ที่ใช้เยอะสุดเลยคือ
• ตอนเริ่มต้นสุดเลย ผมจะเอาชื่อบริษัทไปถามว่าบริษัทนี้ถือว่าเป็นเจ้าหลักในธุรกิจที่เค้าทำหรือไม่ prompt ว่าแบบนี้ “Is ____ considered a dominant company in its industry?”
• เอาไว้ถามรวบรวมข้อมูลประเภทที่เราอยากเห็นหลายๆปี แต่ไม่ได้มีบนเวปปกติ เช่นสมมติถ้าเราอยากได้ Revenue, Revenue Growth ย้อนหลัง พวกนี้มักจะหาได้ทั่วไปบนเวปปกติ Jitta, Morningstar อะไรก็มี แต่ข้อมูลเช่น Same Store Sales Growth หรือ Occupancy Rate ที่เรารู้ว่ามีอยู่ในรายงานแน่ๆ แต่ไม่ได้มีอยู่บนเวปปกติ พวกนี้เราขอให้ AI ไปรวบรวมให้ได้ prompt ประมาณว่า “Can you please look up ____ of ____ for each year since 2016 to 2025 using only SEC as source?
นอกเหนือจากนั้น น้องที่ทำงานเคยมีใช้หาไอเดียการลงทุนด้วย และก็ดูจะได้ผลอยู่นะ
• ตอนนั้นเหมือนจะ prompt ประมาณว่า “As a value investor that focus on buying quality company at low price, can you recommend ____ stocks in ____ that could be a great long term investment?
ถ้าสมมติทุกคนซื้อ Index Fund ขึ้นมาจริงๆ มันก็จะพัง เพราะ Index Fund จริงๆแล้วอาศัยการเกาะ consensus โดยรวมของตลาดที่กำหนดว่าบริษัทไหนควรจะมีมูลค่าเท่าไหร่อันไหนมากกว่าหรือน้อยกว่า ถ้าไม่มีใครมีความเห็นอะไรเลยแล้วซื้อ Index Fund อย่างเดียว มันก็จะกลายเป็นว่ามูลค่าโดยเปรียบเทียบของแต่ละบริษัทจะเท่ากันอยู่ตลอด เช่น สมมติหุ้น A มีมูลค่าตอนนี้เป็น 2 เท่าของหุ้น B ถ้าคนซื้อ Index Fund กองทุนก็จะเอาเงินไปซื้อหุ้น A เป็นจำนวนเงิน 2 เท่าของหุ้น B เสมอ ต่อให้หุ้น A ผลประกอบการอนาคตแย่ลงในขณะที่หุ้น B ทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่มีแรงเทขายจากนักลงทุนที่ซื้อหุ้นรายตัวเลยทุกคนถือ Index Fund หมด มูลค่าบริษัท A ก็จะเป็น 2 เท่าของบริษัท B ไปเรื่อยๆ
หรือถ้ามีความสนใจกลุ่มธุรกิจ ก็ Google กลุ่มธุรกิจกับคำว่า ETF หรือ Funds หรือถ้ามีความเจาะจงมากก็หาแบบ world’s largest provider of xxx เอา แล้วก็ไปไล่อ่านดูครับ
Healthcare ธุรกิจกลุ่มนี้ก็หลากหลายนะ มีตั้งแต่ยา, เครื่องมือแพทย์, ประกันสุขภาพ, โรงพยาบาล, ฯลฯ
o Eli Lilly, Novo Nordisk สองบริษัทนี้ผมยกมาเป็นตัวอย่างบริษัทยาเพราะดังจากยาลดน้ำหนัก ที่มาของความได้เปรียบคือสิทธิบัตร
o Unitedhealth, Elevance ประกันสุขภาพในอเมริกา พวกนี้แปลกออกไปคือความได้เปรียบมาจากความได้เปรียบเรื่องต้นทุน
o Thermo Fisher, Agilent Technologies, Waters Corp พวกนี้กลุ่มเครื่องมือและอุปกรณ์ในแล็บ ความได้เปรียบหลักมาจากทรัพย์สินทางปัญญากับต้นทุนการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากเครื่องมือพวกนี้บางอันมันเฉพาะทางมาก
o Resmed, GE Healthcare, Edwards Lifesciences, Coloplast, Straumann, Demant พวกนี้ก็เป็นเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์แบบต่างๆ ความได้เปรียบส่วนใหญ่มาจากทรัพย์สินทางปัญญา และบางบริษัทก็มีเรื่องต้นทุนการเปลี่ยนแปลงด้วย
o McKesson, Cencora, Cardinal Health กลุ่มนี้ทำการจัดจำหน่ายยา ความได้เปรียบก็เหมือนการจัดจำหน่ายอื่นคือเป็นเรื่องความได้เปรียบเรื่องต้นทุน
##Financials ธุรกิจกลุ่มที่เกี่ยวกับการเงิน มีตั้งแต่ธนาคาร, สินเชื่อแบบต่างๆ, ประกัน, การลงทุน, การจ่ายเงิน, ฯลฯ
o ธนาคารต่างๆในไทย พวกนี้มีความได้เปรียบต้นทุน
o Visa, Mastercard สองเจ้านี้ทำ payment network รองรับการจ่ายเงิน ความได้เปรียบมาจากพลังของเครือข่ายแน่นอน
o Blackrock ออก ETF เป็นเจ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ความได้เปรียบเป็นเรื่องของความได้เปรียบต้นทุน
o Moody’s, S&P Global พวกนี้เป็นคนประเมินออก rating ตราสารหนี้ ความได้เปรียบผมว่าอยู่ที่แบรนด์นะ แต่อย่าง S&P Global มีทำดัชนีหุ้นด้วยคล้ายๆ MSCI พวกนี้ความได้เปรียบเป็นเรื่องพลังของเครือข่าย
o CME Group, Intercontinental Exchange, London Stock Exchange, Nasdaq พวกนี้ทำตลาดหุ้นหรือตลาดหลักทรัพย์อื่นเลย ความได้เปรียบก็เหมือนคนทำตลาดทั่วไปคือเป็นเรื่องของพลังของเครือข่าย
o Marsh McLennan, Aon, Arthur J Gallagher พวกนี้เป็นโบรกเกอร์ประกัน คนที่มีลูกค้าในมือก็จะมีอำนาจทีเดียว ความได้เปรียบเป็นเรื่องความได้เปรียบเรื่องต้นทุน
IT อันนี้ก็หลากหลายจัด
o Nvidia, Taiwan Semiconductor, ASML พวกนี้ดังอยู่แล้วทุกคนน่าจะรู้จัก ความได้เปรียบมาจากทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมด
o Arista Networks ทำ Ethernet network switch สำหรับใช้ในพวก Data center แต่ก่อน Cisco เป็นอันดับหนึ่งตอนนี้โดนแซงไปแล้ว ความได้เปรียบมาจากทรัพย์สินทางปัญญา
o Cadence Design Systems, Synopsys ทำโปรแกรมสำหรับออกแบบชิป ความได้เปรียบมาจากต้นทุนการเปลี่ยนแปลง
o Fortinet, Palo Alto Networks ทำเรื่อง cyber security ความได้เปรียบมาจากทรัพย์สินทางปัญญาและต้นทุนการเปลี่ยนแปลง
o ADP ทำซอฟท์แวร์เงินเดือน Guidewire สำหรับธุรกิจประกัน Wisetech Global, Descartes Systems สองเจ้านี้ทำซอฟท์แวร์สำหรับธุรกิจขนส่ง ความได้เปรียบมาจากทรัพย์สินทางปัญญาและต้นทุนการเปลี่ยนแปลง
o Fair Isaac ทำ FICO score สำหรับบอกระดับความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ (credit score) ความได้เปรียบมาจากทรัพย์สินทางปัญญา
Communication Services หุ้นกลุ่มนี้จะเป็นพวกสื่อ, โซเชียลมีเดีย, เกม, การสื่อสาร
o Meta Platforms ทำ Facebook, Instagram ความได้เปรียบจากเครือข่ายแน่ๆ Alphabet ที่ทำ search engine Google, YouTube, etc. อันนี้ก็เป็นความได้เปรียบจากเครือข่ายแน่
o AIS อันนี้ก็รู้จักอยู่แล้ว เป็นธุรกิจสัมปทาน
o Netflix ทำ subscription สำหรับดูหนัง เข้าใจว่าความได้เปรียบตอนนี้มาจากฐานลูกค้าที่เยอะทำให้ได้เปรียบจากต้นทุนต่อหน่วย
o REA Group, Auto Trader, Rightmove, Scout24, Seek พวกนี้เป็นแพลตฟอร์มหมด ความได้เปรียบมาจากพลังของเครือข่าย
Utilities อันนี้ก็พวกไฟฟ้าประปา เอาจริงๆพวกนี้ความได้เปรียบก็มาจากสัมปทานเกือบหมดแหละ ไม่มีอะไรมาก เช่น
o Nextera Energy เจ้านี้เน้นผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดด้วย ธุรกิจในอเมริกา
o National Grid เจ้านี้ทำการจ่ายก๊าซกับกระแสไฟฟ้าในอังกฤษ
o Redeia จ่ายกระแสไฟฟ้าในสเปน
o American Water Works เจ้านี้ทำน้ำประปาในอเมริกา
Real Estate
o กลุ่ม REIT เกือบทั้งหมดนี่ผมคิดว่าไม่มี Moat นะ ธุรกิจที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แล้วเก็บค่าเช่าไม่ได้แปลว่าไม่ดีหรือไม่มั่นคงอะไร แต่ไม่คิดว่ามี Moat อะไรจริงจัง กลุ่มพวกที่เป็น Infrastructure แบบทางด่วนหรือแบบอะไรงี้จะมี Moat มากกว่า ความได้เปรียบก็คือสัมปทาน
o CBRE, Jones Lang LaSalle เจ้านี้ทำการบริหารอาคารพาณิชย์ เข้าใจว่าความได้เปรียบมาจากแบรนด์เค้า
o Simon Property Group ในหมู่ REIT ที่เคยอ่านมาเจ้านี้อาจจะมีความได้เปรียบบ้างเนื่องจากห้างที่เค้าเป็นเจ้าของดูจะทำได้ดีมาก บริษัทนี้สร้างของตัวเองไม่ใช้ซื้อเหมือน REIT ทั่วไป เข้าใจว่าเหมือนเจ้าของห้าง Paragon, Icon Siam อะไรประมาณนั้น ความได้เปรียบดูจะอยู่กับทรัพย์สินบางจุดที่บริษัทเป็นเจ้าของ
o American Tower, Crown Castle, SBA Communications เจ้าพวกนี้ทำพวก infrastructure สำหรับการสื่อสารเช่นเสาส่งสัญญาณ บริษัทพวกนี้อาจจะมี moat บ้างแต่ไม่มากเพราะลูกค้าก็มีไม่กี่ราย ดังนั้นอำนาจการต่อรองก็จะไม่ได้สูงอะไร