทำความเข้าใจก่อนที่เราจะตัดสินใจเป็นเจ้าของร่วมของบริษัทครับ

  • อ่านให้รู้ว่าเค้าทำอะไร

    who-are-we

    ต้องยอมรับว่ารายงานประจำปีเป็นอะไรที่หลายหน้ามาก  อ่านทีต้องใช้เวลาเยอะ  และเป็นอะไรที่ไม่สนุกด้วยนะ  แต่ในเมื่อไหนๆก็ต้องอ่าน  วันนี้ผมมาพูดถึงให้ฟังว่าเวลาอ่านเราควรสนใจอะไรบ้าง  ไม่ได้หมายความว่าให้อ่านแค่บางเรื่องนะ  ดีที่สุดเราควรอ่านให้ละเอียดทั้งเล่มนั่นแหละครับ  แต่วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องหลักๆที่ผมว่าสำคัญกัน

                    เรื่องแรกที่ผมว่าต้องรู้ให้ได้คือ  สรุปบริษัทที่เราสนใจนี้ทำอะไรกันแน่  อ่านให้ได้ใจความสำคัญเช่น

    • ขายอะไรบ้างกันแน่
    • สัดส่วนของสินค้าหรือบริการที่ขายเป็นยังไง
    • ขายให้ใคร ใครเป็นลูกค้าบริษัท
    • ขายอย่างไร ลูกค้ามาซื้อโดยตรงมั้ย  หรือขายผ่านคู่ค้า
    • โดยรวมแล้วธุรกิจต่างๆ ทำได้ดีขึ้นหรือแย่ลง
    • ฯลฯ

    หลักๆเลย  เรื่องนี้คือสิ่งที่ผมต้องเอาให้เข้าใจอย่างแรก  รู้ก่อนเลยบริษัททำอะไรขายอะไรนี่แหละครับ  แล้วมันจะทำให้เราอยากรู้เรื่องอื่นๆตามมาเอง  เช่น  สมมติบริษัทขายชุดชั้นใน  เราก็จะเริ่มอยากรู้ละว่ายี่ห้อนี้ทำได้ดีมั้ย  ส่วนแบ่งการตลาดปัจจุบันเป็นกี่ %  เพิ่มขึ้นหรือน้อยลงจากช่วงที่ผ่านมา  ฯลฯ

    และจากประสบการณ์ผมพบว่า  บางบริษัทที่เรานึกว่ารู้จักอยู่แล้ว  อาจจะกลายเป็นว่ามีรายได้จากหลากหลายธุรกิจกว่าที่เราคิด  เช่น BTS ปกติพูดถึงบริษัทนี้เราก็จะนึกถึงบริษัทที่ได้รับสัมปทานทำรถไฟฟ้าใช่มั้ยครับ  แต่รู้หรือไม่ว่า  ปี 2558  รายได้จากการดำเนินงานรถไฟฟ้าเป็นสัดส่วนแค่ 39.7% ของรายได้จากการดำเนินงานทั้งหมดครับ  ส่วนที่เหลือมาจากบริษัทลูกวีจีไอ โกลบอล มีเดียที่ทำขายสื่อโฆษณาถึง 33.66%  พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แถวรถไฟฟ้าขาย 14.58%  และรายได้จากธุรกิจบริการอื่นๆอย่างร้านอาหารและบัตรแรบบิทอีก 12.53%

    ลองอ่านดูครับ  แล้วจะพบว่าเนื้อหาส่วนนี้น่าสนใจทีเดียว  เราจะเห็นภาพบริษัทที่เราสนใจมากขึ้นแน่นอน  บางบริษัทอาจจะทำเราแปลกใจเลยแหละ

  • วิธีคำนวนดอกเบี้ยทบต้น  และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

    สวัสดีครับ  หลังจากเราเข้าใจแล้วว่าดอกเบี้ยทบต้นคืออะไร  ทีนี้ต่อไปที่ต้องรู้คือแล้วเราจะคำนวนหามันอย่างไร  บางคนถามเคยถามผมว่าต้องคำนวนด้วยเหรอ  ไม่ต้องรู้ได้มั้ยไม่ชอบสูตรไม่ชอบเลข  กดเครื่องคิดเลขเอาได้มั้ย  ผมจะบอกว่าคุณใจเย็นๆมันไม่ยากเกินคุณแน่นอน  ถ้าคุณคำนวนไม่ได้หรือไม่เข้าใจเรื่องนี้นะ  เสียเปรียบโคตร  ผมยกตัวอย่างนะครับ

    สมมติมีคนสองคนมาขอยืมเงินคุณน่ะ  ทั้งสองคนอยากยืมคนละ 1,000,000 บาท  แต่คุณมีเงินล้านเดียว  คุณจะให้ใคร

    คนแรกบอก  ถ้าให้เค้ายืมนะ  อีก 4 ปี  เค้าจะคืนคุณเป็นเงิน 1,356,400 บาท

    คนที่สองบอก  ถ้าให้เค้ายืมนะ  อีก 6 ปี  เค้าจะคืนคุณเป็นเงิน 1,500,730 บาท

    มึนมั้ยครับ  ถ้าไม่มีวิธีเปรียบเทียบมันจะความรู้สึกแบบนี้แหละครับ  คุณอาจเผลอไปเลือกคนที่ให้ผลตอบแทนน้อยกว่าก็ได้  สุดท้ายการลงทุนถ้ามันต้องมีหน่วยกลางครับ  ซึ่งปกติแล้วคนเค้าจะใช้อัตราดอกเบี้ยทบต้นต่อปีเป็นตัวหลักครับ  ต่อไปนี้ผมจะสอนคุณทำเรื่องนี้  วันหลังจะไม่มีใครมาทำคุณงงได้อีก  ผมรู้เพราะสมัยเรียนเคยงงมาก่อนครับ (more…)

  • บัญชีพื้นฐาน 5:  งบกระแสเงินสด

     

    มาถึงงบบัญชีหลักอันสุดท้ายครับ งบกระแสเงินสด แล้วก็เป็นอันที่มีความสำคัญซะด้วย เพราะการบันทึกกำไรขาดทุนของบริษัทจดทะเบียนจะเป็นแบบเกณฑ์คงค้าง งบกำไรขาดทุนก็อาจจะไม่สะท้อนจำนวนเงินหมุนเวียนจริงที่บริษัทมีอยู่ ดังนั้นบริษัทอาจจะเหมือนมีกำไรในทางบัญชี แต่อาจมีปัญหาเรื่องสภาพคล่องเพราะไม่มีเงินสดในมือก็ได้ เพราะแบบนี้งบกระแสเงินสดจึงสำคัญครับ มันทำให้นักลงทุนมองเห็นชัดขึ้นว่าบริษัทมีปัญหาเรื่องเงินสดหรือไม่

    ในกรณีที่ไม่เห็นภาพว่าลงบัญชีแบบ “เกณฑ์คงค้าง” คืออะไร แนะนำให้ไปทำความเข้าใจเพิ่มที่บทความเกี่ยวกับเกณฑ์เงินสดและเกณฑ์คงค้าง

    งบกระแสเงินสดบันทึกเงินเข้าออกในช่วงเวลาหนึ่งซึ่งจะระบุอยู่บนหัวกระดาษงบ เช่น “สำหรับปีสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2556” ก็แปลว่างบตัวนั้นเค้าบันทึกสรุปเงินเข้าออกทั้งปี 2556 (more…)

  • บัญชีพื้นฐาน 4:  งบแสดงสถานะ

    หลังจากที่บทก่อนหน้า เราพูดถึงงบกำไรขาดทุนไปแล้ว งบกำไรขาดทุนคือบอกว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา ผลประกอบการบริษัทเป็นอย่างไรบ้าง มีรายได้รายจ่ายเท่าไหร่และเหลือเป็นกำไรขาดทุนเท่าไหร่ใช่มั้ยครับ ทีนี้เราจะมาพูดถึงอีกงบบัญชีที่มีความสำคัญบ้าง งบแสดงสถานะทางการเงินมันมีไว้ทำอะไร แล้วหน้าตาเป็นแบบไหน

    งบแสดงสถานะทางการเงิน เป็นงบบัญชีที่เอาไว้บอกว่าบริษัทมีทรัพย์สินอะไรบ้างเท่าไหร่ (Assets) และทรัพย์สินเหล่านั้นเป็นของเจ้าหนี้เท่าไหร่เป็นของเจ้าของเท่าไหร่ (Liabilities and equities)  ดังนั้นงบบัญชีนี้  Assets ต้องมีค่าเท่ากับ Liabilities + Equities เสมอ  เพราะว่าบริษัทเป็นนิติบุคคลไม่ได้มีตัวตนจริงๆ ทรัพย์สินที่มีทั้งหมดถ้าบริษัทเลิกกิจการขายทิ้ง ก็ต้องขายทรัพย์สินแล้วจ่ายคืนเจ้าหนี้กับผู้ถือหุ้นจนหมดไม่มีอะไรเหลือ ทีนี้มันสำคัญเพราะบอกสภาพของบริษัทว่ามีหนนี้สินอะไรเท่าไหร่นี่แหละ เวลาที่คุณได้ยินทีวีเค้าบอกกว่ามาดูว่าบริษัทหนี้เยอะมั้ย มีความเสี่ยงจะล้มละลายหรือไม่ เค้าก็กำลังบอกให้คุณมาดูรายละเอียดในงบแสดงสภานะทางการเงินเนี่ยแหละ (more…)

  • บัญชีพื้นฐาน 3:  งบกำไรขาดทุน

    คุณว่าอะไรสำคัญที่สุดในการทำธุรกิจครับ แน่นอนก็ต้องเป็นการทำกำไรใช่มั้ยครับ เพราะถ้าไม่กำไรก็ไม่รู้จะทำไปทำไมใช่มั้ย ดังนั้นถ้าคุณกำลังจะเป็นนักลงทุนแล้วเริ่มต้นลงทุนในหุ้นซักตัว สิ่งสำคัญอันดับแรกก่อนอย่างอื่นที่เราจะอยากรู้เกี่ยวกับหุ้นนั้นก็คือสรุปบริษัทนี้มันกำไรหรือไม่ สำหรับคนที่จะลงทุนด้วยตัวเองไม่ดูไม่รู้เรื่องพวกนี้ไม่ได้เลย ดังนั้นผมเลยเขียนบทความนี้อธิบายคร่าวๆว่างบกำไรขาดทุนคืออะไร มีไว้ทำอะไร ส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยอะไรบ้าง เผื่อคุณจะไปลองเปิดหัดอ่านเล่นได้ง่ายขึ้นครับ

    งบกำไรขาดทุน เป็นงบที่รายงานผลประกอบการครับ ดังนั้นในภาพรวมแล้วสิ่งที่อยู่ในงบกำไรขาดทุนก็คือรายได้ต่างๆว่ามีอะไรบ้างเป็นจำนวนเท่าไหร่ และรายจ่ายว่ามีอะไรบ้างเป็นจำนวนเท่าไหร่ แล้วสุดท้ายเหลือเป็นกำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่ โดยปกติแล้วจะมาในรูปรายไตรมาส (รอบ 3 เดือน) คือบันทึกกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้นในช่วงสามเดือน กับรายปี ก็คือบันทึกกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้นในช่วง 1 ปี (more…)

  • บัญชีพื้นฐาน 2: วิธีลงบัญชีแบบเกณฑ์เงินสด กับเกณฑ์คงค้าง 2

     

    โอเคทีนี้เราคุยกันต่อจากบทที่แล้ว บทที่แล้วเราพูดถึงว่ามีวิธีลงบัญชีรายได้รายจ่ายโดยใช้เกณฑ์สองแบบคือใช้เงินสดเป็นเกณฑ์ หรือใช้เกณฑ์คงค้างคือดูกิจกรรมทางธุรกิจเป็นเกณฑ์ใช่มั้ยครับ ประเด็นต่อไปคือแล้วปกติเค้าใช้อันไหนยังไง เพราะเหตุผลอะไร

    โดยปกติแล้วนะครับเค้าจะใช้เกณฑ์เงินสดกับกิจการขนาดเล็กที่ไม่มีความยุ่งยากซับซ้อน เพราะอันดับแรกเลยมันไม่ยุ่งยาก เงินสดออกไปก็นับเป็นค่าใช้จ่าย รับเงินสดเข้ามาเมื่อไหร่ก็นับเป็นรายรับ และจริงๆแล้วมันก็เป็นวิธีที่ดูกระแสเงินสดได้ดี แต่มันเป็นปัญหาตอนที่จะจับคู่ว่าค่าใช้จ่ายอันไหนเกิดคู่กับรายได้รายการไหนมันดูยากครับ และเริ่มทำให้เราสับสนกรณีที่ลักษณะธุรกิจมีการจ่ายต้นทุนสินค้าและเก็บเงินจากลูกค้าช่วงเวลาห่างกันมาก ถ้าคุณดูที่ตารางตัวอย่างในบทที่แล้ว จะทำให้เราไม่รู้ว่าสรุปเรากำไรหรือไม่กำไรกันแน่ บางช่วงดูกำไร บางช่วงดูขาดทุน นี่ขนาดแค่ตัวอย่างแบบง่ายแล้วด้วย (more…)

  • บัญชีพื้นฐาน 1: วิธีลงบัญชีแบบเกณฑ์เงินสดกับเกณฑ์คงค้าง

    เคยมีคนถามผมอยู่เหมือนกันว่าถ้าจะลงทุนในหุ้นต้องรู้อะไรบ้าง ผมอยากจะบอกว่าสิ่งที่ควรต้องรู้อย่างหนึ่งก็คือพื้นฐานบัญชีเนี่ยแหละ ผมก็ไม่ได้เป็นนักบัญชีนะ แต่มันสำคัญเพราะพวกรายงานผลประกอบการกิจการที่เราจะซื้อเนี่ย มันเขียนด้วยวิธีการและภาษาทางบัญชีไงเลยไม่รู้ไม่ได้ ที่ผมเจอมานะครับ น้อยมากจริงๆที่เคยเปิดตัวงบการเงินของบริษัท ซึ่งก็หาได้ทั่วไปเป็นข้อมูลสาธารณะ คนไม่รู้เลยเสียเปรียบไงครับ เพราะฉะนั้นผมว่าคุณเริ่มต้นจากเข้าใจหลักการลงบัญชีเบื้องต้นก่อนดีกว่า

    หัวข้อนี้เกี่ยวกับพวกการบันทึกรายได้รายจ่ายครับ วิธีลงบัญชีมีอยู่สองแบบ คือแบบบันทึกเกณฑ์เงินสด กับเกณฑ์คงค้าง โดยสองแบบนี้ก็จะให้ตัวเลขผลประกอบการออกมาแตกต่างกัน เพื่อความเข้าใจเราจะอธิบายไปยกตัวอย่างไปครับ

    เราจะสมมติเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามนี้ (more…)

  • เรื่องทางบัญชีที่จะมาทำเราสับสนได้ 4: กรณีตั้งใจบิดเบือน

    บทนี้เราก็ยังอยู่ในหัวข้อพูดถึงเรื่องทางบัญชีที่อาจบิดเบือนทำให้ผลประกอบการหน้าตาเปลี่ยนไปกันครับ บทความที่ผ่านๆมาอันอื่นเราพูดถึงกรณีทั่วไป เป็นเรื่องปกติในการลงบัญชีที่อาจจะสร้างความสับสนหรืออาจจะทำให้งบการเงินดูดีหรือแย่เกินความเป็นจริง แต่ในบทนี้เราจะมาคุยคร่าวๆถึงกรณีที่เป็นความตั้งใจของบริษัทที่จะปกปิดหรือบิดเบือนหน้าตางบการเงินกัน

    ทีนี้การตั้งใจบิดเบือนงบบัญชีมันมักจะมีอยู่สองทิศทาง อย่างแรกคือบิดเบือนให้ดูดีขึ้น โดยทั่วไปทำเพื่อให้เป็นไปตามความคาดหวังของตลาด หรือทำช่วงตอนกำลังจะระดมทุนออกหุ้นเพิ่มเพราะต้องการระดมทุนได้เยอะๆ หรือไม่ก็ผู้บริหารเองต้องการที่จะขายหุ้นที่ตัวเองถืออยู่ออกมา (more…)