Blog

  • ทำความเข้าใจจิตวิทยาตลาด

    แน่นอนเรื่องที่ผมเน้นที่สุดคือเราต้องเข้าใจปัจจัยเรื่องมูลค่าของบริษัท  แต่วันนี้เราเปลี่ยนเรื่องคุยมาพูดถึงจิตวิทยาตลาดกัน  เรื่องนี้มันเป็นอะไรที่จับต้องได้ยาก  แต่เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนในตลาด  ซึ่งรวมถึงเราด้วย  และหลายครั้งเพราะจิตวิทยานี่แหละที่ทำให้เราตัดสินใจตรงข้ามกับที่ควรจะทำ  ดังนั้นอย่างน้อยเพื่อป้องกันตัวเองเราต้องเข้าใจจิตวิทยาตลาด  ดีกว่านั้นคือเราเข้าใจจิตวิทยาของตลาดแล้วใช้มันให้เป็นประโยชน์

    ขอให้เข้าใจว่าในระยะยาวแล้วราคาหุ้นขึ้นอยู่กับผลประกอบการของตัวกิจการแน่นอน  แต่ในช่วงสั้นแล้วปัจจัยที่มีผลหลักเลยคือจิตวิทยา

    nuts-will-still-be-nuts

    ในช่วงสั้นปัจจัยด้านจิตวิทยาเป็นอะไรที่มีผลพฤติกรรมนักลงทุนเยอะมาก  บางทีคนก็จะขายให้ได้ไม่สนใจว่าราคาจะตกแค่ไหน  หรือบางทีคนก็จะซื้อให้ได้โดยไม่สนใจราคาเลยเหมือนกัน  เชื่อผมเถอะครับ  ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าฉวยโอกาสซื้อของจากคนที่ยังไงจะขายให้ได้ตอนจังหวะที่เค้ายอมขายทุกราคา  และกลับกันสิ่งที่เลวร้ายสุดเลยคือตัวเราเองอยู่ในสถานการณ์โดนบังคับให้ต้องขาย  หรือขาดสติจะต้องขายให้ได้

    สิ่งที่ตรงข้ามกับการลงทุนสายพื้นฐานคือ  การซื้อขายตามๆกันแบบขาดสติโดยที่ไม่สนใจราคาหรือมูลค่าเลย  ส่วนใหญ่ความบ้าแบบนี้มักจะเริ่มต้นจากเรื่องจริง  เป็นไปได้ทั้งดีใจเกินหรือตกใจเกิน  ผมยกตัวอย่างความบ้าไปทางดีใจเกินเหตุ  เช่น

    (more…)

  • การมองระยะยาวชนะมองระยะสั้น  ทั้งในช่วงสั้นและยาว

     

    อ่านชื่อหัวข้ออาจจะงงๆนิดนึง  แต่เข้าใจไม่ผิดแหละครับ  ผมกำลังบอกว่าลงทุนแบบมองระยะยาวมันผลตอบแทนดีกว่าไม่ใช่แค่ในระยะยาวแต่ดีกว่าแม้จะในช่วงสั้นด้วย  ซึ่งเดี๋ยวผมจะอธิบายจากประสบการณ์ผมว่าทำไมมันเป็นแบบนั้น

    ก่อนไปทำการเปรียบเทียบ   เราให้คำจำกัดความก่อนจะได้เข้าใจตรงกัน

    ระยะสั้นมาก  คือตั้งแต่หลักวินาที  ไปจนถึงประมาณเดือนสองเดือน

    ระยะสั้น                 คือประมาณไม่กี่เดือนจนถึงปีนึง

    ระยะยาว  คือเป็นหลักปีเป็นต้นไป

    short-term-long-term

    (more…)

  • ราคากับมูลค่า มันเกี่ยวกับหุ้นยังไง

    จากตอนที่แล้ว  เราเห็นภาพความสัมพันธ์ของราคากับมูลค่าละ  เราเข้าใจว่าคำว่าถูกหรือแพงมันไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ตัวเลขราคาดิบๆ  แต่มันขึ้นกับว่ามูลค่าที่ได้มาสูงหรือต่ำกว่าราคาที่เราจ่ายออกไปต่างหาก  ทีนี้ผมอยากจะมาสรุปว่าเรื่องนี้ให้บทเรียนสำคัญอะไรกับเราในฐานะนักลงทุนบ้าง

    fearful-when-others-are-greedy

    1. หุ้นราคาหน่วยสตางค์ ไม่ได้แปลว่าราคาถูกกว่าหุ้นราคาเป็นพัน

    หุ้นราคา 10 สตางค์  อาจจะเป็นหุ้นที่กำไรต่อหุ้น 0.01 สตางค์ก็ได้ (กำไร 1 ต่อราคา 1,000)  ส่วนหุ้นราคา 2,500 บาท  อาจมีกำไรต่อหุ้น 500 บาทก็ได้ (กำไร 1 ต่อราคา 5)

    ความสำคัญมันอยู่ที่ซื้อมาแล้วได้อะไรกลับมามากกว่า  ราคาต่ำไม่ใช่ว่าราคาถูก  และราคาสูงไม่ได้แปลว่าราคาแพง  อย่าโดนหลอก (more…)

  • ราคากับมูลค่า มันเกี่ยวกันอย่างไร

    มาต่อจากตอนที่แล้วเราสรุปกันว่า  ราคาคือสิ่งที่เราจ่ายออกไป  มูลค่าคือสิ่งที่เราได้รับกลับมา  ทีนี้บทความนี้หัวข้อที่ต้องการให้เข้าใจต่อคือคำว่า  “คุ้มค่า”

    which-one-is-more-expensive

    อยากให้ลองพิจารณาตัวอย่างนี้  มีบ้านสองหลังประกาศขายอยู่

    บ้าน A  เป็นกระท่อมไม้มุงหญ้าโทรมๆ  วัวนั่นของคนอื่นด้วย        ขายราคา 100,000 บาท

    บ้าน B  เป็นคฤหาสน์  รวมที่ดินรอบและสระว่ายน้ำ                      ขายราคา 1,000,000 บาท

    อันไหนแพงกว่ากันครับ

    (more…)

  • ราคากับมูลค่า แตกต่างกันอย่างไร

    เคยได้ยินที่เค้าบอกว่าให้ซื้อหุ้นเวลาที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานมั้ยครับ  (หรืออะไรประมาณนี้)  ผมว่าหลายคนเคยได้ยินแหละ  แต่ราคากับมูลค่าสองคำนี้ฟังดูมันจะคล้ายกัน  ที่ผ่านมีนักเรียนหลายคนก็งง  สมัยก่อนตัวผมเองก็งง  ก็เลยเขียนหัวข้อนี้พยายามอธิบายแบบง่ายกันครับ

    how-much-does-your-love-cost

    สำหรับผม  ราคาคือที่เราจ่ายออกไปเพื่อให้ได้ของมา  ส่วนมูลค่าคือคุณค่าหรือตัวของที่เราได้มา  ซึ่งสองตัวนี้มันไม่เหมือนกันยกตัวอย่างเช่น

    (more…)

  • คำถามยอดฮิต  “รู้ว่าหุ้นตกควรซื้อ  แต่มันอาจจะตกลงไปอีกก็ได้นี่นา”

    เป็นชุดคำถามสุดฮิตอีกเช่นกัน  ผมโดนถามคำถามลักษณะนี้บ่อยมาก  และเข้าใจความรู้สึกดีเลยแหละ  วันนี้เรามาตอบคำถามหมวดนี้กัน

    เราก็รู้กันใช่มั้ยครับ  ว่าโดยหลักการแล้วคือเราควรซื้อหุ้นเวลาที่มันราคาถูก  และแน่นอนว่าเวลาหุ้นตกเนี่ยก็เป็นเวลาที่ดีที่จะไปหาของถูก  แต่ทีนี้พอในทางปฏิบัติคนส่วนใหญ่ทำตามหลักการนี้ได้น้อย  สุดท้ายไม่ได้ซื้อ  อารมณ์ที่ทำให้ไม่ได้ซื้อมันจะมีอยู่สองแบบ  แบบนึงมาจากความกลัว  กับอีกแบบมาจากความโลภ  เรามาตอบกันทีละอย่าง

    the-emo-cycle-of-investing (more…)

  • คำถามยอดฮิต  หัวข้อ “เช็คพอร์ต”

    หมวดนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นคำถามเจาะจงอะไรมาก  หัวข้อนี้โดยรวมจะเกี่ยวกับการจัดการหุ้นที่ซื้อไปแล้ว  ผมรวบรวมมาตอบทีเดียวในวันนี้

    คำถาม   เราต้องเช็คพอร์ตด้วยเหรอ

    ใช่  ถึงแม้ว่าผมจะบอกว่าเวลาตัดสินใจลงทุน  ให้เลือกบริษัทที่เราสบายใจจะเป็นเจ้าของมันยาวไปในอนาคต  แต่ก็ไม่ได้แปลว่าซื้อเสร็จปุ๊บนอนตายตาหลับไม่ดูไรเลยได้

    สถานการณ์มันเปลี่ยนแปลงได้  กิจการที่วันนี้เราคาดว่าจะทำได้ยอดเยี่ยมในอนาคต  ถึงเวลาอาจจะทำได้แย่กว่าที่คาดก็ได้  จริงอยู่ยอดขายที่แกว่งดีบ้างไม่ดีบ้างมันก็เป็นธรรมชาติของธุรกิจ  เราอาจไม่ต้องแตกตื่นตกใจอะไรมากมายนัก  แต่ก็สมควรติดตามดูอยู่เป็นระยะอยู่ดี  เผื่อว่ามันอาจมีอะไรเข้ามาทำให้แนวโน้มระยะยาวเปลี่ยนไป

    how-healthy-is-your-portfolio

    (more…)

  • คำถามยอดฮิต  “ระหว่างซื้อหุ้นมั่นคงราคาถูกกับหุ้นเติบโต  อันไหนดีกว่ากัน”

    เป็นคำถามที่ดีมาก  การเลือกลงทุนในหุ้นสองแบบนี้มันมาจากสายปัจจัยพื้นฐานทั้งคู่ซะด้วย  เพื่อให้เข้าใจตรงกันเราอธิบายง่ายๆก่อนว่า

    ไอเดียของการซื้อหุ้นมั่นคงราคาถูก  คือเราพยายามเลือกซื้อหุ้นที่ค่อนข้างเสถียรทำกำไรสม่ำเสมอมั่นคง  อาจเป็นบริษัทที่ใหญ่และเป็นผู้นำตลาดอยู่แล้วเติบโตช้าๆ  มูลค่าคงที่คาดเดาได้ง่าย  แล้วอาศัยซื้อเอาเวลาที่ราคาตกต่ำหรือคนตกใจเอา

    ส่วนไอเดียของการซื้อหุ้นเติบโต  คือเราพยายามเลือกซื้อหุ้นที่อนาคตมีแนวโน้มจะเติบโตอย่างรวดเร็ว  มูลค่าคาดเดาได้ยากกว่า  ซื้อช่วงเวลาราคาปกติก็ได้

    value-stock-or-growth-stock (more…)

  • คำถามยอดฮิต  “ผมวิเคราะห์หุ้นแล้ว  ซื้อไป  แล้วราคาหุ้นตก”

    รอบที่ผ่านมามีคนถามลักษณะนี้พอสมควร  วันนี้รวบรวมคำถามที่เจอจากนักเรียนถามจริงมาตอบครับ  บางคำถามเค้าก็ถามต่อกัน  ส่วนการตอบในบทความนี้จะตอบแบบจริงที่บางทีไม่สะดวกตอบตอนจัดสัมมนา  อาจฟังดูโหดร้ายไปบ้างแต่ตอบด้วยความหวังดีแน่นอนครับ

    คำถาม   ผมมีการวิเคราะห์ดูกำไรอะไรแล้วโอเค  ซื้อไป  แล้วราคาหุ้นตกลงมาเรื่อยทำยังไง

    “ก็ถ้าดูว่าเราตัดสินใจดีแล้ว  บริษัทดี  ซื้อมาราคาโอเค  ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลนี่ครับ  ราคาในช่วงสั้นมันก็มีขึ้นมีลงเป็นธรรมดา  แต่ถ้าสุดท้ายผลประกอบการธุรกิจเป็นไปตามที่เราคาดไว้  ซักพักคนก็จะรู้สึกตัวและราคาหุ้นก็จะปรับตามเอง  ดังนั้นตามองไปที่ตัวธุรกิจอย่างเดียวอย่าเขว”

    คำถาม   ราคาที่ตกลงมาไม่ได้แปลว่ากิจการจะแย่ลงเหรอ

    “ไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยครับ  ราคาสะท้อนความเห็นของคนหมู่มากก็เท่านั้น  ราคาหุ้นที่สูงขึ้นหรือต่ำลงไม่ได้มีผลอะไรกับตัวบริษัทเลย  และนักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดก็เป็นพวกระยะสั้นหรือไม่ก็มั่วทั้งนั้น  ถ้าเราทำการบ้านดีแล้ว  หายังไงก็ไม่เห็นเหตุผลที่กิจการมันจะเละ  ราคาตกก็ยิ่งดีไปใหญ่สิครับ  หวานเราเลยแหละ  ไม่งั้นเราจะได้ของถูกได้ไง  มองให้มันเป็นเรื่องดีสิ  อย่าไปหลงเชื่อความคิดสมัครเล่น”

    คำถาม   ที่คุณเป้งบอก  ให้ซื้อบริษัทที่ราคาตกด้วยปัจจัยชั่วคราว  เราจะรู้ได้ไงว่ามันชั่วคราว  แล้วราคามันตกลงไปอีกทำไง

    “อันนี้มันแล้วแต่กรณีละครับเพราะแน่นอนแต่ละเหตุการณ์มันไม่เหมือนกัน  บางเหตุการณ์มันก็ง่ายนะ  อย่างเช่นน้ำท่วม, ม๊อบอะไรแบบนี้  ใครก็รู้ป้ะว่ามันเป็นปัญหาชั่วคราว”

    “แต่สมมติเป็นเรื่องยากขึ้น  อันนี้แล้วแต่ตความสามารถแต่ละคนแล้วแหละ  ผมช่วยอะไรคุณไม่ได้  มันเป็นหน้าที่เราที่ต้องรับผิดชอบผลลัพธ์ตัวเอง  ดังนั้นเราต้องถามตัวเองว่าเข้าใจกิจการกับอุตสาหกรรมนั้นขนาดไหน  มั่นใจมั้ยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาชั่วคราวที่ถ้าผ่านไปบริษัทจะกลับมาดี  ถ้าไม่รู้เรื่องหรือไม่มั่นใจก็อย่าไปลงทุนสิ  ข้ามไป  ไปหาโอกาสที่เรามั่นใจดีกว่าครับ”

    “ส่วนเรื่องราคาตอบเหมือนเดิม  อย่าไปสนมันมากนัก  ผลกิจการเป็นเหตุ  ราคาหุ้นเป็นผลที่ตามมา  ไม่ใช่ราคาหุ้นเป็นเหตุ”

    คำถาม  (ถามอะไรไม่รู้  มาได้หลากหลายรูปแบบ  แต่สรุปคือยังกังวลอยู่ดี  นู่นนี่นั่น)

    ผมว่าถ้ายังกังวลขนาดนี้เราต้องกลับมาพิจารณาตัวเองแล้วแหละ  ความผิดคงไม่ใช่ที่หุ้นแล้วแหละ  ลองเช็คตามนี้  ต้องรู้ตัวเองนะ  ขาดหายไปเรื่องไหนก็ไปเติมเรื่องนั้น

    1. ที่เรากังวลนี่ มาจากไม่เข้าใจกิจการหรือเปล่า

    เรื่องนี้อาจจะเป็นเหตุผลให้เกิดความกังวลได้  เพราะเราไม่เข้าใจมันจริงๆ  เลยไม่ชัวร์ว่ามันเป็นกิจการที่ได้เปรียบจริงมั้ย  อันนี้ก็แก้ไขง่าย  ก็ไปอ่านเพิ่มเติมทำความเข้าใจกิจการซะ  ไปคอนเฟิร์มว่ามันเป็นกิจการที่ยอดเยี่ยมหรือเปล่า  อ่านงบการเงินเช็คดูด้วยจะได้สบายใจ

    1. หรือเป็นเพราะเราไม่มีความสามารถในการประมาณการณ์ผลตอบแทนหรือเปล่า

    คือรู้แล้วแหละว่ากิจการมันดี  แต่ที่กังวลเพราะไม่รู้ว่าราคาที่ตัวเองซื้อมานี่ถูกหรือแพงก็ทำให้กังวลได้  อันนี้ก็ไปเรียนรู้วิธีการประเมินมูลค่าซะครับ  แน่นอนว่ามันไม่มีใครรู้อนาคตและไม่มีวิธีการไหนเพอร์เฟค  แต่มันจะช่วยให้ประมาณคร่าวๆได้  และคุณจะมั่นใจมากขึ้นแน่นอน

    1. แต่ถ้ามั่นใจว่าวิเคราะห์ได้ดีแล้ว แต่ยังกังวลอยู่  ผมว่าคุณนั่งเฝ้าราคามากเกินไปละ

    เลิกนั่งเฝ้าราคาได้แล้ว  การนั่งจ้องหน้าจอตัวเลขกระดิกไปมาจะไม่ทำให้เรากำไรดีขึ้น  ดังนั้นเลิกนิสัยเช็คราคาหุ้น  แล้วเอาเวลาไปทำอย่างอื่นเถอะ  ไม่ต้องเป็นอะไรมีสาระก็ได้  จะไปนั่งอ่านการ์ตูน, เล่นเกมยังเข้าท่ากว่าเลย  เวลาลงทุนเหมือนแข่งกีฬาน่ะครับ  ตามองเกมที่แข่งตั้งใจแข่ง  ไม่ใช่มัวแต่มองสกอร์บอร์ด  ลงทุนในหุ้นตามองตัวกิจการที่เราเลือก  ไม่ใช่นั่งมองราคาหุ้น

    สรุป

    ถ้าเราเป็นมืออาชีพ  ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วและตัดสินใจไปแล้ว  เราไม่ต้องสนแล้วว่าราคาหุ้นจะตก  อย่าไปสนใจเสียงนกเสียงกาความคิดเห็นคนอื่น  สิ่งที่จะพิสูจน์การตัดสินใจของเราคือ  ปลายทางผลประกอบการตัวกิจการที่เราเลือกเป็นอย่างไร  ถ้าเราแม่นยำเรื่องนี้เดี๋ยวราคาหุ้นมันตามมาเองอยู่แล้ว

    ดังนั้นจงเป็นมืออาชีพ  ตัดสินใจให้มีประสิทธิภาพตั้งแต่แรก  และเลิกนั่งจ้องราคาหุ้นได้แล้ว

  • ตลาดมันรู้เรื่องดีกว่าเราจริงเหรอ

    greed-fear

    ที่เขียนหัวข้อนี่เริ่มจากมีคนถามว่า

    “ตลาดหุ้นตก  หุ้นที่คุณเป้งถืออยู่ก็ราคาตกด้วย  ไม่กังวลเลยเหรอ”

    สิ่งที่เรากังวลจริงๆคือ  เรากลัวราคาที่ตกลงมานี้มันจะไม่กลับขึ้นมา  หรือหนักกว่านั้นคือตกต่ำลงไปอีก  จนกลายเป็นขาดทุนถาวรถูกมั้ยครับ  เรากำลังสงสัยว่าที่ตลาดหุ้นตก  มันเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าอนาคตธุรกิจจะมีปัญหา  แล้วราคาหุ้นจะตกต่ำลงไปอีกใช่มั้ยครับ

    ดังนั้นคำถามสำคัญคือ  “ตลาดหุ้นนี่มันรู้เรื่องจริงเหรอ”  ถูกต้องมั้ยครับ  ถ้าตลาดหุ้นฉลาดรู้เรื่อง  แปลว่าถ้าตลาดหุ้นตกผมควรต้องกังวลแล้วล่ะ  หรือจริงๆแล้วถ้าตลาดหุ้นมันโง่ไม่รู้เรื่อง ก็ แปลว่าผมไม่ต้องกังวลไม่ต้องไปสนใจมันด้วย

    ผมจะพยายามตอบเรื่องนี้ให้ชัด

    (more…)