สอบ CFA 1 ทำให้ลงทุนในหุ้นเก่งขึ้นมั้ย ? สมควรไปสอบหรือเปล่า ?
มีคนสงสัยอยากให้เล่าถึงประสบการณ์การสอบ CFA Level 1 ว่ามันมีประโยชน์กับการลงทุนในหุ้นมากน้อยแค่ไหน ทำให้ลงทุนในหุ้นได้ประสบความสำเร็จเร็วขึ้นมั้ย แล้วผมแนะนำให้คนไปสอบ CFA หรือเปล่า
เป็นคำถามที่แปลกดีผมก็เลยมาทำวีดิโอตอบครับ
เล่าประสบการณ์การสอบ CFA Level 1
CFA Level 1 มันจะมีสอบ 6 เรื่องหลัก หัวข้อหลักๆจะเป็นประมาณนี้
พื้นฐานไฟแนนซ์ Time value of money, สถิติและการทดสอบสมมติฐาน
มีประโยชน์แน่นอน มีบางหัวข้อที่อยู่ใน CFA Level 1 ที่มันต้องรู้เลยสำคัญมากก็คือ
Time value of money
งบการเงิน
ไฟแนนซ์
แต่มันก็จะมีบางหัวข้อที่ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับการลงทุนในหุ้น อย่างหัวข้อตราสารหนี้กับอนุพันธ์นี่ก็ชัดเจนว่ามันไม่เกี่ยวอะไรเลย ต้องเข้าใจว่า CFA นี่เค้าเผื่อสำหรับคนอาชีพสายงานไฟแนนซ์ที่หลากหลาย คนสอบบางคนก็ทำงานสายการเงินตั้งเป้าจะเป็น CFO บางคนก็พวกสายลงทุนจะเป็น fund manager ในกองทุนแบบต่างๆ ดังนั้นเนื้อหาเค้าก็ต้องกว้างและครอบคลุมเรื่องสำคัญทั้งหมดไว้ก่อน มันก็จะมีหัวข้อที่ไม่เกี่ยวกับเราในฐานะคนที่จะลงทุนในหุ้นปนๆอยู่แหละ
และสุดท้ายแล้ว แม้แต่ใน CFA มันก็จะพูดเหมือนผมคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องศึกษาและมีประโยชน์กับการลงทุนในหุ้นคือการศึกษาทำความเข้าใจตัวบริษัทและธุรกิจของบริษัทที่เราสนใจ จุดเด่น, ความสามารถในการแข่งขัน, คู่แข่ง, สถานการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นในอุตสาหกรรม, ฯลฯ เรื่องพวกนี้สำคัญสุด
ทำให้ลงทุนในหุ้นได้ประสบความสำเร็จเร็วขึ้นมั้ย ?
เร็วขึ้นกว่านั่งเฉยๆเฉื่อยๆแน่นอนครับ CFA ข้อดีอย่างนึงคือค่าสอบมันแพงมากพอที่จะกระตุ้นให้คุณตื่นตัวขึ้นแน่นอน อย่างสมมติจะสอบ Level 1 มันจะมีค่าลงทะเบียนแรกเข้าหรืออะไรซักอย่างก่อน $450 และก็ค่าสอบอีกสมมติว่า early bird $700 รวมเป็น $1,150 ไม่รวมถ้าจะเอาหนังสือด้วยนะ แพงกว่าลงเรียนทั้งหลักสูตรของผมเยอะ
แต่ถ้าสมมติไม่เทียบกับนั่งเฉื่อยๆนะ เทียบกันระหว่างคนสองคนที่ตั้งใจมากเหมือนกัน คนนึงสอบ CFA กับอีกคนนึงศึกษาเรื่องการลงทุนในหุ้นแบบมีทิศทางไม่สะเปะสะปะ คนที่สอบ CFA ก็จะช้ากว่าแหละเพราะอย่างที่บอกว่ามันมีไปเสียเวลาเรียนเรื่องที่ไม่เกี่ยวปนไปด้วย
แล้วผมแนะนำให้คนไปสอบ CFA หรือเปล่า ?
สำหรับคนที่จะสอบ CFA เพราะเรื่องหน้าที่การงานก็สอบเถอะครับ แต่ถ้าสมมติคือจะไปสอบแค่เพราะอยากเรียนรู้เรื่องการลงทุนในหุ้นผมก็ไม่แนะนำ แต่ถ้าสมมติอยากสอบเพราะมันท้าทายหรือสนุกอะไรซักอย่างก็สอบเถอะครับ
ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ
หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂
ปัญหาคือหลังจากซื้อไปทั้งสองบริษัทผลประกอบการดูไม่ได้ดีอย่างที่คาด Hugo Boss นี่แย่ลงเลย ส่วน Salvatore Ferragamo ก็ดูยอดขายไม่ได้เติบโต และผมไม่รู้ที่มาที่ไปเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น อย่าง NBC หรือ PTTEP ผมยังพอเข้าใจที่มาที่ไปได้ว่าเกิดอะไรขึ้นทำให้ผลประกอบการแย่ลง แต่กับหุ้นสองบริษัทนี้คือตั้งแต่ตอนที่ซื้อมาก็ไม่รู้ว่าทำไมมันขายได้หรือทำไมคนถึงยินดีจ่ายแพงกับสองยี่ห้อนี้แต่แรก พอผลประกอบการแย่ลงผมก็รู้แค่ว่ามันขายได้แย่ลงแค่นั้น ไม่รู้ว่าทำไมคนถึงไม่ซื้อแล้วล่ะ คนไม่นิยมสองยี่ห้อนี้แล้วเหรอ หรือมันเป็นเรื่องปกติมั้ย เราควรคาดหวังอะไรต่อกับอนาคต ผม no idea มาก สุดท้ายด้วยความโชคดีผมตัดสินใจขาย Salvatore Ferragamo ตอนต้นปี 2017 ได้กำไรประมาณ 23% ส่วน Hugo Boss ขายไปกลางปี 2018 เท่าทุน
กรณีนี้ถึงจะไม่ได้ขาดทุนอะไร แต่จริงๆแล้วคือแค่โชคดีเฉยๆเพราะสุดท้ายแล้วผลประกอบการหลายปีผ่านไปของทั้ง Hugo Boss และ Salvatore Ferragamo แย่ลงเยอะทั้งคู่ ถ้าไม่ได้ว่าโชคดีขายไปช่วงก่อนโควิดราคาก็สอดคล้องกับผลประกอบการ ของ Hugo Boss อยู่แถว 43 Euro ส่วน Salvatore Ferragamo อยู่ 16 Euro หลังจากนั้นมาเลยเป็นบทเรียนว่าอย่าไปซี้ซั้วซื้อบริษัทที่เราไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับมันมากเกินไป โดยเฉพาะถึงขั้นอธิบายที่มาของกำไรมันไม่ได้และไม่รู้เลยว่าอะไรเป็นปัจจัยให้มันขายดีไม่ดีนี่ไม่เอาละ
ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ
หากชอบเนื้อหา อย่าลืมกด Like & Share และ Follow เราในช่องทางต่างๆ ได้ตามนี้ 🙂