Blog

  • คำถามยอดฮิต  “ระหว่างซื้อหุ้นมั่นคงราคาถูกกับหุ้นเติบโต  อันไหนดีกว่ากัน”

    เป็นคำถามที่ดีมาก  การเลือกลงทุนในหุ้นสองแบบนี้มันมาจากสายปัจจัยพื้นฐานทั้งคู่ซะด้วย  เพื่อให้เข้าใจตรงกันเราอธิบายง่ายๆก่อนว่า

    ไอเดียของการซื้อหุ้นมั่นคงราคาถูก  คือเราพยายามเลือกซื้อหุ้นที่ค่อนข้างเสถียรทำกำไรสม่ำเสมอมั่นคง  อาจเป็นบริษัทที่ใหญ่และเป็นผู้นำตลาดอยู่แล้วเติบโตช้าๆ  มูลค่าคงที่คาดเดาได้ง่าย  แล้วอาศัยซื้อเอาเวลาที่ราคาตกต่ำหรือคนตกใจเอา

    ส่วนไอเดียของการซื้อหุ้นเติบโต  คือเราพยายามเลือกซื้อหุ้นที่อนาคตมีแนวโน้มจะเติบโตอย่างรวดเร็ว  มูลค่าคาดเดาได้ยากกว่า  ซื้อช่วงเวลาราคาปกติก็ได้

    value-stock-or-growth-stock (more…)

  • คำถามยอดฮิต  “ผมวิเคราะห์หุ้นแล้ว  ซื้อไป  แล้วราคาหุ้นตก”

    รอบที่ผ่านมามีคนถามลักษณะนี้พอสมควร  วันนี้รวบรวมคำถามที่เจอจากนักเรียนถามจริงมาตอบครับ  บางคำถามเค้าก็ถามต่อกัน  ส่วนการตอบในบทความนี้จะตอบแบบจริงที่บางทีไม่สะดวกตอบตอนจัดสัมมนา  อาจฟังดูโหดร้ายไปบ้างแต่ตอบด้วยความหวังดีแน่นอนครับ

    คำถาม   ผมมีการวิเคราะห์ดูกำไรอะไรแล้วโอเค  ซื้อไป  แล้วราคาหุ้นตกลงมาเรื่อยทำยังไง

    “ก็ถ้าดูว่าเราตัดสินใจดีแล้ว  บริษัทดี  ซื้อมาราคาโอเค  ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลนี่ครับ  ราคาในช่วงสั้นมันก็มีขึ้นมีลงเป็นธรรมดา  แต่ถ้าสุดท้ายผลประกอบการธุรกิจเป็นไปตามที่เราคาดไว้  ซักพักคนก็จะรู้สึกตัวและราคาหุ้นก็จะปรับตามเอง  ดังนั้นตามองไปที่ตัวธุรกิจอย่างเดียวอย่าเขว”

    คำถาม   ราคาที่ตกลงมาไม่ได้แปลว่ากิจการจะแย่ลงเหรอ

    “ไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยครับ  ราคาสะท้อนความเห็นของคนหมู่มากก็เท่านั้น  ราคาหุ้นที่สูงขึ้นหรือต่ำลงไม่ได้มีผลอะไรกับตัวบริษัทเลย  และนักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดก็เป็นพวกระยะสั้นหรือไม่ก็มั่วทั้งนั้น  ถ้าเราทำการบ้านดีแล้ว  หายังไงก็ไม่เห็นเหตุผลที่กิจการมันจะเละ  ราคาตกก็ยิ่งดีไปใหญ่สิครับ  หวานเราเลยแหละ  ไม่งั้นเราจะได้ของถูกได้ไง  มองให้มันเป็นเรื่องดีสิ  อย่าไปหลงเชื่อความคิดสมัครเล่น”

    คำถาม   ที่คุณเป้งบอก  ให้ซื้อบริษัทที่ราคาตกด้วยปัจจัยชั่วคราว  เราจะรู้ได้ไงว่ามันชั่วคราว  แล้วราคามันตกลงไปอีกทำไง

    “อันนี้มันแล้วแต่กรณีละครับเพราะแน่นอนแต่ละเหตุการณ์มันไม่เหมือนกัน  บางเหตุการณ์มันก็ง่ายนะ  อย่างเช่นน้ำท่วม, ม๊อบอะไรแบบนี้  ใครก็รู้ป้ะว่ามันเป็นปัญหาชั่วคราว”

    “แต่สมมติเป็นเรื่องยากขึ้น  อันนี้แล้วแต่ตความสามารถแต่ละคนแล้วแหละ  ผมช่วยอะไรคุณไม่ได้  มันเป็นหน้าที่เราที่ต้องรับผิดชอบผลลัพธ์ตัวเอง  ดังนั้นเราต้องถามตัวเองว่าเข้าใจกิจการกับอุตสาหกรรมนั้นขนาดไหน  มั่นใจมั้ยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาชั่วคราวที่ถ้าผ่านไปบริษัทจะกลับมาดี  ถ้าไม่รู้เรื่องหรือไม่มั่นใจก็อย่าไปลงทุนสิ  ข้ามไป  ไปหาโอกาสที่เรามั่นใจดีกว่าครับ”

    “ส่วนเรื่องราคาตอบเหมือนเดิม  อย่าไปสนมันมากนัก  ผลกิจการเป็นเหตุ  ราคาหุ้นเป็นผลที่ตามมา  ไม่ใช่ราคาหุ้นเป็นเหตุ”

    คำถาม  (ถามอะไรไม่รู้  มาได้หลากหลายรูปแบบ  แต่สรุปคือยังกังวลอยู่ดี  นู่นนี่นั่น)

    ผมว่าถ้ายังกังวลขนาดนี้เราต้องกลับมาพิจารณาตัวเองแล้วแหละ  ความผิดคงไม่ใช่ที่หุ้นแล้วแหละ  ลองเช็คตามนี้  ต้องรู้ตัวเองนะ  ขาดหายไปเรื่องไหนก็ไปเติมเรื่องนั้น

    1. ที่เรากังวลนี่ มาจากไม่เข้าใจกิจการหรือเปล่า

    เรื่องนี้อาจจะเป็นเหตุผลให้เกิดความกังวลได้  เพราะเราไม่เข้าใจมันจริงๆ  เลยไม่ชัวร์ว่ามันเป็นกิจการที่ได้เปรียบจริงมั้ย  อันนี้ก็แก้ไขง่าย  ก็ไปอ่านเพิ่มเติมทำความเข้าใจกิจการซะ  ไปคอนเฟิร์มว่ามันเป็นกิจการที่ยอดเยี่ยมหรือเปล่า  อ่านงบการเงินเช็คดูด้วยจะได้สบายใจ

    1. หรือเป็นเพราะเราไม่มีความสามารถในการประมาณการณ์ผลตอบแทนหรือเปล่า

    คือรู้แล้วแหละว่ากิจการมันดี  แต่ที่กังวลเพราะไม่รู้ว่าราคาที่ตัวเองซื้อมานี่ถูกหรือแพงก็ทำให้กังวลได้  อันนี้ก็ไปเรียนรู้วิธีการประเมินมูลค่าซะครับ  แน่นอนว่ามันไม่มีใครรู้อนาคตและไม่มีวิธีการไหนเพอร์เฟค  แต่มันจะช่วยให้ประมาณคร่าวๆได้  และคุณจะมั่นใจมากขึ้นแน่นอน

    1. แต่ถ้ามั่นใจว่าวิเคราะห์ได้ดีแล้ว แต่ยังกังวลอยู่  ผมว่าคุณนั่งเฝ้าราคามากเกินไปละ

    เลิกนั่งเฝ้าราคาได้แล้ว  การนั่งจ้องหน้าจอตัวเลขกระดิกไปมาจะไม่ทำให้เรากำไรดีขึ้น  ดังนั้นเลิกนิสัยเช็คราคาหุ้น  แล้วเอาเวลาไปทำอย่างอื่นเถอะ  ไม่ต้องเป็นอะไรมีสาระก็ได้  จะไปนั่งอ่านการ์ตูน, เล่นเกมยังเข้าท่ากว่าเลย  เวลาลงทุนเหมือนแข่งกีฬาน่ะครับ  ตามองเกมที่แข่งตั้งใจแข่ง  ไม่ใช่มัวแต่มองสกอร์บอร์ด  ลงทุนในหุ้นตามองตัวกิจการที่เราเลือก  ไม่ใช่นั่งมองราคาหุ้น

    สรุป

    ถ้าเราเป็นมืออาชีพ  ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วและตัดสินใจไปแล้ว  เราไม่ต้องสนแล้วว่าราคาหุ้นจะตก  อย่าไปสนใจเสียงนกเสียงกาความคิดเห็นคนอื่น  สิ่งที่จะพิสูจน์การตัดสินใจของเราคือ  ปลายทางผลประกอบการตัวกิจการที่เราเลือกเป็นอย่างไร  ถ้าเราแม่นยำเรื่องนี้เดี๋ยวราคาหุ้นมันตามมาเองอยู่แล้ว

    ดังนั้นจงเป็นมืออาชีพ  ตัดสินใจให้มีประสิทธิภาพตั้งแต่แรก  และเลิกนั่งจ้องราคาหุ้นได้แล้ว

  • ตลาดมันรู้เรื่องดีกว่าเราจริงเหรอ

    greed-fear

    ที่เขียนหัวข้อนี่เริ่มจากมีคนถามว่า

    “ตลาดหุ้นตก  หุ้นที่คุณเป้งถืออยู่ก็ราคาตกด้วย  ไม่กังวลเลยเหรอ”

    สิ่งที่เรากังวลจริงๆคือ  เรากลัวราคาที่ตกลงมานี้มันจะไม่กลับขึ้นมา  หรือหนักกว่านั้นคือตกต่ำลงไปอีก  จนกลายเป็นขาดทุนถาวรถูกมั้ยครับ  เรากำลังสงสัยว่าที่ตลาดหุ้นตก  มันเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าอนาคตธุรกิจจะมีปัญหา  แล้วราคาหุ้นจะตกต่ำลงไปอีกใช่มั้ยครับ

    ดังนั้นคำถามสำคัญคือ  “ตลาดหุ้นนี่มันรู้เรื่องจริงเหรอ”  ถูกต้องมั้ยครับ  ถ้าตลาดหุ้นฉลาดรู้เรื่อง  แปลว่าถ้าตลาดหุ้นตกผมควรต้องกังวลแล้วล่ะ  หรือจริงๆแล้วถ้าตลาดหุ้นมันโง่ไม่รู้เรื่อง ก็ แปลว่าผมไม่ต้องกังวลไม่ต้องไปสนใจมันด้วย

    ผมจะพยายามตอบเรื่องนี้ให้ชัด

    (more…)

  • หุ้นที่ผมสนใจ – CVS Health

    As of July 15, 2017                        ราคาหุ้นอยู่ $77.93

    CVS Health เป็นอีกหนึ่งบริษัทในอุตสาหกรรมสุขภาพในอเมริกาที่ราคาตกลงมารุนแรง  ทั้งที่เป็นบริษัทที่มีลักษณะธุรกิจที่ได้เปรียบมาก  วันนี้เลยอยากจะมาแนะนำให้รู้จักครับ

    cvs-logo cvs-shop

    CVS Health

    ลักษณะธุรกิจ

    CVS Health เป็นบริษัทอยู่ในอุตสาหกรรมยาและสุขภาพ  มีสองธุรกิจหลักที่มีความเกื้อหนุนต่อเนื่องกันคือ

    ธุรกิจแรกคือการขายปลีกยา  CVS Health มีร้านขายยาอยู่มากกว่า 9,700 สาขาทั่วประเทศอเมริกา  มีส่วนแบ่งการตลาดค้าปลีกยาอยู่ประมาณ 23% ของทั้งประเทศ  ปัจจุบันอยู่เป็นอันดับ 2 รองจากอับดับหนึ่งคือ Walgreens Boots Alliance

    อีกธุรกิจนึงคือเป็น Pharmacy Benefit Manager (PBM) ด้วย  ธุรกิจประเภทนี้ไม่มีในไทยเลยอาจเข้าใจยากนิดนึง  แต่เอาง่ายๆคือบริษัทนี้บริหารจัดการเรื่องการจ่ายยาพยายามทำให้ค่าใช้จ่ายเรื่องยาลดลง  โดยเป็นตัวกลางระหว่างบริษัทประกันสุขภาพกับผู้เอาประกันที่เป็นคนใช้ยา  ทำหน้าที่ต่างๆเช่น  ต่อรองส่วนลดราคายากับบริษัทผู้ผลิต, ทำการจัดส่งยาถึงผู้ใช้, บริหารจัดการร้านยาในเครือ  อะไรประมาณนี้  ก็เลยเป็นธุรกิจที่มีอำนาจมากเพรามีฐานคนใช้ยาจำนวนมากอยู่ในมือ  ปัจจุบัน CVS Caremark ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ

    (more…)

  • หุ้นที่ผมสนใจ – NEXT

    As of July 9, 2017

    ราคาหุ้นอยู่ 3,766p (100p = 1 GBP)

    next-shopnext-plc

    NEXT Plc เป็นบริษัทในอังกฤษอีกบริษัทนึงที่ตอนนี้ราคาตกลงมาเยอะมาก ตกเยอะจนตอนนี้เริ่มน่าสนใจสำหรับผมละ ก็เลยเอามาเขียนเล่าให้ฟัง จะได้รู้จักบริษัทนี้กันไว้ครับ

    NEXT

    ลักษณะธุรกิจ

    NEXT เป็นบริษัทค้าปลีกในอังกฤษ ขายเสื้อผ้า, รองเท้า, เครื่องประดับ และเฟอร์นิเจอร์ของใช้ในบ้าน แต่ที่เน้นมากจริงๆคือพวกเสื้อผ้า สินค้ากลุ่มเฟอร์นิเจอร์เพิ่งเริ่มมาทำในปีหลังๆนี้
    เสื้อผ้าที่ขายเน้นยี่ห้อตัวเองเป็นหลัก เป็นเสื้อผ้าแฟชั่นมาตรฐานเล็งกลุ่มลูกค้าตลาดกลางทั้งชายและหญิงประมาณช่วงอายุ 25-45 ปี คอนเซปสินค้าคือเน้นเสื้อผ้าคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม ไม่ได้เน้นราคาถูกมากแล้วก็ไม่ได้เน้นขายแพง
    บริษัทขายสินค้าผ่าน 3 ช่องทางเรียงตามลำดับยอดขายคือ
    1. หน้าร้าน มีสาขาอยู่ประมาณ 500+ แห่งในอังกฤษ
    2. ขายออนไลน์บนเวป เห็นว่ามีลูกค้า active อยู่ประมาณ 4.5 ล้านคน
    3. หน้าร้านต่างประเทศ ประมาณ 200 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการขายแฟรนไชส์
    แต่ช่องทางที่กำไรดีสุดคือขายออนไลน์

    (more…)

  • หุ้นที่ผมสนใจ – Lookers

    As of July 8, 2017               ราคาหุ้นอยู่ 116.25p    (100p = 1 GBP)

    คราวนี้เป็นหุ้นในอังกฤษบ้าง  บริษัทนี้ราคาน่าสนใจมาก  ผมเพิ่งหาเจอสดๆร้อนๆเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง

    lookers-logo lookers-car-dealer lookers-car-dealer-2

    ลักษณะธุรกิจ

    เป็นกลุ่มดีลเลอร์รถยนต์ในอังกฤษ  ขนาดวัดจากยอดขายอยู่อับดับที่ 5  มีศูนย์ดีลเลอร์อยู่ 153 แห่ง  กระจายอยู่ทั่วอังกฤษ, สก็อตแลนด์, เวลส์  และไอร์แลนด์

    ยี่ห้อที่ขายส่วนใหญ่เป็นรถยุโรป  แต่ก็มีหลายยี่ห้อเช่น  Audi, Alfa Romeo, Mercedes-Benz, Skoda, Peugeot, Volvo, Maserati, Aston Martin, Bentley, Hyundai  และอื่นๆ

    รายได้หลักก็มาจากการขายรถยนต์เนี่ยแหละ  มีทั้งขายรถใหม่และรถมือสอง  และรวมถึงธุรกิจศูนย์ซ่อมมาตรฐานของยี่ห้อที่ตัวเองขายด้วย  นอกจากนี้ก็มีขายรถมอเตอร์ไซค์และพวกรถสำหรับการเกษตรด้วย  แต่สาระหลักๆคือรถยนต์

    แล้วที่ผ่านมาเป็นไง

    ตั้งแต่ช่วงหลังปี 2008  บริษัทก็ทำได้ดีขึ้นตามเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว  เป็นไปตามกำลังซื้อของคนที่ซื้อรถเนี่ยแหละ  การขยายตัวทำได้อย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา  ก็มาจากการซื้อดีลเลอร์เจ้าอื่นควบรวมกิจการเข้ามา ปัจจุบันส่วนแบ่งการตลาดรถใหม่ของบริษัทก็อยู่ประมาณ 5.5% ได้  ถ้าเทียบกับบริษัทคู่แข่งที่ใหญ่สุดในตลาด Pendragon plc  ถือว่าเติบโตดีกว่ามาก

    เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา  เพิ่งมีการขายธุรกิจส่วนที่เป็นร้านอะไหล่ไป  เป็นส่วนที่ทำได้ดีซะด้วย  ธุรกิจส่วนที่เป็นร้านอะไหล่ก็เป็นส่วนที่มีกำไร  คิดเป็นสัดส่วนกำไรประมาณ 15% ของทั้งบริษัท  ผู้บริหารออกมาบอกว่าขายไปในราคาที่มองว่าเหมาะสม (ประมาณ 10 เท่าของกำไรต่อปี)  และตั้งใจจะเอาเงินที่ได้จากการขายไปลงทุนโฟกัสกับธุรกิจการขายรถมากขึ้น

    มองไปในอนาคต  บริษัทก็มีแนวโน้มพยายามจะขยายเข้าไปในตลาดรถมือสอง  และพวกธุรกิจบริการหลังการขายมากขึ้น  เพราะตลาดพวกนี้มีอัตราส่วนกำไรขั้นต้นดีกว่าธุรกิจขายรถใหม่

    โดยภาพรวมแล้วเค้าก็ทำได้ดีแหละ  ดีขึ้นตามเศรษฐกิจกำลังซื้อที่ดีขึ้น  บวกกับการที่ซื้อดีลเลอร์อื่นมาแล้วทำได้ดีด้วย

    ทำไมตอนนี้ถึงน่าสนใจ

    ราคาตกลงมาเยอะมาก  โดยที่หาสาเหตุอะไรจริงจังไม่ได้  ล่าสุดไตรมาส 1 ปีนี้บริษัทก็ยังทำได้ดีขึ้นกว่าเดิมอยู่

    เข้าใจว่ามาจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโดยรวมของอังกฤษจากเรื่อง Brexit มากกว่า  เรื่องที่นายกรัฐมนตรีเทเรซ่า เมย์ จัดเลือกตั้งรัฐสภาใหม่ไปเมื่อ 8 มิถุนายนปีนี้  แล้วปรากฎว่าไม่ได้เป็นเสียงข้างมาก  ทำให้นโยบาย Hard Brexit อาจจะทำได้ยากละ  ดูจะเทไปทาง Soft Brexit แทน

    เงินเฟ้อที่สูงขึ้นบวกกับความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังต่ำ  อาจจะบีบทำให้กำลังซื้อของคนในประเทศน้อยลงเล็กน้อย  แต่เท่าที่ดูก็ไม่ได้ถึงกับซีเรียสอะไรในระยะยาว

    ปัจจุบันราคาบริษัทนี้ต่ำมากเลย  เรียกว่ามีส่วนเผื่อความผิดพลาดไว้เยอะพอสมควรเลยแหละ  และผมมองว่าเศรษฐกิจอังกฤษอาจมีความไม่แน่นอนบ้างในระยะสั้นๆ  แต่ระยะยาวแล้วก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็นปัญหาอะไร  ดังนั้นตอนนี้ Lookers เลยน่าสนใจมากครับ

  • มองย้อนไปดู – PRA Group

    As of July 1, 2017     +40.37%

    วันนี้เรามามองย้อนกลับไปดู  PRA Group ซึ่งเป็นหุ้นที่ผมเคยเขียนถึงว่าน่าสนใจในซีรี่ส์ Stock in my focus กันครับ

    ความเดิมตอนที่แล้ว (คลิกเพื่อดูบทความเกี่ยวข้อง)

    บริษัทนี้เป็นบริษัทที่ซื้อหนี้ด้อยสภาพหรือหนี้สูญจากบริษัทอื่น  แล้วมาตามเก็บหนี้ต่อ

    ตอนนั้นเขียนบทความโพสวันที่ March 20, 2016  แนะนำว่าบริษัทนี้ราคาตกรุนแรง  เนื่องจากโดนหน่วยงานภาครัฐ (Consumer Financial Protection Bureau) ทำโทษปรับเงินทำให้กำไรตก  บวกกับว่าภาครัฐอาจมีมาตรการใหม่ๆออกมาคุ้มครองลูกหนี้

    ราคาเลยตกรุนแรงมากและผมเชื่อว่าคนตกใจมากจนเกินเหตุ  ยังไงบริษัทเหล่านี้ก็ยังต้องมี  และถ้านโยบายภาครัฐชัดเจน  บริษัทปรับตัวได้  ก็น่าจะกลับมากำไรปกติ

    (more…)

  • หุ้นที่ผมสนใจ – AutoNation

    As of July 2, 2017               ราคาหุ้นอยู่ $42.16

    นี่เป็นหุ้นอีกตัวที่ราคาตกลงมารุนแรงจนเริ่มน่าสนใจ  ส่วนตัวผมอาจไม่ได้ชอบตัวธุรกิจนี้มากเท่าไหร่  แต่เริ่มเห็นเป็นโอกาสเพราะราคาถูกนี่แหละครับ

    autonation

    AutoNation

    ลักษณะธุรกิจ

    ทำธุรกิจเป็นดีลเลอร์จัดจำหน่ายรถยนต์ในอเมริกา  ถือเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา  มีดีลเลอร์อยู่ 260 สาขาอยู่ใน 16 รัฐ  จากปริมาณดีลเลอร์ทั้งหมดในประเทศมี 17,000 ดีลเลอร์  ดังนั้นใหญ่ที่สุดในที่นี้ก็อาจจะไม่ได้เป็นสาระสำคัญอะไรมาก

    ยี่ห้อรถที่ขายก็หลากหลาย  ยี่ห้อหลักๆก็มีหมด  Toyota, Lexus, Ford, Honda, General Motors, Benz, Nissan, BMW, Volkswagen, Audi, Porsche  และอื่นๆ

    รายได้มาจากการขายรถใหม่, รถมือสอง, อะไหล่แท้และบริการซ่อมศูนย์, จัดไฟแนนซ์, ขายประกันรถ

    (more…)

  • หุ้นที่ผมสนใจ – Beijing Enterprises Holdings

    As of July 3, 2017               ราคาหุ้นอยู่ 37.85 HKD

    เพิ่งผ่านครึ่งปี 2017 มา  เรามาพูดถึงหุ้นน่าสนใจในเอเชียกันบ้าง  ช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยยังไม่ตก  ดังนั้นเราก็ต้องขยันมองหาโอกาสข้างนอก  วันนี้ผมจะพูดถึงหุ้นบริษัท Beijing Enterprises Holdings ครับ

    beijing-enterprise-holdings

    Beijing Enterprises Holdings

    ลักษณะธุรกิจ

    บริษัทนี้มีผู้ถือหุ้นใหญ่คือรัฐบาลจีน  Beijing Municipal Government  ผมไม่รู้เรียกภาษาไทยว่าอะไร  แต่มันคือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเมืองปักกิ่ง

    บริษัทนี้เป็นบริษัทโฮลดิ้ง  มีบริษัทลูกในกลุ่มหลากหลาย  แต่ที่เป็นสาระสำคัญของรายได้คือ

    1. ธุรกิจที่เกี่ยวกับท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ว่าง่ายๆคือเป็นเจ้าของท่อก๊าซแล้วเก็บค่าส่งตามปริมาณก๊าซที่วิ่งผ่านท่อ  แน่นอนว่าผูกขาดด้วย  ท่อก๊าซหลักในแถบปักกิ่งที่ส่งก๊าซธรรมชาติไปจ่ายโรงไฟฟ้า, ทำความร้อน, ใช้ในครัวเรือน  เป็นของบริษัทนี้
    2. ธุรกิจบำบัดน้ำเสียกับจ่ายน้ำ ไม่มีก็ไม่ได้ด้วยนะ  และแน่นอนออกแนวได้เปรียบเพราะมีรัฐบาลหนุนเป็นเจ้าของ
    3. ธุรกิจเบียร์ เป็นเบียร์ที่รัฐบาลสนับสนุนอย่างเป็นทางการ  ยี่ห้ออันดับสามของประเทศ

    (more…)

  • หุ้นที่ผมสนใจ – T. Rowe Price Group

    As of July 1, 2017               ราคาหุ้นอยู่ $74.21

    ปกติหุ้นที่ผมสนใจจะเป็นพวกที่ราคาตกรุนแรงเป็นหลัก  แต่หุ้นบริษัทนี้น่าจะเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผมสนใจทั้งที่ราคาไม่ได้ตกครับ  วันนี้จะมาแนะนำให้รู้จัก T. Rowe Price

    t-row

    1. Rowe Price

    ลักษณะธุรกิจ

    บริษัทนี้ทำธุรกิจ  Asset management  หรือคือรับบริหารจัดการเงินลงทุน  รายได้หลักคือมาจากค่าธรรมเนียมการบริหารที่เก็บจากคนที่เอาเงินมาฝากให้ลงทุน  ลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในอเมริกาและส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนจากพวกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับการเกษียณอายุ

    รูปแบบการให้บริการหลักของบริษัทนี้คือกองทุนรวม  และเน้นไปที่สไตล์การบริหารกองทุนแบบ Active

    (more…)